"ลูเธอร์"อดีตแกนนําก๊อตอาร์มี่ เตรียมยื่นหนังสือ กก.สิทธิฯ ช่วยตามหา 55 ชาวกะเหรี่ยงสูญหาย

"ลูเธอร์"อดีตแกนนําก๊อตอาร์มี่ เตรียมยื่นหนังสือ กก.สิทธิฯ ช่วยตามหา 55 ชาวกะเหรี่ยงสูญหาย

"ลูเธอร์"อดีตแกนนําก๊อตอาร์มี่ เตรียมยื่นหนังสือ กก.สิทธิฯ ช่วยตามหา 55 ชาวกะเหรี่ยงสูญหาย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 3 ตุลาคม ที่ศูนย์ประสานงานเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เขตภาคกลางตะวันตก ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ได้มีการเปิดแถลงการณ์เตรียมทำหนังสือยื่นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อขอให้รับเรื่องและตรวจสอบชาวกะเหรี่ยงที่สูญหาย ในเหตุการณ์ทหารบุกยึดฐานที่มั่นของกะเหรี่ยงก๊อดอาร์มี่เมื่อกว่า 13 ปี โดย นายวุฒิ บุญเลิศ ที่ปรึกษาประธานเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เขตภาคกลางตะวันตก นายเกรียงไกร ชีช่วง เลขาเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม และนายลูเธอร์ ทู อายุ 25 ปี พี่ชายนายจอนนี่ 2 เด็กแฝด อดีตหัวหน้ากองกำลังกะเหรี่ยงก๊อตอาร์มี่ เมื่อ 13 ปีก่อน มาร่วมแถลงข่าว

ทั้งนี้ นายวุฒิ ได้เป็นล่ามแปลภาษาให้กับนายลูเธอร์ว่า มาเยี่ยมญาติที่อำเภอสวนผึ้ง และได้รับการร้องขอจากครอบครัวผู้สูญหายให้ช่วยติดตามหาญาติและเพื่อนที่สูญหายไปเมื่อ 13 ปีก่อนด้วย จึงทำหนังสือผ่านทางเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เพื่อร้องถึงกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สภาทนายความวันที่ 4 ต.ค.ให้ช่วยรับเรื่องและติดตามหาคนที่สูญหาย เพราะอยากรู้ว่าคนที่สูญหายไป 55 คน อยู่ที่ไหน เสียชีวิตหรือไม่

"ตอนนี้ผมไม่รู้ว่า พวกเขาอยู่ที่ไหนกัน แต่ก็มีคนเห็นทหารไทยจับคนเหล่านั้นไป ครอบครัวของคนเหล่านั้นอยู่ในประเทศไทย มีอยู่ทั่วไป เช่น บ้านต้นยาง ถ้ำหิน เป็นผู้อพยพ เหตุที่ต้องลุกมาเรียกร้องคือ ในโลกนี้มีกฎระเบียบและกฎหมายคนหนึ่งจะหายไปได้ต้องมีการชี้แจง" นายลูเธอร์ กล่าวผ่านล่ามและว่า คาดหวังว่าจะได้รับการดูแลรักษา เพราะว่าญาติพี่น้องของเขาก็ยากจนลำบาก เหตุการณ์นี้มีความสัมพันธ์กับรัฐไทยและรัฐพม่าที่เกิดขึ้น ถ้าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งประเทศไทยได้รับเรื่องไว้ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยคนสูญหาย ก็จะเป็นประเด็นกรณีศึกษาสำหรับกลุ่มประเทศอาเซียนกรณีที่มีปัญหาอย่างนี้เกิดขึ้น เป็นประเด็นหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับอาเซียน

"อีกประเด็นหนึ่งที่มีความสำคัญพอสมควรหลังที่นั่งไตร่ตรองคือ ตราบใดที่คน 55 คนนี้ยังไม่ได้รับการชี้แจงและยืนยันอย่างแน่ชัดว่าอยู่ในสถานะอย่างไร ผมคิดในใจว่าความคิดของคนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นซึ่งยังอยู่ตามแนวชายแดนไทย พม่า และยังอยู่ในพื้นที่เขตมะริด ทวาย อาจจะย่อมส่งผลกระทบต่อสถานการณ์พื้นที่เหล่านี้ต่อไปหรือไม่ และถ้าพื้นที่เหล่านั้นมีความสำคัญทางธุรกิจและการค้าระหว่างรัฐกับรัฐ จึงคาดหวังว่าความพอใจนั้นจะนำไปสู่บรรยากาศการลงทุนที่ราบรื่น"

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล