รถขนเงินทำหล่น 3 ล้าน ตร.สอบพนักงานมีพิรุธ

(ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหาข่าว)
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. พ.ต.อ.โชคชัย งามวงศ์ ผกก.สน.บุคคโล กล่าวถึงความคืบหน้า กรณีพนักงานประจำของ บริษัท บริงค์ส (ประเทศไทย) จำกัด ขับรถขนเงินตะเวนใส่ตู้เอทีเอ็มธนาคาร หล่นหาย 3 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ว่า ล่าสุดได้รับแจ้งว่า มีผู้เก็บถุงเงินดังกล่าวได้แล้ว โดยเบื้องต้นเป็นคนขับแท็กซี่พลเมืองดี ที่ประสานนำมาคืนให้ผ่านทางสถานีวิทยุ จส.100 โดยระบุว่า สามารถถุงเก็บเงินที่คาดว่าจะตกหล่นจากรถขนเงินของบริษัทได้ เมื่อเวลา 02.00 น. คืนที่ผ่านมา ขณะที่ขับแท็กซี่บริเวณสะพานพระราม 3 เพื่อจะเดินทางกลับบ้าน โดยขณะนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเดินทางเพื่อไปตรวจสอบ
(30 ธ.ค.) รถขนเงินทำประตูท้ายรถเปิดออก กลางถนนพระราม 3 กระเป๋าบรรจุเงิน 3 ล้าน หายไป 1 ใบ ตำรวจยังสับสน พนักงานขนเงิน 3 คนให้การไม่ตรงกัน วงจรปิดท้ายรถเสีย
เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 06.00 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บุคคโล ได้รับแจ้งจากพนักงานประจำรถขนส่งเงินว่า กระเป๋าบรรจุเงินสด 3 ล้านบาท ได้ตกหล่นไปจากรถ ขณะกำลังนำเงินสดไปป้อนเข้าตู้เอทีเอ็ม จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พร้อมกับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน
เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบรถดัดแปลงเป็นรถขนเงิน หมายเลขทะเบียน ณล 4974 กรุงเทพมหานคร ของ บริษัท บริงค์ส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทรับขนส่งเงินสดในธนาคารต่างๆ โดยรถขนเงินดังกล่าวมี นายทศพร ต้นสียา อายุ 35 ปี หัวหน้าชุดดูแลรถบริษัท บริงค์ส นายพุฒ มุ่งดี อายุ 30 ปี พนักงานขับรถ และ นายธนภัทร ต้นสียา อายุ 30 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัยประจำรถขนเงิน
การสอบสวนเบื้องต้น นายทศพร ให้การว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.45 น. ที่ผ่านมา ได้บรรทุกเงินสดจำนวน 53 ล้านบาท มาจากธนาคารไทยพาณิชย์ โดยมี นายพุฒ และ นายธนภัทร เป็นพนักงานร่วมออกปฏิบัติงานด้วยกัน เริ่มนำเงินไปบรรจุใส่ตู้เอทีเอ็มสาขาย่อยต่างๆ ในพื้นที่ฝั่นธนบุรี
โดยจุดแรก ได้ขับมาทางถนนพระรามที่ 3 เพื่อนำเงินไปบรรจุดที่ตู้เอทีเอ็มในซอยตากสิน 19 เมื่อขับมาถึงโรงพยาบาลธนบุรี 1 มีรถจักรยานยนต์แบบผู้หญิง สีแดง คนขับได้บีบแตรไล่และบอกให้หยุดรถ บอกว่าประตูท้ายรถเปิดออก
เมื่อลงไปตรวจสอบก็พบว่าประตูท้ายฝั่งซ้ายมือเปิดออก โดยยังมีกุญแจติดอยู่ที่ประตูท้ายรถ เมื่อตรวจสอบกระเป๋าเงินที่บรรทุกมา ก็พบว่าสูญหายไป 1 ใบ ภายในบรรจุกล่องเหล็ก รหัส SB458 ลำดับที่ 14 มีเงินสด 3,330,000 บาท เป็นธนบัตรใบละ 1,000 บาท 3,100,000 บาท ธนบัตรใบละ 500 บาท 100,000 บาท และธนบัตรใบละ 100 บาท 80,000 บาท หลังเกิดเหตุและตรวจสอบแน่ชัดแล้วจึงเข้าแจ้งความทันที
อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวนพนักงานทั้ง 3 คนแล้ว แต่พบข้อสงสัย เนื่องจากให้การสับสนและไม่ตรงกัน รวมทั้งรายละเอียดของผู้ที่ครอบครองกุญแจประตูท้ายรถ อีกทั้งกล้องวงจรปิดด้านท้ายรถก็เสีย จึงได้สั่งการให้ตรวจสอบลายนิ้วมือแฝง และยังต้องควบคุมตัวพนักงานทั้ง 3 สอบปากคำโดยละเอียดต่อไป
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


