ลือสะพัด!! หลวงพ่อคูณ ละสังขารแล้ว ลูกศิษย์ยันไม่จริง

ลือสะพัด!! หลวงพ่อคูณ ละสังขารแล้ว ลูกศิษย์ยันไม่จริง
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่เวลา 15.00 น. ของวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้มีข่าวแพร่สะพัดทั่วไปว่า พระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ได้ละสังขารที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เมื่อช่วงเวลา 14.00 น. วันที่ 16 กรกฎาคม ในเรื่องดังกล่าวทาง รพ.มหาราชฯ ยืนยันว่า หลวงพ่อคูณยังพักรักษาตัวของภายในห้อง 9821 ชั้น 8 อาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.มหาราชฯ เป็นปกติ และอาการอาพาธดีขึ้นตามลำดับ

ด้าน น.ส.จู ปริสุทชาติ หรือ "เจ๊จู" กรรมการวัดบ้านไร่ ลูกศิษย์ใกล้ชิดหลวงพ่อคูณ เปิดเผยว่า ข่าวลือไม่เป็นความจริง เป็นข่าวปล่อยที่ไม่เป็นมงคล ตอนนี้หลวงพ่อก็ยังนอนหายใจอยู่บนเตียงในห้อง ท่านยังพูดคุยได้ดี ตนยืนยันว่าหลวงพ่อท่านยังแข็งแรงอยู่ เพียงแต่ว่าในช่วงนี้คณะแพทย์ไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยม เพราะกลัวว่าท่านจะติดเชื้อซ้ำซ้อนเข้าไปอีก และคณะแพทย์โดยเฉพาะ นพ.พินิศจัย นาคพันธ์ แพทย์ประจำตัว แจ้งว่า ช่วงนี้ไปสักประมาณ 1 สัปดาห์ให้หลวงพ่อดูดีขึ้นชัดเจน และฉีดยาปฏิชีวนะครบกำหนดก่อน แล้วจะพิจารณากันอีกครั้ง ในฐานะกรรมการวัดบ้านไร่และลูกศิษย์ใกล้ชิดทุกคนยืนยันว่า ไม่มีเรื่องดังกล่าวที่ท่านจะละสังขารหรือมรณภาพใดๆ ทั้งสิ้น และมีนายชวน ศิรินันท์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมามาเยี่ยมอยู่แต่นอกห้องเท่านั้น หลวงพ่อคูณพูดคุยรู้เรื่อง จำลูกศิษย์ได้ทุกคน สติสัมปชัญญะยังดีเหมือนเดิม ช่วงนี้หมอให้ยาทำให้ง่วงท่านต้องพักผ่อนมากๆ

"ข่าวที่ออกมาไม่เป็นมงคล ทั้งนี้ หลวงพ่อคูณชราภาพ คนก็ไม่ได้มาเห็นกับตาก็คิดไป ปล่อยข่าวกันไปเรื่อย บางคนเห็นหรือเปล่าก็ไม่รู้ ซึ่งตนก็คิดว่าห้ามไม่ได้ ตนอยากฝากญาติโยมทุกคนที่รักและเคารพหลวงพ่อคูณให้ทุกคนช่วยกันสวดมนต์อ้อนวอนให้หลวงพ่อคูณหายเร็ววัน เพื่อจะได้เป็นมิ่งขวัญของประชาชนชาวไทยและเป็นที่รักเคารพศรัทธาของคนไทยและคนชาวต่างประเทศทั่วไป โดยเฉพาะพอหลวงพ่อคูณหายอาพาธกลับมาเป็นหลวงพ่อคูณรูปเดิม ดีขึ้นแล้วก็ต้องกลับวัดบ้านไร่ เพราะวัดบ้านไร่ยังต้องบูรณะอีกมากมาย และยังมีศิษยานุศิษย์ญาติโยมที่ตั้งใจมากราบหลวงพ่ออีกจำนวนมากและร่วมกันสร้างวิหารพระเทพวิทยาคมต่อไป หลวงพ่อคูณท่านอายุยืน ท่านไม่เป็นอะไรมาก เรื่องนี้น่าจะเป็นการต่ออายุให้กับหลวงพ่อคูณมากกว่า" น.ส.จูกล่าว

ขอบคุณข่าวจากสำนักข่าว มติชน