มองมุมกลับ! คลิปมึงจะเอาใช่มั๊ย ฝ่ายแม่ลูกผิด?

คลิป "มึงจะเอาใช่มั๊ย" ส่อพลิก? ญาติหนุ่มใหญ่แฉภาพจากกล้องวงจรปิด แม่ลูกจอดรถขวางกลางถนน ไม่ยอมหลบให้ทาง ด่าบุพการีและเข้าทำร้ายก่อน
จากกรณี่ที่มีคลิปชื่อว่า "มึงจะเอาใช่มั๊ย" ถูกเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นคลิปเหตุการณ์หนุ่มใหญ่คนหนึ่ง เปิดประตูรถออกมาทำร้ายร่างกายสองแม่ลูก หลังจากที่ภรรยาของชายคนดังกล่าวขับรถออกจากซอยด้วยความเร็ว จนรถขูดกันเป็นรอย
ล่าสุด ได้มีผู้โพสต์คลิปจากกล้องวงจรปิดซึ่งคาดว่าผู้โพสต์น่าจะเป็นญาติของฝ่ายหนุ่มใหญ่ เผยให้เห็นเหตุการณ์อีกมุม พร้อมชี้แจงว่า ภรรยาของหนุ่มใหญ่คนดังกล่าวไม่ได้ขับรถด้วยความเร็ว และรถของสองแม่ลูกก็จอดกินเลนพื้นที่ ไม่ยอมหลบให้ทาง โดยฝ่ายชายพยายามเคลียร์ปัญหาอย่างดีที่สุดแล้ว แต่ฝ่ายสองแม่ลูกด่าว่าถึงบุพการี และเข้าทำร้ายร่างกายก่อนจึงทนไม่ไหว และเกิดเหตุในคลิป"มึงจะเอาใช่มั๊ย"ขึ้น ซึ่งข้อความที่ผู้โพสต์ชี้แจงมีดังนี้
เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2556 เวลา 14.37 น. ได้เกิดเหตุการณ์รถขูดกันที่ซอยพระรามเก้า 15 ผู้หญิงรถคันขาวได้ขับรถออกมาจากบ้านตามปกติ ไม่ได้ขับรถเร็วพุ่งอย่างที่คู่กรณีแจ้งก่อนหน้านี้ เพราะฝั่งตรงข้ามกับบ้านมีรถจอดเต็มข้างทาง ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะขับรถเร็ว และรถก็ขับเลี้ยวออกมาเต็มคันแล้วก็มาเจอรถกับคู่กรณีซึ่งจอดกินเลนพื้นที่ จนรถคันสีขาวก็พยายามเบียดไปทางซ้ายแล้ว
แต่รถคันเขียวก็ไม่ยอมขยับรถเข้าข้างซ้ายเลย ทั้งๆที่พื้นที่ทางด้านซ้ายของรถคันเขียวกว้างพอที่จะสามารถขยับได้ แต่ก็ไม่ขยับ ได้แต่จอดนิ่ง รถคันสีขาวก็ค่อยๆขับช้าจนรู้สึกว่ารถขูดกัน รถคันขาวจึงขับรถจอด (ดังที่เห็นใน CCTV) และลงมาจากรถเพื่อขอโทษ ยกมือขอโทษแล้ว และจะโทรเรียกประกันทางฝ่ายคู่กรณีก็ไม่ยอม จะไม่ยอมให้ฝ่ายหญิงไปรับลูก (ทางฝ่ายคู่กรณีแจ้งในYoulike ว่าเรียกสามีลงมานั้นไม่ใช่เลย เพราะบ้านกับที่เกิดเหตุอยู่ห่างกันแค่ 20 เมตรเท่านั้น
ทางฝ่ายผู้ชายได้ยินเสียงแตรรถจึงออกไปดูที่ระเบียงชั้น 2 เห็นภรรยากำลังยกมือไหว้ขอโทษคู่กรณีอยู่ แต่คู่กรณีไม่ยอม ฝ่ายผู้ชายจึงลงมาแล้วบอกว่าให้คุยกับประกัน อย่าไปเถียงกับคู่กรณีเพราะคงไม่ได้เรื่องแน่ ผู้ชายจึงบอกภรรยาว่าให้ไปรับลูกก่อนเดี๋ยวทางนี้จะคุยกับประกันให้เอง ฝ่ายคู่กรณีก็บอกว่าไม่ได้คนขับต้องอยู่ ฝ่ายผู้ชายบอกว่าภรรยาต้องไปรับลูก เดี๋ยวผมรับผิดชอบเองเพราะบ้านก็อยู่ตรงนี้ ไม่หนีไปไหน เดี๋ยวภรรยาไปรับลูกก็กลับมาบ้าน
ผู้ชายรู้ว่าพูดไปก็ไม่มีประโยชน์จึงรอประกันมาคุยผู้ชายจึงตัดสินใจเดินไปทางด้านซ้ายของรถคันสีขาวเพื่อเอากรวยรถออก เพื่อที่จะเอารถจอดข้างๆเพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร แต่คู่กรณีก็ไม่ยอมหยุด และด่าเสียเทเสียและด่าล่วงเกินบุพการีของตน ฝ่ายผู้ชายจึงเกิดบันดาลโทสะ และบอกให้คู่กรณีหยุดพูด หยุดด่าบุพการีได้แล้ว แต่ก็ไม่ยอมหยุด ผู้ชายจึงถามว่า...จะเอาใช่ไหม ผู้ชายลงมาจากรถ แล้วเงื้อมือจะตบแต่ลูกสาวคู่กรณีก็พุ่งเข้ามาที่ตัวผู้ชาย
ฝ่ายผู้ชายเห็นปฎิกิริยาเอฟเฟคจากข้างๆจะเข้ามาทำร้ายจึงตบไป 1 ทีเท่านั้น และคู่กรณีก็เข้ามาทำร้ายตน ฝ่ายชายจึงผลักคู่กรณีออกไป แต่ฝ่ายชายไม่ได้ซ้ำเติมแต่อย่างใด และกลับขึ้นไปที่รถและจอดรถให้ชิดกับขอบทาง ฝ่ายคู่กรณีก็บังหน้ารถจะไม่ให้จอด ฝ่ายชายจอดรถเทียบท่าเท่าที่จอดได้และลงจากรถกลับมาที่บ้านของตัวเอง เพื่อรอประกันและตำรวจมา คู่กรณีก็ไม่ยอมลดละ ด่าฝ่ายชายหน้าบ้านตลอดเวลา หน้าตัวเมีย
จนถึงตำรวจมาก็เชิญให้ทั้งสองฝ่ายไปชี้แจงที่โรงพัก ผู้ชายยอมรับผิดทุกอย่างและชี้แจงกับฝ่ายตำรวจว่าตบจริงแต่ไม่ได้ต่อย และตบแค่ทีเดียว (เสียงที่กรีดร้องเหมือนกับว่าโดนหลายทีนั้น ความจริงตบแค่ทีเดียวลูกสาวคู่กรณีก็ล้มลงแล้วกรีดร้องทำเหมือนกับว่าโดนหลายที) วันนั้นเองฝ่ายผู้ชายก็ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลพระราม 9 ไว้เป็นหลักฐานให้กับตำรวจและภาพวิดีโอจาก CCTV นี้ด้วย แต่ด้วยกระแสทางโซเชียลเน็ตเวิร์คแรงมาก และเป็นกระแสสังคมในตอนนี้ จึงมีสายโทรเข้ามาจากรายการเช้านี้..ที่หมอชิด เพื่อหาข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้น ฝ่ายผู้ชายจึงให้ความร่วมมือและเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ผู้สื่อข่าวฟังทั้งหมด เมื่อบ่ายวันนี้เอง (สมใจทุกคนที่โพสต์ข้อความด่า และได้ออกโทรทัศน์อย่างที่ทุกคนตั้งใจแล้วนะคะ)
ปล. คุณเอรี่คะ ช่วงประมาณ 10 โมงกว่า คุณกับคุณแม่คุณ ไม่ต้องชะลอรถแล้วยิ้มเยาะเย้ยนะคะ มันบ่งบอกถึงวุฒิภาวะในการกระทำของคุณเองค่ะ และที่กล่าวหาว่าทางฝ่ายชายบอกกับคุณนั้นว่าอย่ามาเดินในซอยนี้ให้เห็น สิ่งที่คุณทำพฤติกรรมแบบนั้น เป็นการโดนฝ่ายชายคุกคามตรงไหนมิทราบคะ มีแต่คุณกับแม่คุณที่ไม่ยอมลดละวาศอกเลย ถ้าจะเอาผิดก็ว่าไปตามกฎหมายนะคะ อย่าเรียกร้องความสนใจแบบนี้เลยมันน่าเวทนานะคะ
คลิกที่ภาพเพื่อดูคลิป
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


