เปิดประวัติ'เก่ง เมธัส สวนศรี' คนมี(หลาย)แผล?

เปิดประวัติ'เก่ง เมธัส สวนศรี' คนมี(หลาย)แผล?
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

ในฉับพลันที่ข่าวเก่ง เมธัส ดารานักแสดงเจ้าของรางวัลระฆังทอง(บุคคลแห่งปี) ครั้งที่ 3 ในปี 2553 ขับรถหนีการตรวจวัดระดับแอลกฮอล์ แถมยังเร่งเครื่องหนีพร้อมลากมือ ของนายตำรวจยศ พ.ต.ท.ไปด้วย จนทำให้นายตำรวจท่านดังกล่าวได้รับบาดเจ็บที่แขน หลายเสียงแต่คิดตรงกันในทำนองว่า อีกแล้วเหรอ?

หลายคนยังสงสัยต่อว่า เก่ง เมธัส เป็นใคร? มีของดีอะไร? เพราะเขารอดคุกมาได้ทุกครั้งที่เกิดเรื่อง 

เก่ง เมธัส สวนศรี เป็นหลานชายของพระเอกลิเกชื่อดัง พงษ์ศักดิ์ สวนศรี เข้าวงการมาจากการเป็นนายแบบ และดังเปรี้ยงทันทีจากคดีกักขังหน่วงเหนี่ยวและบังคับขืนใจนางเอกสาวชื่อดัง น้องสาวของดาราดังหนุ่ม ศาลตัดสินจำคุกรวม 5 ปี แต่ขณะที่ก่อเหตุอายุเพียง 17 ปีและรับสารภาพ จึงลดโทษเหลือกึ่งหนึ่งและศาลเห็นว่ากระทำผิดเป็นครั้งแรก โทษจำคุกจึงรอให้ลงอาญาไว้ 2 ปี 

หลังจากนั้นชื่อเก่ง เมธัส ก็ปรากฎตามหน้าหนังสือพิมพ์เป็นระยะๆ จากข่าวคาว มีดังต่อไปนี้

+คดีใช้อาวุธปืนพยายามฆ่านักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต 

+คดีร่วมกับเพื่อนรุมทำร้ายบุตรชายเจ้าของร้านจิวเวลลี่ย่านวังบูรพาบริเวณลานจอดรถเดอะบริทคลับ 99 

+คดีรุมทำร้ายลูกชายเจ้าของร้านเพชรในผับ ในปี 2549 

+ข่าวชกเบ้าตาและกัดขังพริตตี้สาว ซึ่งสุดท้าย พริตตี้ได้ออกมาปฏิเสธว่าเป็นเรื่องเข้าในผิดกัน 

+คดีพรากผู้เยาว์เมื่อปี พ.ศ.2548 จากการที่ เก่ง เมธัส ได้ทำร้ายร่างกาย และล่อลวงนักเรียนหญิง อายุไม่เกิน 16 ปี ไปทำอนาจารและข่มขืนในม่านรูดย่านบางใหญ่ ซ้ำยังถ่ายรูปไว้แบล็กเมล์จนถูกตำรวจชุด ปดส. ตามจับกุมคาห้างดัง (ศาลได้พิพากษาจำคุก 10 ปี แต่ จำเลยให้การรับสารภาพจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือต้องโทษจำคุก 5 ปี และไม่รอลงอาญา เนื่องจากผู้ต้องหาเคยก่อคดีลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง ยังอยู่ในขั้นตอนอุทธรณ์สู้คดี) 

+คดีใช้ปืนตบหน้าผู้รับเหมาก่อสร้าง ปี พ.ศ.2552 

+มีเรื่องกับ รปภ. ในคลับดังย่านพัทยา

เก่ง เมธัส ให้สัมภาษณ์นักข่าวหลังจากมารับทราบ 5 ข้อกล่าวหากับ พล.ต.ต. คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รรท.ผบช.ภ.1 ว่า ด้วยความกลัวว่าจะถูกดำเนินคดี เพราะเคยมีแผลมาแล้ว และนึกว่าตำรวจให้ออกขวาไป จึงขับรถออกมา โดยไม่รู้ว่ามีตำรวจเกาะมาด้วย

 

งานนี้คงต้องติดตามตอนต่อไปว่า เก่ง เมธัส จะรอดอีกครั้งหรือไม่ แต่ที่แน่ๆคือ เขา'มีแผล'เพิ่มขึ้นอีกแล้ว