มาร์ค ไม่เชื่อฝ่ายค้านโกยเลือกตั้งซ่อม พท.กลัวถูกโกงขอแรงปชช.เป็นหูเป็นตา ส่งตร.9พันคุม 3จว.อีสาน

นายกฯ ไม่เชื่อฝ่ายค้านโกยที่นั่งเลือดตั้งซ่อม ส.ส.เกือบหมด ชัวร์ผลไม่กระทบการทำงานรัฐบาล ยันไม่มีการปรับครม. พท.เกรงมีการทุจริตเปลี่ยนบัตร ขอความร่วมมือปชช.เป็นหูเป็นตา กกต.คาดใช้สิทธิ 60 % ขู่เสื้อแดงป่วนเจออาญา ส่งตร. 9 พันนายคุมเข้ม 3 จังหวัดอีสาน ศรีสะเกษ-บุรีรัมย์ สกัดกั้นคืนหมาหอน มั่นใจเลือกซ่อมไม่ปรับครม.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 10 มกราคม ที่พรรคประชาธิปัตย์ เวลา 07.15 น. ถึงการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จำนวน 26 เขต ในพื้นที่ 22 จังหวัด ซึ่งจะเริ่มวันที่ 11 มกราคม ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 15.00 น. ว่าไม่คิดว่าฝ่ายค้านจะกวาดที่นั่งได้เกือบทั้งหมด แต่ขณะนี้เสียงรัฐบาลไม่ได้ห่างจากฝ่ายค้านมากนัก ดังนั้น ทุกคะแนนเสียงจึงมีความหมาย แต่มั่นใจว่าผลการเลือกตั้งซ่อมที่ออกมา จะไม่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงการทำงานของรัฐบาล และจะไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรี

ส่วนที่มีการกล่าวหาว่าข้าราชการวางตัวไม่เป็นกลางนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้าใครมีปัญหาร้องเรียนก็ต้องดำเนินการ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

มท.3ติงขรก.อย่าเชื่อนักการเมือง

ขณะที่ นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การเลือกตั้งทุกครั้งในทางการเมือง ก็เป็นการวัดกำลังกัน เพราะไม่มีใครยอมใครอยู่แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่า ยอมไม่ได้แล้วจะต้องมาซื้อเสียงกัน ถ้าฝ่ายไหนทำผิด ก็มีตัวอย่างให้เห็นอยู่แล้ว เช่น กรณีการถูกยุบพรรค การถูกใบเหลืองหรือใบแดง

ขอให้ทุกฝ่ายดูแลคนของตัวเองในการหาเสียงให้ดี ให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย ขณะเดียวกันข้าราชการทุกคนก็ต้องวางตัวเป็นกลาง อย่าใช้อำนาจในทางที่ผิด หรือเชื่อฟังนักการเมือง โดยไม่ได้คำนึงถึงศักดิ์ศรีของตัวเอง นายถาวรกล่าว

พท.ระแวงโกงวอนปชช.เป็นหูตา

ด้าน นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ทั่วประเทศว่า พรรคเพื่อไทยมั่นใจ ที่ผ่านมาเสียงตอบรับดีขึ้นเป็นลำดับ แต่ห่วงเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้งที่อาจเกิดขึ้นได้ จึงขอความร่วมมือประชาชนทุกพื้นที่เลือกตั้ง ช่วยเป็นหูเป็นตาและติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีทั้งการนับคะแนนในหน่วยของการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. และนับคะแนนรวมกันในสถานที่นับคะแนนของการเลือกผู้ว่าฯกทม. ซึ่งขั้นตอนการลำเลียงบัตรเลือกตั้ง อาจมีการเปลี่ยนถุงบัตรได้ โดยเฉพาะรถส่วนตัวที่จะใช้ขนบัตรที่มีหลังคาปิดมิดชิด จึงอยากให้ประชาชนติดตามการขนอย่างใกล้ชิด รวมถึงสถานที่นับคะแนนที่สำนักงานเขตจัดไว้ ขอให้เป็นสถานที่เปิดเผยหรือให้ผู้สังเกตการณ์มองเห็นในระยะที่ชัดเจนได้

กกต.คาดใช้สิทธิ60%-จับตาอีสาน

เวลา 09.30 น. ที่สำนักงานเขตบางบอน นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต. กล่าวว่า การเลือกตั้งซ่อมใน 22 จังหวัดนั้นทุกจังหวัดมีความพร้อมหมดแล้ว ได้ตั้งเป้าไว้ผู้ออกมาใช้สิทธิร้อยละ 60 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เนื่องจากได้ทำการรณรงค์ประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ประชาชนเบื่อหน่ายการเลือกตั้ง จนขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีการทุจริตการเลือกตั้ง ซื้อสิทธิขายเสียง วันนี้จะให้ทีมชุดป้องปรามหาข่าวลงพื้นที่ ติดตามความเคลื่อนไหวของหัวคะแนนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน ที่มีรายงานว่าจะมีการแข่งขันสูง และยังได้กำชับเจ้าหน้าที่ทุกคนวางตัวเป็นกลาง ไม่เป็นเครื่องมือของนักการเมือง หรือช่วยผู้สมัครคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษ

ขู่เสื้อแดงป่วนเลือกตั้งเจออาญา

นายประพันธ์กล่าวว่า ไม่กังวลต่อความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่อาจจะมาก่อกวนในช่วงเลือกตั้ง เพราะมีตำรวจดูแลใหน่วยเลือกตั้ง 2 นาย หากมีการชุมนุมขัดขวางการเลือกตั้ง ก็มีโทษทางอาญา และถูกตัดสิทธิการเมือง 10 ปี ดังนั้น หากเข้าข่ายขัดขวางการเลือกตั้ง ก็ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย และเมื่อมีการปฏิบัติตามกฎหมายเคร่งครัด ก็ไม่น่าจะมีปัญหา

ส่วนที่ศาลาประชาคมอำเภอเมืองลพบุรี นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาดูการจ่ายหีบบัตรพร้อมอุปกรณ์การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลพบุรี เขต 1 โดย อ.เมืองลพบุรี มีทั้งหมด 328 หน่วยเลือกตั้ง อ.พัฒนานิคม มี 81 หน่วยเลือกตั้ง อ.บ้านหมี่ มี 115 หน่วยเลือกตั้ง อ.ท่าวุ้ง มี 73 หน่วยเลือกตั้ง รวม 597 หน่วยเลือกตั้ง คาดว่าจะมีประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 70%

นราฯ-ราชบุรีคุมเข้มรับหีบบัตร

ด้านเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นราธิวาส เขต 2 รวม 334 หน่วย ทยอยไปที่ศาลาประชาคมของ 6 อำเภอในเขตเลือกตั้งที่ 2 คือ ระแงะ จะแนะ เจาะไอร้อง สุไหงปาดี แว้ง และสุคิริน เพื่อเบิกหีบบัตรและอุปกรณ์การเลือกตั้ง เพื่อใช้ในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. ในวันที่ 11 มกราคม มีกำลังตำรวจ ทหาร และ อส.จากฝ่ายปกครอง คอยดูแลความปลอดภัยในการลำเลียงหีบบัตรกับไปยังหน่วยเลือกตั้งอย่างเข้มงวด

ที่โรงเรียนวัดดอนตูม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นหน่วยนับคะแนนเลือกตั้งกลาง เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งทั้ง 5 อำเภอ ประกอบด้วย บ้านโป่ง โพธาราม จอมบึง บางแพ และดำเนินสะดวก 580 หน่วย ทยอยรับหีบบัตรและบัตรลงคะแนน

ส่วนบรรยากาศการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายนี้ นายยศศักดิ์ ชีววิญญู ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ นำทีมออกหาเสียงแต่เช้าตรู่ในตลาดสดอำเภอบ้านโป่ง ขณะที่นายเดชา ตุลาธาร ผู้สมัครหมายเลข 2 พรรคเพื่อไทย ควงคู่นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชาชน นำทีมออกหาเสียงโดยใช้รถยนต์แห่รอบตัวอำเภอดำเนินสะดวก ตลาดนัด และตลาดน้ำดำเนินสะดวก

ศรีสะเกษ-บุรีรัมย์สกัดคืนหมาหอน

ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายสมบูรณ์ โพธิ์งาม ประธาน กกต.ศรีสะเกษ กล่าวว่า การแจกจ่ายหีบบัตรเลือกตั้งทั้ง 2 เขต ทั้งสิ้น 1,949 หน่วยเลือกตั้ง เรียบร้อยไม่มีปัญหาแต่อย่างใด สั่งกำชับให้คณะกรรมการชุดสืบสวนสอบสวนและขอความร่วมมือไปยังนายอำเภอทุกอำเภอในเขตเลือกตั้งที่ 1 และเขตเลือกตั้งที่ 2 ช่วยกันตรวจสอบและสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะคืนวันที่ 10 มกราคม ซึ่งเป็นคืนหมาหอน แต่จากการตรวจสอบที่ผ่านมา ยังไม่พบว่ามีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งแต่อย่างใด

ที่ จ.บุรีรัมย์ กกต.ประจำเขตเลือกตั้งที่ 2 และเขตเลือกตั้งที่ 4 จ.บุรีรัมย์ ส่งมอบหีบบัตร คูหา เอกสาร และอุปกรณ์ในการจัดการเลือกตั้ง ให้กับกรรมการประจำหน่วยทั้ง 2 เขตเลือกตั้งใน 10 อำเภอ ไปเก็บสถานที่ปลอดภัย ซึ่งในเขตเลือกตั้งที่ 2 มีหน่วยเลือกตั้งทั้งสิ้น 621 หน่วย และเขต 4 มีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 479 หน่วย รวม 1,100 หน่วย

ว่าที่ ร.ต.ทวี ชุนเกาะ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ยังไม่มีเรื่องร้องเรียนทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ส่วนคืนหมาหอน กกต.ระดมเจ้าหน้าที่ชุดป้องปราม หาข่าวร่วมกับตำรวจ เข้าไปฝังตัวในพื้นที่ตามหมู่บ้าน ตำบลต่างๆ เพื่อเฝ้าระวังป้องปรามการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยเฉพาะการแจกเงินซื้อเสียง

ตร.9พันนายคุมเข้ม3จว.อีสาน

ที่หน้าสถานีตำรวจภูธรประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ พ.ต.อ.ยศนันท์ ชมบุญ ผกก.สภ.ประโคนชัย ปล่อยแถวตำรวจกว่า 200 นาย ออกกวาดล้างอาชญากรรม กลุ่มแก๊งมิจฉาชีพ ผู้ค้า ผู้เสพสิ่งเสพติดทุกประเภท รวมไปถึงผู้มีคดีค้างเก่า และซุ้มมือปืนในพื้นที่ช่วงก่อนเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 2 โดยตั้งจุดสกัดตามเส้นทาง ตรวจค้นตามบ้านเรือนที่กลุ่มคนแปลกหน้าเข้ามาพักอาศัย เพื่อเป็นการป้องปรามเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น

ที่ จ.นครราชสีมา พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการรักษาความสงบเรียบร้อยในการจัดการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ใน 3 จังหวัด ของภาคอีสาน ได้แก่ จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ ว่าเตรียมกำลังตำรวจภูธรทั้ง 3 จังหวัด รวม 9,000 นาย รักษาความสงบไว้แล้วและไม่มีพื้นที่ไหนน่าหนักใจแต่อย่างใด ส่วน จ.บุรีรัมย์ ที่หลายฝ่ายเป็นห่วงว่าจะเกิดเหตุรุนแรงไม่พบว่ามีการเคลื่อนไหวของกลุ่มมือปืนหรือกลุ่มบุคคลที่จะก่อความไม่สงบในการเลือกตั้งซ่อมแต่อย่างใด ได้ระดมกวาดล้างทั้งมือปืนและการกระทำที่ผิดกฎหมายมาโดยตลอด

ส่วนการควบคุมม็อบเสื้อแดงนั้นติดตามการเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดหากมีการกระทำเกินเลยหรือผิดกฎหมายก็จะถูกดำเนินคดีทุกรายไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดก็ตาม และหากตรวจพบว่าตำรวจเข้าไปช่วยเหลือหรือสนับสนุนผู้สมัคร ส.ส.คนใดก็จะถูกลงโทษทางวินัยทันทีผบช.ภ. 3

บิ๊กตร.ชี้ปาไข่เทียบคดีปาอึใส่อุทัย

วันเดียวกัน เวลา 13.00 น. พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงความผิดกรณีปาไข่ใส่คนอื่นว่า เคยเตือนผู้กระทำว่าเข้าข่ายความผิดฐานทำร้ายร่างกาย เนื่องจากเรื่องทำนองนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2537 คดี นายธนิต สุวรรณเมนะ ก่อเหตุขว้างอุจจาระใส่หน้านายอุทัย พิมพ์ใจชน สมัยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และตะโกนด่าทอต่างๆนานา ซึ่งนายอุทัยไม่ได้ติดใจเอาเรื่อง แต่เนื่องจากเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ตำรวจ สน.พระราชวัง เจ้าของท้องที่เกิดเหตุจึงต้องดำเนินการสอบสวนส่งฟ้องศาล ผลปรากฏว่า ศาลพิพากษาคดีดำที่ 5843/38 คดีแดงที่ 2913/41 ให้จำคุกนายธนิต เป็นเวลา 1 ปี และปรับ 6,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี

คดีนี้มีโทษถึงจำคุก เพราะอุจจาระเป็นอาวุธอย่างหนึ่งตามความหมายของกฎหมาย เนื่องจากผู้กระทำมีเจตนาที่จะใช้อุจจาระเป็นอาวุธ ซึ่งการปาไข่ก็เช่นเดียวกัน ผมไม่อยากเห็นใครถูกจำคุก จึงขอเตือนเพราะตำรวจเป็นผู้รักษากฎหมายบ้านเมือง ไม่ว่าเสื้อเหลืองเสื้อแดงหากละเมิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดี

เพิ่มกำลังดูแลพิเศษคณะรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีมีการจับภาพบุคคลที่ปาไข่ได้จะดำเนินการอย่างไรต่อไป พล.ต.อ.จงรัก กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นความผิดกฎหมาย ตำรวจจะต้องสอบสวนหากรู้ว่าเป็นความผิดของบุคคลใด และดำเนินคดีตามกฎหมาย เมื่อถามว่าตอนนี้มีการเพิ่มกำลังในการรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญทั้งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ตลอดจนนายชวน หลีกภัย ในการลงพื้นที่ต่างจังหวัดหรือไม่ รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. มีคำสั่งให้ตำรวจพื้นที่ดูแลการหาเสียงอย่าให้ละเมิดต่อกฎหมายทุกพื้นที่ โดยมีการเพิ่มกำลังในการรักษาความปลอดภัยเป็นพิเศษ ทุกแห่งจะมีรถตำรวจตามไป

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด