ละครเวที เรื่อง กุหลาบสีเลือด

ละครเวที เรื่อง กุหลาบสีเลือด
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

ละครเวที เรื่อง กุหลาบสีเลือด ความลับของผู้หญิงทั้ง 5 นำมาซึ่งการฆาตกรรมในคืนหนึ่ง

เนื้อเรื่องย่อ

เรื่องราวเกิดขึ้นในบ้านของ "โรส" ที่เปิดเป็นหอพักให้ สีฟ้า สลิล ละอองฝน และเดือน เช่าอยู่ แต่ละคนต่างที่มาและต่างมีความลับของตัวเองที่ต้องปกปิด ตั้งแต่ละอองฝนสาวน้อยใสซื่อที่พึ่งรู้ว่าตัวเองท้อง สลิลที่มีฉากบังหน้าเป็นนักศึกษาแต่จริงๆประกอบอาชีพขายตัว สีฟ้านักศึกษาแพทย์สาวที่มีความคิดขัดกับจรรยาบรรณ และเดือน สาวที่แสร้งว่าตัวเองไฮโซ บอกคนรอบข้างว่าพ่อตัวเองเป็นนายตำรวจใหญ่ทั้งๆที่เป็นแค่ตำรวจนายสิบต่างจังหวัด และโรสกับสวนกุหลาบหลังบ้านของเธอ ใครบางคนในห้าคนนี้ถูกฆ่าในคืนหนึ่ง หญิงสาวทั้ง 4 ที่ยังมีชีวิตอยู่ ใครกันแน่ที่เป็นฆาตกร

ผู้กำกับ
ครูเงาะ รสสุคนธ์ กองเกตุ
ครูเบลล์ ชยานิษฐ์ จิราโรจน์เจริญ

นักแสดง
ครูเงาะ รสสุคนธ์ กองเกตุ รับบท โรส
เจ้าของบ้านเช่า เป็นคนเก็บกด หวาดระแวง เพราะมีความลับที่ไม่สามารถบอกให้ทุกคนล่วงรู้ได้
นุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดา รับบท สลิล
โสเภณีในคราบนักศึกษา สลิลต้องถีบตัวเองออกจากสลัมและสังคมที่ตัวเองเคยอยู่เพื่อให้ได้เรียนหนังสือ และมีชีวิตปกติเหมือนคนอื่น แม้ว่าจะต้องแลกมาด้วยร่างกายก็ตาม
ญารินดา บุนนาค รับบท สีฟ้า
นักศึกษาแพทย์ เป็นคนฉลาด ประนีประนอมกับทุกคนในบ้าน แต่มีแนวคิดที่ขัดกับจรรยาบรรณแพทย์
เอ๋ มณีรัตน์ คำอ้วน รับบท เดือน
คนเดียวที่รู้ความลับของทุกคนในบ้านหลังนี้ และพยายามจะเอาเรื่องที่ตนรู้มาขู่ เพื่อแบล็คเมล์ทุกคน
ขนมจีน Kamikaze(กุลมาศ ลิมปวุฒิวรานนท์) รับบท ละอองฝน
สาวน้อยอ่อนต่อโลกที่เกิดท้องขึ้นในวัยเรียน ละอองฝนต้องปิดบังไม่ให้คนอื่นรู้ และต้องต่อสู้กับการถูกแบล็คเมล์จากเดือน
อุ๋ม อาภาศิริ นิติพน รับบท นุชนารถ
แม่ของโรส เป็นคนไม่มั่นคง จนก่อให้เกิดแผลในจิตใจต่อลูก

วัน-เวลาแสดง
7-9 , 14-16 กันยายน 2555 เวลา 14.00 น. และ 19.30 น.(วันที่ 7 และ 14 มีเฉพาะรอบ 19.30 น.)
ณ ศูนย์ดนตรีและการแสดงอโศกมนตรี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

เปิดขาย
วันนี้ที่ Thai Ticket Major บัตรราคา 2,000 1,500 1,200 1,000 บาท
บทสัมภาษณ์ทีมงานกุหลาบสีเลือด

อะไรคือแรงบันดาลใจในการทำละครเวทีเรื่องนี้
(ครูเงาะ) บทเรื่องนี้ดี ชอบตัวบทค่ะ เรื่องนี้เป็นหนึ่งในบทละครเวทีไม่กี่เรื่องที่มีคนเอามารีเมคมากที่สุด หลายคนตั้งคำถามว่า เล่นแล้วจะเอามาเล่นอะไรอีก จริงๆแล้วอยากให้ลองนึกภาพถึงคู่กรรม ถ้าของมันดี ของมันสนุก แล้วผ่านการตีความก็จะได้เห็นอีกมุมมองหนึ่งที่ต่างออกไป คือไม่ใช่ละครสอนสังคม แล้วจะมาบอกว่า ทำอย่างโน๊น อย่างนี้ แต่ว่ามันสอดแทรกไปอย่างสนุกสนาน อีกอย่างเงาะมีนักเรียนที่เก่งๆอยู่ในมือหลายคน เลยอยากร่วมงานกับเด็กๆ แล้วส่วนตัวรู้สึกว่าเป็นบทที่ดีที่นักแสดงทุกคนอยากเล่น ผู้กำกับก็อยากกำกับ แล้วอีกอย่างหนึ่งคือเคยไปเล่นให้ละครปริญญานิพนธ์ครูเบลล์สมัยเรียน ตอนนั้นเป็นเด็กๆ ด้วยกันทั้งคู่ เล่นแล้วเราก็อยากแก้ เลยอยากลองมาทำใหม่

(ครูเบลล์) เบลล์ว่าตัวบทเอง มันได้ทุกยุคจริงๆ ยังสะท้อนปัญหาที่มันยังคงอยู่ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ตาม จริงๆบทเรื่องนี้มันเขียนมาตั้งแต่สมัยที่เรายังใช้โทรศัพท์บ้านกันอยู่เลย ถึงตอนนี้มันก็ยังเป็นเรื่องใหม่อยู่ นอกจากอยากทำแล้ว อยากให้อะไรกับคนดูด้วย
(ครูเงาะ) อีกอย่าง เราทำเรื่องแรกทั้งที ต้องเป็นที่สนุกทั้งคนเล่น สนุกทั้งคนกำกับ คนดูก็ต้องสนุก และได้อะไรไปด้วย ไม่ได้ได้อะไรไปด้วยแบบเฝือๆ อยากให้ได้อะไรกลับไปจริงๆ

(ครูเบลล์) เพราะว่ามันเป็นละครสะท้อนสังคมที่ไม่น่าเบื่อ ผูกเรื่องโดยการฆาตกรรม สืบสวนสอบสวน แต่ว่าสอดแทรกด้วยสาระ เราจะไม่บอกคนดูตรงๆ ว่าคุณจะต้องทำยังไง แต่คนดูจะปฏิบัติ โดยความสะเทือนใจ จากบางสิ่งบางอย่างที่เค้าได้เห็นค่ะ
ทำไมนักแสดงแต่ละคนถึงลงตัวที่บทนี้

(ครูเงาะ) เอ๋เนี่ย เราเห็นเอ๋เล่นบทใสๆ หวานๆ กุ๊กกิ๊ก ซึ่งรู้สึกว่าเอ๋ทำได้มากกว่านั้น เลยอยากให้เอ๋พลิกบทบาท ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่เอ๋พลิกบทบาทมาเล่นร้ายเป็นครั้งแรกค่ะ

(ญารินดา) เรามองว่าเค้าเป็นคนเก่ง บทนี้ค่อนข้างตรงกับเค้า มันเหมือนจะไม่มีอะไรนะ แต่มันมีอะไรมากมากเลย ต้องใช้คนที่เล่นเก่งจริงๆ ถึงจะเอาอันนี้อยู่
ขนมจีน ภาพลักษณ์ของน้องเป็นสาวแรงเลยใช่ไหม เลยอยากลงในบทสาวน้อยไร้เดียงสาบ้าง

(ครูเบลล์) จริงๆขนมจีนเนี่ยเป็นนักเรียนของโรงเรียนด้วย คนจะเห็นเค้าว่าเป็นนักร้อง แต่เค้ามีศักยภาพด้านการแสดงจริงๆ ฃฃ
แล้วเค้าเองก็รักการแสดง ถือว่าเป็นการเปิดตัวของเค้า
นุ่น คุยกันไว้นานมาก ตั้งแต่ก่อนเค้าจะเล่นบ่วง อยากให้เค้าเล่นบทแรงๆ จริงๆนุ่นเค้าก็ถนัด แล้วเป็นรุ้สึกว่าเป็น แคสที่ตรงมากมาก จริงๆคุยกับนุ่นไว้หลายบท อยากให้นุ่นเล่นอันนั้น อันโน้น แต่สุดท้ายมาลงที่ตัวนี้ ซึ่งกับนุ่นเนี่ย ง่ายมากเลย โทรไปบอกว่า เออ พี่มีละครเวที ยังไม่เล่ารายละเอียดให้ฟังเลย นุ่นตอบมาเลยว่า เล่น!!
พี่อุ๋มเคยทำงานเรื่อง 5 แพร่ง แล้วพี่อุ๋มเป็นนักแสดงที่มีอินเนอร์ข้างในเยอะมาก เลยคิดว่าน่าจะเหมาะสมกับบทแม่

(ครูเบล) ส่วนครูเงาะนะคะทุกคนจะเห็นภาพครูเงาะ ในแบบ ครูเงาะ ครูเงาะ! เป็นคุณครู คอยสอนตลอดเวลา แต่จริงๆแล้ว ครูเงาะเป็นคนที่รักการแสดงมาก เนี่ยแหละจะเป็นสิ่งที่เราจะเห็นว่า ครูเงาะเป็นนักแสดงจริงๆ
นี่คือการทำละครเวทีครั้งแรกของครูเงาะ?

(ครูเงาะ) ใช่ค่ะ ปกติจะเป็นแอคติ้งโค๊ชให้หนัง ให้ละคร แต่ทุกวันนี้เวลาเราเรียน เราเรียนมาจากพื้นฐานของละครเวที แล้วก็เล่น ก็ทำมาตั้งแต่ตอนเรียนมหาลัย คนที่เรียนการแสดงทุกคน ก็อยากเล่นละครเวที อยากทำ เพราะมันมีสเน่ห์ของมัน
ครูเงาะเป็นทั้งนักแสดง ทั้งผู้กำกับ ยากไหม?

(ครูเงาะ) ก็ไม่ได้ถึงกับยากเกินไป เพราะมีเบลล์ Co-direct ด้วย บางทีเล่นเองก็จะมีเผลอหลุดกำกับตัวเอง กำกับคู่เล่นบ้าง เลยลองถอยออกมา แล้วก็ให้น้องไปเล่นแทน แล้วดู ก็ใช้วิธีนี้เอา แต่อย่างที่บอก พอมันเป็นสิ่งที่เรารัก เราจะไม่รู้สึกว่ายาก แต่ตอนที่ทำเรื่องนี้ พอเราหาสปอนเซอร์ไป หาอะไรพวกนี้เอง แล้วรู้สึกว่างานส่วนนี้ยากกับเรามากกว่า แต่สำหรับตอนนี้เงาะว่าภาพรวมโอเคมากเลยค่ะ
ทำไมคนถึงต้องมาดูละครเรื่องนี้

(ครูเบลล์) นักแสดงพวกนี้ยังไม่เคยเล่นละครเวทีเลย เราจะได้เห็นภาพใหม่ จุดกำเกิดของการแสดงเลยมันคือละครเวที เราจะไม่ได้เห็นพี่นุ่น ในแบบละครเวที ที่แบบยังไม่มีใครเคยเห็น

(ครูเงาะ) อยากให้มาดูพลังของนักแสดงทุกคน ที่สิ่งทุกคนจะได้ นอกจากความบันเทิงแล้ว ก็คือ ความสะเทือนใจบางอย่างที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้ จะทำให้คุณกลับมาคิดว่า เราจะส่งมอบอะไรต่อไปให้กับลูก กับหลานเรา
มาที่นักแสดงกันบ้าง รู้สึกยังไงบ้างที่ได้มาเล่นละครเรื่องนี้

(ครูเงาะ) สนุกค่ะ สำหรับบทโรส โรสเป็นผู้หญิงน่าสงสารนะ เติบโตมาในครอบครัวที่แตกร้าว เราอาจจะเคยคิดว่า การที่พ่อแม่หย่ากันคือการแตกร้าว แต่นี่เป็นการแตกแบบที่พ่อแม่ไม่หย่ากัน อยู่ด้วยกัน แต่เห็นภาพเรื่องราวรุนแรงที่เกิดขึ้นในบ้าน เห็นภาพพ่อมีเมียน้อย เห็นภาพแม่ร้องไห้ ใครหลายคนอาจจะคิดว่าการอยู่ด้วยกันคือครอบครัวที่ทำเพื่อลูก แต่จริงๆเมื่อประคองไว้แบบนี้มันเหมือนกับการวางยาพิษให้ลูกค่ะ

(นุ่น) ดีใจมากค่ะ ตั้งแต่เข้าวงการมาละครเวทีเป็นงานที่อยากทำมากที่สุด อีกอย่างเราได้ทำกับพี่เงาะซึ่งเป็นครูสอนการ
แสดงคนแรกๆของเราเลยค่ะ ไม่มีคำถามที่จะต้องคิดนาน โอเคเลย ส่วนบทสลิลที่เล่น เป็นคนที่ปากกัดตีนถีบ เอาตัวรอด ดูภายนอกอาจจะอยากได้อยากมีกับวัตถุสิ่งของ แต่ลึกๆของตัวละครมีสิ่งที่น่าสงสารคือ เค้าเกิดจากความไม่เต็ม ขาดทั้งภายนอกและความรู้สึก เขาเลยต้องหาอะไรมาเติมเต็มความต้องการเค้า แต่วิธีการของเค้ามันผิด ลึกๆมันขมขื่นนะ แต่พยายามจะไม่สนใจ ส่วนที่ซ้อมไปก็เริ่มเข้าบางซีนก็สนุกดีค่ะ ตอนแรกไม่รู้ว่าการซ้อมละครเวทีเป็นยังไง ยังนึกภาพไม่ออก ตอนแรกๆเป็นการปูพื้นฐานตัวละคร ซึ่งก็คล้ายๆกับที่เราเคยเวิร์คชอปกับพี่เงาะมาก่อนแล้ว แต่พอเริ่มเข้าบางซีนดูมันแบบพลังมันมาเต็มเลย แล้วไม่ใช่ซ้อมเอาผิวๆมันต้องซ้อมให้ลึกถึงความรู้สึกจริงๆมันสนุกมาก ทุกๆคนช่วยส่งช่วยรับกันหมดเลย เรื่องนี้มันเป็นเรื่องผู้หญิงที่อยากให้ผู้หญิงมาดูอ่ะค่ะ หลายคนอาจมองว่าเค้าผิดจากสิ่งที่เค้าเป็นเช่น เป็นนักศึกษาขายตัว เป็นเด็กใจแตกทำแท้ง วิธีการอาจจะไม่ถูก ไม่อยากให้เราไปกล่าวหาเค้าอย่างเดียว แต่อยากให้เราเข้าใจเค้า อยากให้ดูเรื่องนี้แล้วได้ข้อคิดกลับไปค่ะ เหมือนไม่ใช่ความบันเทิงอย่างเดียว แต่อยากให้มีการเปลี่ยนแปลงในสังคมบ้าง ถึงเป็นจุดเล็กๆแต่พวกเราก็ตั้งใจทำมากค่ะ

(ขนมจีน) ปลาบปลื้มมาก จริงๆค่ะ หลายๆคนจะมองภาพเราเป็นนักร้องตลอด แล้วจะก็ไม่เชื่อว่าเราแสดงได้นะ ขนมจีนคิดว่าทุกอย่างต้องการโอกาส และขนมจีนมองครูเงาะเป็นไอดอลอยู่แล้ว ตอนมาเรียนแล้วทำให้เรามีแนวคิด มีการใช้ชีวิตที่ดี ไม่ว่าในการทำงาน ในวงการ แล้วยิ่งครูมาการเปิดโอกาสทางการแสดง รวมถึงเชื่อมั่นในตัวหนู ว่าหนูทำได้จริงๆ จะไม่ปลื้มได้ยังไงล่ะเนาะ ส่วนจุดที่มันยาก มันก็มันยากในหลายๆแง่นะ มันไม่เหมือนการร้องเพลง ที่เราร้องทุกวัน แล้วอารมณ์มันจะไหลไปตามเพลง แต่อันนี้มันไม่มีดนตรี ละครมันมีแค่ตัวเรา เราต้องใช้ตัวเอง หาจากข้างในเอง หาจากสิ่งที่เคยรู้สึก เคยเป็นเองมาใช้ และขนมจีนคิดว่าละอองฝนน่าสงสารนะ ขนมจีนคิดเลยว่าอายุเท่านี้ มาเจอเหตุการณ์เท่านี้ในเรื่องครอบครัว ในเรื่องคนรัก โดยตัวเขาเองเขาก็คงไม่คิดหรอกว่าจะเจอเหตุการณ์นี้ในชีวิตเขา เพราะเป็นเหตุการณ์ที่เค้าอยากจะหนีที่สุดในชีวิตเค้า พอมาเล่นเป็นละอองฝนแล้ว อยากจะสนิทกับเค้า เตือนเค้า ส่วนเรื่องการซ้อมก็รู้สึกสนุกและดีใจมาก เพราะทุกคนมืออาชีพหมดเลย ครูงาะ พี่นุ่น พี่เอ๋ พี่ญารินดา ตัวขนมจีนเองก็เป็นคนติดตามหนัง ละครหรืออะไรแบบนี้อยู่แล้วด้วย แล้วพอมาได้ร่วมงาน วันแรกเครียดมาก มารันบทกัน แล้วเรารู้สึกกลัว พอคุยกับครู เลยทำให้ได้คิดว่า นี่แหละ มันจะเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เราก้าวกระโดดไปเร็วกว่าคนอื่น

(เอ๋) ตื่นเต้นมาก เพราะมันเป็นสิ่งใหม่ แต่โปรเจคนี้รู้สึกแฮปปี้มาก เพราะทุกคนเริ่มนับหนึ่งด้วยกัน เหมือนก่อตั้งบริษัทด้วยกัน ล้มลุกคลุกคลานมาด้วยกัน ส่วนเรื่องคาแรกเตอร์ เดือนร้ายมาก ชอบ รู้สึกแฮปปี้มากเลยนะ แต่เอาเข้าจริงๆเดือนน่าสงสารนะ มันมีเหตุผลที่ตัวละครนี้ต้องเป็นไปนะ อยู่ๆอยากได้อะไร ก็มันเหตุผลในการทำสิ่งนั้น ในสังคมที่ผเดือนโตมา เดือนถูกกดเอาไว้ตลอดเวลา มันก็เลยอยากที่จะลุกขึ้นมาเอาชนะมัน เอาตัวรอดให้ได้

(ญารินดา) ดีใจ และตื่นเต้นมาก จริงๆเรื่องนี้คุยกันตั้งแต่ยังไม่ได้ตั้งไข่ปีที่แล้วกันว่า ถ้าพี่เงาะทำละคร เวที มาเล่นไหม เราเองก็เสนอตัว อยากเล่นมาก คืออยากเล่นกับพี่เงาะอยู่แล้ว แล้วคงเป็นประสบการณ์ที่ไม่ได้มาบ่อยกับการเล่นละครเวทีในเมืองไทย กับบทสีฟ้า สีฟ้าเป็นนักศึกษาแพทย์ ถ้าดูเผินๆอาจจะมีไรคล้ายกับเรา ขรึมๆ พูดน้อย จริงๆแล้วแอบแรง มีปมมากๆ มันจะไปแสดงให้เห็นในเรื่อง ถ้าได้ไปดู สำหรับละครเวทีเรื่องแรก มันต่างจากการเล่นหนังมากๆ หนึ่งคือต้องจำบทตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่ง "ยากมาก" แต่ข้อดีคือ พอมาเล่นกับพี่เงาะแล้วพี่เงาะเน้นทางด้านการแสดงมาก เราเลยได้มีโอกาสทำแบบฝึกหัดต่างๆเกี่ยวกับตัวละคร ทำให้รู้จักประวัติของตัวละคร ปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ รู้สึกว่า ตัวเวิร์คชอปและแบบฝึกหัด มันช่วยให้เรารู้จักเพื่อนร่วมงานมากขึ้น ไม่ใช่ในฐานะตัวละคร แต่เป็นฐานะของ คน รู้สึกว่าเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามาก อยากให้ อยากให้มาดูค่ะ มาดูกันเยอะๆค่ะ เรื่องนี้มันสนุก ซ่อนเงื่อนอะไรเยอะมาก แล้วได้ข้อคิดดีๆเยอะมากด้วยค่ะ