สุดทน! แม่ร้องจัดการ ครูศูนย์เด็กเล็ก ทำร้ายลูกสาววัย3ขวบ

นางภัณณิการ์ ภาคพรม อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ หมู่ 1 ต.สรอย นำ "น้องเอิญ" ลูกสาววัย 3 ขวบ เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมภาคประชาชน วัดปางงุ้น ต.สรอย อ.วังชิ้น จ.แพร่ อีกครั้ง หลังจากร้องเรียนมาแล้วเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2556 ที่ผ่านมา กรณีผู้ดูแลเด็กศูนย์เด็กเล็กต.สรอย มีพฤติกรรมกระทำรุนแรงต่อลูกสาวของตนเอง
นางภัณณิการ์ กล่าวว่า ได้นำลูกสาวไปฝากเลี้ยงไว้ที่ศูนย์ดูแลเด็กใกล้บ้าน ซึ่งเป็นของ อบต.สรอย แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา นางศิริขวัญ วิชัยหอม อายุ 30 ปี ครูผู้ดูแลเด็กในศูนย์เด็กเล็กดังกล่าว มีพฤติกรรมกระทำการรุนแรงต่อลูกสาวของตนเอง โดยการกระชากแขนแล้วลากเข้าไปในในอาคาร เนื่องจากโมโหที่เด็กไม่ทำตามความต้องการซึ่งตนมาเห็นด้วยตัวเอง และยังพูดในลักษณะเสียงดังว่า ถ้าไม่พอใจก็เอาลูกไปเรียนที่อื่น เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ลูกสาวเกิดความหวาดกลัวมาก และเชื่อว่าน่าจะมีการกระทำรุนแรงมากกว่าที่เห็น หลังเข้าร้องเรียน ศูนย์ดำรงธรรมภาคประชาชนได้ทำหนังสือไปยัง อบต.สรอย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบศูนย์เด็กเล็กดังกล่าว ทำให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริงในวันที่ 19 มีนาคม 2556 โดยมีนายสุภาพ เคลื่อนโพธิ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.สรอย อ.วังชิ้น จ.แพร่ เป็นประธานในการสอบสวน ร่วมกับร่วมกับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบใน อบต.ดังกล่าว รวม 4 คน ได้เชิญคู่กรณีมาสอบสวนที่ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.สรอย
ผลการสอบสวน นางภัณณิการ์ มารดาของน้องเอิญ ได้นำผู้รู้เห็นเหตุการณ์มาเป็นพยานจำนวน 5 คน ส่วนนางศิริขวัญ ผู้ดูแลเด็กที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำรุนแรงต่อเด็กได้นำพยานมาจำนวน 3 คนโดยอ้างว่าทั้ง 3 คนก็รู้เห็นเหตุการณ์พร้อมที่จะมายืนยัน แต่ผลการสอบสวนจึงพบว่า พยานของนางศิริขวัญ ให้การไม่ตรงกันและทั้ง 3 ยืนยันว่าไม่เห็นเหตุการณ์ด้วยตัวเอง ในขณะที่ผู้เสียหายได้ยืนยันด้วยตนเองและชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์อีก 5 คน แม้ว่าจะจำนนด้วยพยานหลักฐานแต่นางศิริขวัญไม่ยอมรับว่าเป็นผู้กระทำรุนแรงต่อเด็ก ในขณะที่กรรมการที่สอบหาข้อเท็จจริง ได้สรุปว่า เป็นการกระทำรุนแรงต่อเด็กจริง แต่ไม่ทำให้ได้รับบาดเจ็บ ควรมีการตักเตือนด้วยวาจาและให้ทำงานต่อไป
ทั้งนี้ จากผลการตัดสินของกรรมการหมู่บ้านดังกล่าวทำให้นางภัณณิการ์ ไม่พอใจได้เข้ามาร้องเรียนอีกรอบโดยต้องการให้มีการร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแพร่ และ ผู้อำนวยการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดแพร่ เพื่อให้ดำเนินการลงโทษที่เหมาะสมกว่าที่กรรมการระดับจังหวัด
ด้านพระยงยุทธทีปโก เจ้าอาวาสวัดปางงุ้น ต.สรอย อ.วังชิ้น จ.แพร่ กล่าวว่า พระได้ตั้งศูนย์ร้องทุกข์ให้กับประชาชนโดยใช้ชื่อศูนย์ดำรงธรรมภาคประชาชน เพื่อให้สอดรับกับศูนย์ดำรงธรรมของทางจังหวัดแพร่ที่ศาลากลางจังหวัด ซึ่งมีผู้สนใจเข้ามาร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง กรณีดังกล่าว ผู้เสียหายได้มาร้องเมื่อวันที่ 7 มีนาคม หลังเกิดเหตุเกิดขึ้น ซึ่งได้มีการสอบสวนดังกล่าวแต่ผลออกมาไม่เป็นที่พอใจของผู้ปกครอง จากการสอบประวัติพบว่า ครูผู้ดูแลเด็กรายนี้ไม่ให้ความสนใจกับการดูแลเด็ก เคยมีประวัติการปล่อยปละละเลยเด็กที่อยู่ในศูนย์จนเกิดอุบัติเหตุแขนหักมาแล้ว และยังมีพฤติกรรมใช้อารมณ์รุนแรงในการดูแลเด็ก กรณีดังกล่าว ผู้กระทำผิดแม้ว่าจำนนด้วยหลักฐานแต่ไม่ยอมรับว่ากระทำผิด เรื่องนี้ควรให้มีคณะกรรมการในระดับจังหวัดมาทำการสอบสวนใหม่และถ้าพบมูลความผิดควรสั่งย้ายออกจากโรงเรียนดังกล่าวเพราะขณะนี้เกิดวิกฤตศรัทธาต่อผู้ปกครองจนไม่อาจสอนได้ และควรมีการตรวจสภาวะทางจิตของครูรายดังกล่าวด้วย เพราะพฤติกรรมที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดเป็นครั้งแรก และเกิดหลายครั้ง ซึ่งถ้ายังไม่มีความคืบหน้าผู้เสียหายจะเดินทางไปร้องเรียนในตัวจังหวัดต่อไป
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

