ครม.ต่ออายุมาตรการใช้รถเมล์-น้ำไฟฟรี 6เดือน

ครม.ต่ออายุมาตรการใช้รถเมล์-น้ำไฟฟรี 6เดือน
แต่ปรับลดเพดานใช้น้ำเหลือ30คิวจากเดิม 50 คิว เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 20 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมครม.ว่า ที่ประชุมครม.ได้หารือและเดินหน้าแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยนำมาตรการที่ครม.ให้ความเห็นชอบไปแล้วมาขับเคลื่อนและพิจารณามาตรการเพิ่มเติม โดยได้อนุมัติขยายวงเงินการแทรกแซงสินค้าเกษตร คือ ข้าวโพด ปาล์มและยางพารา และได้ให้ความเห็นชอบการอนุมัติมาตราการที่เกี่ยวข้องการการท่องเที่ยว เช่นยกเว้นค่าธรรมเนียมต่างๆ ลดราคาค่าธรรมเนียมการจอดเครื่องบินตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอ ซึ่งเชื่อว่าจะมีส่วนกระตุ้นการท่องเที่ยว นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่าที่ประชุมครม.ยังได้ให้ความเห็นชอบมาตรการลดค่าครองชีพของประชาชน โดยให้ขยายระยะเวลาการให้บริการรถเมล์และรถไฟฟรี ส่วนค่าน้ำได้มีการปรับลดลงเหลือ 30 คิว จากเดิม 50 คิว แต่จะขยายให้ครอบคลุมถึงประปาท้องถิ่น สำหรับค่าไฟฟ้าได้ปรับมาเป็น 90 หน่วยต่อเดือนที่รัฐบาลจะรับภาระ นอกจากนั้นยังได้พิจารณาเกี่ยวกับมาตรากรทางภาษีที่จะเป็นตัวเสริมมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจในบางภาคส่วน เช่น วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดเล็ก ผู้ประกอบการเล็กๆซึ่งจะมีการขยายวงเงินในการลดหย่อนภาษีและจะครอบคลุมทั้งคนที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ไม่ใช่เงินเดือนประจำและเห็นชอบมาตรากรอสังหาริมทรัพย์ที่จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วง 1 ปี รวมทั้งการปรับโครงสร้างหนี้และการโอนกิจการ นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังได้ความเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบประมาณกลางปีและพร้อมที่จะเสนอต่อสภาในวันที่ 28 ม.ค.นี้ และได้เห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารเศรษฐกิจพอเพียงที่จะสังกัดสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะเป็นมาตรการเสริมในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ด้าน นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติต่ออายุและปรับปรุงรายละเอียด มาตรการบรรเทาค่าครองชีพของประชาชน 5 มาตรการ ออกไปอีก 6 เดือน จากเดิมสิ้นสุดในเดือน ม.ค.52 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.เป็นต้นไป มาตรการบรรเทาค่าครองชีพของประชาชนดังกล่าว ประกอบด้วย การแบกรับค่าใช้จ่ายค่าน้ำประปา สำหรับผู้ใช้น้ำไม่เกิน 30 ยูนิต ซึ่งจะครอบคลุมผู้ใช้น้ำประปาทั้งในเขตนครหลวง และ เขตภูมิภาค จำนวน 8.6 ล้านคน ซึ่งใช้งบประมาณในการดำเนินการ 5.84 พันล้านบาท มาตรการแบกรับค่าไฟฟ้า สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 หน่วย จากเดิมที่การใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 80 หน่วย ใช้ฟรี และ 80-150 หน่วย จ่ายครึ่งราคา ซึ่งจะสามารถช่วยเหลือประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าได้ 8.8 ล้านราย ทั้งในเขตนครหลวงและภูมิภาค โดยรัฐจะใช้งบประมาณทั้งสิ้น 6.81 พันล้านบาท ขณะที่ มาตรการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยรถประจำทางขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) จะให้บริการรถเมล์ธรรมดาในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ฟรี 800 คัน 73 เส้นทาง ครอบคลุมการให้บริการประชาชน 4 แสนคน/วัน ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 650 ล้านบาท การเดินทางโดยรถไฟชั้น 3 ซึ่งจะมีการจัดรถไฟชั้น 3 เชิงสังคม จำนวน 164 ขบวน และรถไฟชั้น 3 เชิงพาณิชย์ จำนวน 8 ขบวน โดยใช้งบประมาณในส่วนนี้ 600 ล้านบาท นอกจากนั้น เมื่อวันที่ 16 ม.ค. คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) มีมติให้ชะลอการปรับขึ้นราคา ก๊าซปิโตรเลียมเหลว(ก๊าซหุงต้ม:LPG) และก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์(NGV) ออกไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากเกรงประชาชนจะได้รับความเดือดร้อน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง และให้สอดคล้องกับแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลด้วย

เรื่องล่าสุดของหมวด สังคม

ดูหมวด สังคม ทั้งหมด