อภิ(สิทธิ์)ประชานิยม

เห็นมั้ยว่าการจะทำประชานิยมนั้นง่ายนิดเดียว ตอนที่คุณทักษิณ ชินวัตร ประกาศนโยบาย พ็อพพิวลิสต์ (populist) หรือประชานิยมอันเลื่องลือนั้น ไม่ใช่เรื่องที่เก่งกาจพิเศษแต่ประการใด

// //

คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ประกาศประชานิยม ถึงขั้นที่พาดหัวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง บอกว่า เป็นอภิประชานิยมด้วยซ้ำไป บวกคำว่า อภิสิทธิ์ กับ ประชานิยม อภิประชานิยม คือเป็นการไล่แจกเงินสำหรับคนบางกลุ่มกันเฉยๆ ซึ่งแน่นอนคงจะถูกวิพากษ์วิจารณ์พอสมควร

กรณีให้คนแก่ คนที่มีปัญหา คนที่ต้องการความช่วยเหลือนั้น พอจะเข้าใจได้ แต่มีมาตรการแจกเงินคนที่ดูแลตัวเองมีงานการทำอยู่ โดยเฉพาะที่มีการประกาศว่าจะแจกเงิน 8 ล้านคน คนละ 2,000 บาท การช่วยเหลือค่าครองชีพคนกลุ่มนี้น่าสนใจ เพราะว่าเป็นการไล่แจกกันต่อหน้าต่อตาก็ว่าได้

คุณปั้น วรรณพินิจ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม หรือ สปส. หลังจากที่นายกฯ แถลงข่าวผลการประชุมคณะรัฐมนตรี บอกว่า กรณีเรื่องแจกเงินคนละ 2,000 บาท ไปถึง 8 ล้านคนนั้น คือ คนที่เป็นผู้ประกันตนกับ สปส. ซึ่งมีขณะนี้ 9.3 ล้านคน และมี 8.01 ล้านคน ที่มีฐานเงินเดือนไม่เกิน 1.4 หมื่นบาท ที่จะได้รับความช่วยเหลือ

สปส.จะวางระบบเพื่อขอเลขบัญชีธนาคารทั้ง 8 ล้านคน เพื่อส่งให้กรมบัญชีกลางจ่ายเงินเข้าบัญชีไม่ผ่านฝ่ายธุรการหรือฝ่ายบุคคลของสถานประกอบการ นี่ก็ชัดเจนว่าเป็นการแจกเฉยๆ ไม่คำนึงว่าจะดูแลตัวเองได้หรือไม่ ใครที่มีเงินเดือนต่ำกว่าเกณฑ์ 1.4 หมื่นบาท เอาไปเลย 2,000 บาท และไม่ทราบว่ามีกลไกประเมินอย่างไรว่าจะได้ผลมากน้อยแค่ไหนอย่างไร จะเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำหรือไม่อย่างไร

แน่นอนรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ จะต้องพิสูจน์ว่า จะมีกลไกตรวจสอบการประเมินผลของโครงการทั้งหมดที่ออกมาเมื่อวาน กลางปี 1.15 แสนล้านบาท แบ่งเป็นหลายสัดส่วนช่วยเหลือค่าครองชีพข้าราชการเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ประกันตนที่อยู่ในระบบประกันสังคมที่มีรายได้น้อย ทั้งหมดจะใช้เงิน 1.9 หมื่นล้านบาท

นอกนั้นก็มีเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 9,000 ล้านบาท และมาตรการลดรายจ่ายแบ่งเป็นการต่ออายุ 6 มาตรการของรัฐบาลชุดที่แล้ว ยกเว้นมาตรการทาสีน้ำมัน ตรงนี้ใช้เงิน 1.1 หมื่นล้านบาท 2.กระทรวงพาณิชย์จะนำไปช่วยลดค่าครองชีพประชาชน 1,000 ล้านบาท

น่าซักถามว่า กระทรวงพาณิชย์จะเอาเงินพันล้านบาทนี้ไปช่วยใครอะไรอย่างไร จะให้กระทรวงเป็นคนพิจารณาหรือว่าจะมีมาตรการที่โปร่งใสชัดเจน

3.คือเรียนฟรี จะใช้เงิน 1.9 หมื่นล้าน นอกจากนี้ยังรวมถึงโครงการช่วยเหลือผู้ว่างงาน เสี่ยงต่อการว่างงาน และบัณฑิตจบใหม่อีก 6,900 ล้านบาท มีโครงการสนับสนุนภาคการผลิตบาง แต่ว่าเป็นเงินน้อย ยกเว้นกองทุนเศรษฐกิจพอเพียงที่จะใช้เงิน 1.52 หมื่นล้านบาท

จำเป็นที่จะต้องมีการฉีดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จะต้องเผยรายละเอียดเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อรัฐบาลจะนำไปประกอบการทำให้เกิดผลอย่างจริงจัง เพราะว่าทั้งหมดนี้คือเงินภาษีประชาชนทุกบาททุกสตางค์ ไม่ได้ควักจากกระเป๋านายกรัฐมนตรีอย่างที่สมัยคุณทักษิณ ทำให้คนเข้าใจว่า เพราะมหาเศรษฐีกำลังจะมาเป็นนายกฯ จึงควักกระเป๋าตัวเองมาช่วยประชาชน ความจริงคือภาษีของคุณของผมนี่แหละ

สุทธิชัย หยุ่น

ภูมิใจไทย:ก้าวสำคัญของเนวิน

การเมืองแบบไทยๆ อะไรๆ ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ ฟัดกันแทบจะตายกันไปข้าง วันหนึ่งก็อ้าขาผวาปีกเข้าหากันได้อย่างไม่เคอะเขิน

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด