อภิสิทธิ์ เยี่ยมเหยื่อเพลิงไหม้มาบตาพุต

อภิสิทธิ์ เยี่ยมเหยื่อเพลิงไหม้มาบตาพุต

อภิสิทธิ์ เยี่ยมเหยื่อเพลิงไหม้มาบตาพุต
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางลงพื้นที่อาคารอเนกประสงค์ ที่ทำการชุมชนตากวน อ่าวประดู่ จ.ระยอง เพื่อพบปะประชาชน ที่มารับการตรวจสุขภาพ ภายหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้และมีสารเคมีรั่วไหลที่ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง โดยมี นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ และ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ ขณะเดียวกัน ประชาชนในพื้นที่ต่างให้การต้อนรับ นายอภิสิทธิ์ อย่างเป็นกันเอง มีการมอบดอกกุหลาบให้กำลังใจ และบางส่วนร่วมขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึก จากนั้น นายอภิสิทธิ์ ได้เดินทางไปเยี่ยมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม สื่อมวลชนบางส่วนได้ร่วมเดินทางมาเกาะติดความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดด้วย นายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวว่า ภายหลังเข้ารับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยองว่า โดยเหตุการณ์ยังไม่ได้ข้อยุติชัดเจน แต่สิ่งที่ต้องเร่งทำโดยด่วน คือ การจัดทำแผนเผชิญเหตุโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการซักซ้อม รวมถึงปัญหาการสื่อสารที่ยังไม่ทันต่อสถานการณ์ ขณะเดียวกัน หากเกิดเหตุซ้ำซ้อนในโรงงานเดิม ต้องมีมาตรการลงโทษที่เข้มงวด  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางมาเยี่ยมผู้ป่วย จำนวน 13 ราย ที่ โรงพยาบาลมาบตาพุด จ.ระยอง ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้และสารเคมีรั่วไหลที่ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด โดยนายอภิสิทธิ์ ได้มอบกระเช้าสิ่งของเยี่ยมผู้ป่วย และพูดคุยสอบถามอาการอย่างเป็นกันเอง ขณะที่ ประชาชนในพื้นที่ต่างให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น จากนั้น นายอภิสิทธิ์ ได้เดินทางมารับฟังการบรรยายสถานการณ์ล่าสุดที่สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดด้วย ผู้ว่าฯกนอ.เผยก๊าซคลอลีนรั่วปกติแล้วจนท.หาสาเหตุวันนี้ นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรม หรือ กนอ. เปิดเผยถึงเหตุการก๊าซคลอลีนรั่วไหลจากโรงงาน บริษัทอดิตยา เบอร์ล่า เคมีคัลส์  (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมเหมราชตะวันออก หรือ มาบตาพุด ว่า ขณะนี้เหตุการณ์ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว สามารถควบคุมในส่วนของพื้นที่ได้ 100% ขั้นตอนต่อไป เตรียมเข้าไปตรวจสอบพิสูจน์หลักฐานทางคดีความของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อหาสาเหตุ และวันนี้จะมีทีมพิสูจน์หลักฐานจากกรุงเทพ ลงพื้นที่ช่วยตรวจสอบร่วมกับจังหวัดระยอง   สำหรับจำนวนผู้เสียชีวิตมีประมาณ 11 ราย บาดเจ็บ 141 ราย รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลประมาณ 24 ราย ทั้งนี้ในส่วนของการช่วยเหลือทั้งพนักงาน ผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินชดเชย 36 เท่าของเงินเดือน เงินปลอบขวัญ 1,000,000บาท  พนักงานผู้รับเหมาได้รับรายละ 500,000 บาท และทางมูลนิธิ กนอ. ช่วยปลอบขวัญ รายละ 20,000 บาท สำหรับความเสียหายโดยตรงกับบริษัท ประมาณ 1,500-1,700 ล้านบาททั้งนี้ คดีแรกที่เกิดเหตุพื้นฐานร้อยละ 80 เกิดจากความบกพร่องของผู้ปฏิบัติงานไม่ทำตามกฎระเบียบ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ปรับปรุงกระบวนการทั้งระบบ ก็น่าจะตรวจทานเป็นรายไตรมาส ซึ่งวานนี้ได้สั่งปิดโรงงานไปก่อน เพื่อรอตรวจสอบ ส่วนกรณี บริษัทอดิตยา เบอร์ล่า ได้สั่งหยุดเดินเครื่องเมื่อคืนไปแล้ว หลังจากถูกตั้งข้อสังเกตถึงการความเกี่ยวพันกันสะดุดในเวลาที่สัมพันธ์กัน ซึ่งทาง กนอ. ยอมให้เดินเครื่องไม่ได้  อย่างไรก็ตาม กนอ. มั่นใจว่าระบบมาตรการความปลอดภัยได้ตั้งไว้สูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด ทำให้ต้องทำตามกฎอย่างเข้มงวด ตาม พ.ร.บ.โรงงาน จะไม่มีการลดหย่อน รมว.อุตฯสั่งกนอ.ถกรง.ใช้วัตถุอันตรายจัดระเบียบใหม่ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรม ได้เดินทางมาร่วมประชุมกับกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ กนอ. และผู้บริหาร บริษัท อดิตยา เบอร์ล่า เคมีคัลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในนิคมอุตสาหกรรมเหมราช หลังเกิดก๊าซรั่วเมื่อวานนี้ โดยยืนยันว่า ต่อจากนี้ไป กระทรวงอุตสาหกรรม จะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก โดยได้สั่งการให้ กนอ. เรียกประชุมผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม ที่ใช้วัตถุสารเคมีอันตรายมาจัดระเบียบใหม่ทั้งหมดเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่และสังคม เกิดความเชื่อมั่นต่อโรงงาน ทั้งนี้ หากเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีกให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของ กนอ. และกรมโรงงาน สั่งปิดโรงงานในทันทีชุมชนมาบตาพุดไม่พอใจ'อดิตยา เบอร์ล่า' ปกปิดข้อมูลนายอิทธิ แจ่มแจ้ง ประธานชุมชนหนองแฟบ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง กล่าวว่า ภาคชุมชนไม่พอใจทาง บริษัทอดิตยา เบอร์ล่า เคมีคัลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลการเกิดเหตุก๊าซรั่วให้กับชุมชนได้รับทราบข้อเท็จจริง ขณะที่ หน่วยงานภาครัฐ มีการเข้าถึงข้อมูลล่าช้า ทำให้ชุมชนเกิดความสับสน และทำให้แผนฉุกเฉินชุมชนล้มเหลว ซึ่งที่ผ่านมา ภาครัฐ ก็ได้มีการทดลองแผนฉุกเฉินกับ 2 ชุมชนเท่านั้น คือ ชุมชนมาบชลูด และ ชุมชนหนองแฟบ จากชุมชนมาบตาพุด ทั้งหมด 33 ชุมชน ดังนั้น จึงอยากให้ทางจังหวัดเร่งดำเนินการทำแผนให้ครบโดยรอบนิคมอุตสาหกรรม เพื่อความปลอดภัยของประชาชน นอกจากนี้ ทางชุมชนอยากให้ภาครัฐมีการปรับปรุงระบบเสียงตามสาย ที่ใช้ในการแจ้งเหตุกับชุมชนให้สมบูรณ์  โดยควรมีระบบเสริมเข้ามารองรับต่อการแจ้งข้อมูลที่สามารถทำได้ทุกจุดในรอบนิคมอุตสาหกรรม  เหยื่อมาบตาพุด ยังนอน ร.พ. 24 รายน.พ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รมช.สาธารณสุข กล่าวถึง จ.นครราชสีมา ถึงเหตุเพลิงโรงงานอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ว่า เหตุเพลิงไหม้ที่มาบตาพุด จ.ระยอง 2 วันติดต่อกัน ตนได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุข เข้าไปดูแล ซึ่งขณะนี้ผู้ที่ได้รับผลกระทบในส่วนที่เสียชีวิตไปในวันแรก ที่โรงงานกรุงเทพซินธิติกส์ เสียชีวิต ทั้งหมด 11-12 ราย บาดเจ็บ ทั้งหมด 140 ราย ขณะนี้ยังนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลต่างๆ อีก 24 ราย เราโชคดีว่า รัฐบาลได้ประกาศนโยบายเจ็บป่วยฉุกเฉิน ถึงแก่ชีวิตไม่ต้องถามสิทธิ์ ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น จะไม่มีการถามเรื่องค่าใช้จ่ายใครจะจ่ายไม่มี ถือว่าได้ผลดี เข้าไปทั้งโรงพยาบาลภาครัฐ ภาคเอกชนให้การบริการอย่างดีเยี่ยม อย่างไรก็ตาม จะต้องมีคนรับผิดชอบเรื่องค่ารักษาพยาบาล ทางบริษัทฯ ได้แจ้งในที่ประชุมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ว่า บริษัทฯ รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลและค่าดูแลทั้งหมดเกี่ยวกับผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งเป็นหน้าที่ ที่ทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จะเป็นผู้ไปตามเรียกเก็บจากบริษัทฯ เพราะขณะนี้ในข้อตกลงร่วมกัน 3 กองทุน ในสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จะเป็นคนจ่าย โดยจะไปไล่เบี้ยจากใคร ก็เป็นเรื่องของสำนักงานหลักประกันฯ แต่เป็นการทำให้ง่ายขึ้น เมื่อทางบริษัทประกาศยอมรับว่า จะรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่าย รมว.อุตฯตรวจรง.สารเคมีรั่วพบวาล์วปิด-เปิดก๊าซชำรุด ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังเดินทางไปตรวจสอบโรงงานบริษัท อดิตยา เบอร์ล่า เคมีคัลส์ (ประเทศไทย) จำกัด หลังเกิดเหตุ มีกลิ่นก๊าซคลอรีนรั่วไหล เมื่อวานนี้ โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า วาล์วเปิดปิดก๊าซความดันสูงชำรุด ทำให้เกิดการรั่วไหลของสารโซเดียมไฮโปคลอไรด์ ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการผลิตคลอรีน และระบบได้ส่งสัญญาณเตือน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้เวลาเข้าไปปิดวาล์ว ประมาณ 15 นาที และพบว่า โรงงานไม่ได้มีการให้ข้อมูลที่เป็นจริงแก่ชาวบ้าน รวมทั้งไม่ได้มีการแจ้งไปยัง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ กนอ. และไม่ได้ให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นต่อผู้ป่วย อีกทั้งการกระจายข่าวขาดประสิทธิภาพขณะที่ทางด้าน นายบุญช่วย ชาวนาลุ่ม ตัวแทนชุมชนมาบชะลูด กล่าวว่า ชุมชนต้องการให้ทางภาครัฐได้ปรับปรุงหอกระจายข่าวด่วน ซึ่งทาง กนอ.ได้แจ้งต่อชุมชนว่า ระบบกระจายเสียงมีผู้รับเหมาดูแล โดยสามารถแจ้งให้ผู้รับเหมาเข้าไปปรับปรุงได้ภายใน 24 ชั่วโมงนอกจากนี้ ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ เปิดเผยถึงการหารือร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ กนอ. กรมโรงงานอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมในนิคมมาบตาพุดจำนวน 60 แห่ง ว่า ได้แจ้งขอความร่วมมือผู้ประกอบการในพื้นที่ให้ปฏิบัติตามมาตรการของภาครัฐอย่างเข้มข้นในการป้องกันเหตุซ้ำรอยก๊าซรั่ว และเหตุฉุกเฉินจากกระบวนการผลิต ที่จะมีผลกระทบต่อชุมชน โดยมาตรการระยะสั้น ก็จะส่งทีมงานเข้าไปตรวจสอบระบบประเมินความปลอดภัยของทุกโรงงานอย่างเร่งด่วน และมาตรการระยะยาว โดยจะมีการปรับแก้ประกาศของกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อกำหนดบทลงโทษให้เข้มงวดขึ้น ซึ่งมีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในวันที่ 9 พ.ค.นี้ รวมทั้งต้องมีการตรวจสอบแผนป้องกันความเสี่ยง ของแต่ละโรงงาน ทุก 3 เดือน โดยก่อนจะต่อใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานทุกครั้ง จะต้องมีการตรวจสอบอีกครั้งอย่างไรก็ตาม กระทรวงอุตสาหกรรม ยืนยันว่า หากโรงงานมีการกระทำผิดกฎระเบียบ หรือผิดกฎหมาย ก็จะไม่ปกป้องโรงงาน โดยจะคำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก 
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล