โกวิทช็อกลูกสาวซิ่งเบนซ์ตกทางด่วนเสียชีวิต

โกวิทช็อกลูกสาวซิ่งเบนซ์ตกทางด่วนเสียชีวิต

โกวิทช็อกลูกสาวซิ่งเบนซ์ตกทางด่วนเสียชีวิต
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ดารานักแสดงรุ่นใหญ่ โกวิท วัฒนกุล พร้อม น.ส.มิณฑิตา วัฒนกุล หรือ มิ้น เอเอฟ 3 พร้อม น.พ.พิชัย แพร่ภัทร ผอ.โรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล พหลโยธิน น.พ.ตุ๋ย รุ่งเจริญ แพทย์ประจำศูนย์ระบบประสาทและสมอง และ ผศ.น.พ.วีระ เภาเจริญ ศัลยแพทย์ประจำโรงพยาบาล แถลงข่าวกรณีการเสียชีวิตของ น้องมายด์ มาธวี วัฒนกุล บุตรสาวคนที่ 3 ของ นายโกวิท ดารานักแสดงรุ่นใหญ่ หลังประสบอุบัติเหตุ รถตกสะพานข้ามแยกรัชวิภา เมื่อช่วงเช้าวันที่ 9 สิงหาคม 2555 ที่ผ่านมา โดยแพทย์ระบุว่า น.ส.มาธวี ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยพบว่าสมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง กะโหลกศีรษะร้าวและแตก ส่งผลกระทบทำให้แกนสมองบวมเป็นอย่างมาก และพบว่าไหปลาร้าด้านขวาหัก ปอดด้านขวาฉีกขาด มีลมออกทางเยื่อหุ้มปอด ประกอบกับ คนไข้มีความดันต่ำตลอดเวลา ทางทีมแพทย์จึงให้การช่วยเหลือด้วยการให้ยากระตุ้นหัวใจและช่วยปั๊มหัวใจเป็นเวลากว่าชั่วโมงครึ่ง ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ปั๊มหัวใจ พบว่าคนไข้มีเลือดไหลออกทางด้านปากและจมูกตลอดเวลา เป็นสัญญานบอกว่าแกนสมองได้รับการกระทบกระเทือนเป็นอย่างมาก ซึ่งทางแพทย์จึงได้ปรึกษาพูดคุยกับญาติและครอบครัว เพื่อหยุดการช่วยปั๊มหัวใจและให้คนไข้จากไปอย่างสงบ หลังจากทีมแพทย์ได้ให้การช่วยเหลือมากว่าชั่วโมงครึ่ง ด้าน นายโกวิท บิดา กล่าวเปิดใจทั้งน้ำตาของคนเป็นพ่อว่า หัวใจตัวเองแทบสลายเมื่อต้องสูญเสียลูกสาวอันเป็นที่รัก ซึ่งก่อนหน้านี้เคยพูดคุยกับ นายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ว่าหากลูกสาวเรียนจบจะให้เข้าไปทำงานด้วย พร้อมกับเตรียมบทภาพยนตร์ให้ลูกสาวได้แสดงเป็นนางเอก เพื่อถ่ายทอดประเพณีมวยไทยไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ลูกสาวก็มาประสบอุบัติเหตุจนถึงชีวิตเสียก่อน พร้อมกันนี้ นายโกวิทย์ ยังกล่าวอีกว่า อยากฝากให้การตายของลูกสาวของตนเป็นอุทาหรณ์กับใครหลายๆ คน ว่าหากอยากจะติวหนังสือหรืออ่านหนังสือ ควรจะอยู่ในบ้านดีที่สุด เพื่อความปลอดภัยและความสบายของพ่อแม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตนและครอบครัวก็ไม่ขอกล่าวโทษใครแต่อย่างใด ด้าน มิ้น เอเอฟ 3 ก็เปิดใจว่า น้องสาวของตนเป็นคนเก่งและขยัน และมักจะออกไปติวหนังสือกับเพื่อนข้างนอกบ้านบ่อยๆ ซึ่งตนและคุณพ่อ คุณแม่ พยายามตักเตือนหลายครั้งแล้ว แต่ตนก็คิดว่าน้องสามารถดูแลตัวเองได้ ไม่น่าจะมีอะไร ซึ่งตอนที่ทราบข่าวตอนแรกก็ตกใจ และเมื่อได้เห็นน้องก็ทำใจไว้แล้วส่วนหนึ่ง เนื่องจากน้องได้รับบาดเจ็บสาหัสมากจริงๆ ซึ่งตนก็ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น และอยากฝากบอกกับทุกคนว่า อยากให้มีสติให้มากๆ ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ก็ตาม ซึ่งหลังจากนี้ ทางครอบครัวจะนำศพน้องสาวไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดชลประทานต่อไป
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล