เสียงสะท้อนถึงคุณครู

เลาะเลียบคลองผดุงฯ

จากเสียงสะท้อนของนักศึกษา ม.ราชภัฏสวนดุสิต ในเวที วิพากษ์ฉบับเมื่อวาน น่าจะเป็นวิธีที่วัดกระแสความรู้สึกโดยเฉพาะ วัยรุ่น...วัยโจ๋ ที่มีต่อครูได้ในระดับหนึ่ง

จึงอยากจะย้ำถึงประเด็นสำคัญของแต่ละคนอีกครั้งหนึ่ง

น.ส.นาตยา อธิวาสนขันติ หรือ น้องส้ม นักศึกษาอังกฤษธุรกิจ ปีที่ 2 ม.ราชภัฏสวนดุสิต ประทับใจครูที่เคยสอนในระดับชั้นมัธยมมาก เนื่องจากคุณครูคนนี้แม้จะป่วยเป็นโรคมะเร็ง แต่ก็มาสอนตามปกติ ตนเองและเพื่อนๆ เคยถามว่าทำไมคุณครูไม่พักผ่อน แต่คุณครูท่านนี้ตอบว่า

ครูรักในอาชีพครู อยากทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และยังอยากถ่ายทอดความรู้ที่มีอยู่ให้กับนักเรียนก่อนที่จะไม่มีโอกาสอีกต่อไป

น.ส.เฉลิมลักษณ์ ภาคเจริญ หรือ น้องแหมว นักศึกษาอุตสาห กรรมท่องเที่ยว ปีที่ 3 อยากได้ครูที่ตั้งใจสอน เข้าใจและเป็นกันเองกับนักเรียน รับผิดชอบ ยุติธรรม ตรงเวลา เสียสละ มีเมตตา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ร่าเริง แจ่มใส สุภาพ มีอารมณ์ขัน มีกลวิธีสอนแปลกๆ ที่ดึงดูดให้เรียน หมั่นแนะนำและเอาใจใส่ดูแลผู้เรียน

นายจิรเสกข์ กนกนัครา หรือน้องบอล นักศึกษานิเทศศาสตร์ ปีที่ 4 บอกว่า เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแปลง ครูก็ต้องเปลี่ยนแปลงตาม ครูต้องเก่งและสามารถ ถ่ายทอดความเก่งให้กับผู้เรียนให้มีความเก่งไปด้วย ให้ความรู้ควบคู่ความบันเทิง เข้าใจถึงพฤติกรรมและความต้องการของผู้เรียน มีอารมณ์ขัน เป็นกันเอง เป็นมิตรที่ดี

ที่สำคัญต้องมีความรักในอาชีพครูมีความเสียสละและอดทน

ดร.ดิเรก พรสีมา อดีตนักศึกษาวิทยาลัยครูมหาสารคาม ปัจจุบัน ประธานบอร์ดคุรุสภา ตั้งความหวังว่า ครูต้องเป็นผู้ปฏิบัติได้อย่างมืออาชีพ ต้องพัฒนาตนเองให้เก่ง และสามารถทำให้เด็กเก่งได้ด้วย

เสียงสะท้อนจากข้างต้นนี้ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย สังคมจะเปลี่ยนแปลงไปมากมายเพียงใด ครู ก็ยังเป็นอาชีพที่ได้รับการยกย่องของคนในสังคมไทยอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง

แต่อิทธิพลของยุคแห่งการจัดการความรู้ หรือ K.M. ครูต้องมีการปรับตัว ด้วยการพัฒนาความรู้ พัฒนาศักยภาพของตนเองให้สมกับ คำขวัญวันครูปี 2552 ที่ว่า

ครูสร้างคนดี เป็นศรีแผ่นดิน ทั่วถิ่นศรัทธา บูชาคุณครู