ครม.สัญจร เตรียมพิจารณา18โครงการภูเก็ต1,429.84ลบ.

ครม.สัญจร เตรียมพิจารณา18โครงการภูเก็ต1,429.84ลบ.
INN News

สนับสนุนเนื้อหา


การประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่ จ.ภูเก็ต ในวันนี้ มีวาระการประชุมที่น่าสนใจดังนี้   โดยที่ประชุมจะมีการพิจารณาโครงการพัฒนาพื้นที่ในกลุ่มจังภาคใต้ ฝั่งอันดามัน 5 จังหวัด จำนวน 18 โครงการ งบประมาณจำนวน 1,429.84 ล้านบาท  ประกอบด้วย จ.ภูเก็ต เช่น โครงการแก้มลิงสวนเฉลิมพระเกียรติ งบประมาณ 15 ล้านบาท จ.พังงา เช่น โครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือทับละมุ วงเงิน 31.2 ล้านบาท โครงการก่อสร้างและปรับปรุงภูมิทัศน์ อนุสรณ์สถานสึนามิ  เรือตรวจการณ์ 813 วงเงิน 42.97 ล้านบาท จ.กระบี่ เช่น โครงการขุดลอกร่องน้ำ บริเวณท่าเทียบแพขนานยนต์ข้ามฝาก เกาะลันตา ทะเลอันดามัน วงเงิน 18.4 ล้านบาท จ.ตรัง เช่น โครงการพัฒนาท่าเรือ เพื่อการท่องเที่ยว วงเงิน 30 ล้านบาท และ จ.ระนอง เช่น โครงการฟื้นฟูคูคลอง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างยั่งยืน งบประมาณ 37.54 ล้านบาท  ครม.สัญจร เตรียมสถานที่พร้อมสำหรับบรรยากาศการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ หรือ ครม.สัญจร ที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ในเช้าวันนี้  ซึ่งจะเริ่มขึ้นในเวลา ประมาณ 09.00 น. ในส่วนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาถึง สถานที่จัดประชุมก่อนเวลาประมาณ 10 นาที เพื่อร่วมกิจกรรมแสดงศักยภาพสตรีกับความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข จัดขึ้นบริเวณหน้าตึกอธิการบดี จากนั้นจะเข้าพักในห้องทำงาน เพื่อจัดเตรียมภารกิจและเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มานั่งหารือร่วมกันก่อนที่จะเข้าประชุม ครม. ส่วนในเรื่องของการจัดเตรียมห้องประชุมต่างๆ ทั้งในส่วนของห้องพักรับรองคณะรัฐมนตรี ห้องพักรับรองของผู้ที่จะมาชี้แจงถึงเรื่องที่ทาง ครม. ต้องการสอบถาม  ซึ่งก็จะมีการเรียกเข้าไปชี้แจง ขณะนี้ได้มีการจัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว ภูเก็ตคาดครม.สัญจรไฟเขียวหลายโครงการน.ส.สมหมาย ปรีชาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวในรายการเปิดข่าวเด่นเจาะประเด็นดัง ทางเอฟเอ็ม 102.75  ว่า ทางจังหวัด ได้เสนอหลายโครงการให้ คณะรัฐมนตรีสัญจร อนุมัติ ทั้งโครงการขนาดเล็กและโครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะ การเชื่อมโยงเครือข่ายคมนาคม และการพัฒนาการท่องเที่ยว อาทิ  โครงการแก้มลิงเฉลิมพระเกียรติ โครงสร้างรถไฟขนาดเบา รอบเกาะภูเก็ต โครงการป่าชายเลน คาดว่า น่าจะได้รับการอนุมัติทั้งหมด รปภ. ครม.สัญจร 1,200 นาย ทั่วภูเก็ตสำหรับบรรยากาศการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ในเช้าวันนี้ ในส่วนของการรักษาความปลอดภัย นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และผู้ที่เข้าร่วมประชุม ทางจังหวัดภูเก็ตได้มีการจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่จำนวน 1,200 นาย ประจำตามจุดต่างๆ ทั่วทั้งจังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่สถานที่จัดประชุม และสถานที่ต่างๆ ที่ทางคณะรัฐมนตรี หรือบุคคลสำคัญ จะเดินทางลงไปปฏิบัติภารกิจเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และป้องกันผลเสียที่อาจจะตามมา ขณะที่การดูแลกลุ่มมวลชนจากพื้นที่ต่างๆ ที่อาจจะเดินทางมายื่นหนังสือ กับทางนายกรัฐมนตรี ในเรื่องปัญหาความเดือดร้อนต่างๆ นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า จากการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งบอกว่า ถ้าเป็นเรื่องความเดือดร้อนของชาวบ้าน ก็ยินดีที่จะเข้าไปดูแลทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ บริเวณสถานที่จัดการประชุม ได้มีกลุ่มคนจาก จ.พัทลุง และนักศึกษาแพทย์ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้เดินทางมายื่นหนังสือกับนายกรัฐมนตรีแล้ว รมต.ทยอยร่วมประชุม ครม.สัญจร คึกคักบรรยากาศการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจรในภาคใต้ ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต เป็นไปอย่างคึกคัก ในขณะเดียวกันบุคคลสำคัญในรัฐบาล เช่น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางมาถึงแล้วเช่นกัน ทั้งนี้มีบรรดาสื่อมวลชนได้เดินทางมาเกาะติดความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม มาตรการรักษาความปลอดภัย ในสถานที่ประชุม ครม.สัญจร เป็นไปอย่างเข้มงวดโดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ จ.ภูเก็ต แล้ว ท่ามกลางประชาชนที่มารอมอบดอกไม้ให้กำลังใจอย่างเนืองแน่น ทั้งนี้ก่อนการเข้าร่วมประชุม นายกรัฐมนตรี ได้รับหนังสือจากคณะนักศึกษาพยาบาลมหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง ที่ขอให้ตั้งศูนย์การศึกษา และบริการทางการแพทย์ของมหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง ในพื้นที่ ในขณะเดียวกัน ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกับนายกรัฐมนตรี ขณะนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ตรวจสอบการรั่วไหลของสารซูโดอีเฟดรีน ที่เป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติดแล้ว และจะประชุม ร่วมกับ DSI ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อเป็นการรับมือเรื่องนี้อย่างจริงจัง เนื่องจากเห็นว่า ไม่เช่นนั้นแล้วปัญหายาเสพติด จะควบคุมได้อย่างยากลำบาก 'สันติ' ปัด คณะรัฐมนตรีทบทวนโยก 'พนิตา'  นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยืนยันว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ จะไม่มีการทบทวนมติคำสั่งย้าย นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี ที่จะหยิบยกเรื่องนี้มาพิจารณา ขณะเดียวกันยืนยันว่า การสั่งย้าย นางพนิตา นั้น ไม่เกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้ง แต่เนื่องจากทางสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ได้มีหนังสือแจ้งมาให้ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินผิดประเภท ตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค. 2554 จึงตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย และขอให้คณะกรรมการให้ความเป็นธรรมกับ นางพนิตา ส่วนกรณีที่จะยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม หรือ ก.พ.ค. ก็ถือเป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ แต่อย่างไรก็ตาม หาก ส.ส.พรรคเพื่อไทย จะตั้งกระทู้ถามเรื่องนี้ ก็พร้อมที่จะชี้แจง  นายกฯ เผย จ่อเปลี่ยนรูปแบบซื้อแท็บเล็ต มอบ กต.ทำ MOU จีนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาการจัดซื้อแท็บเล็ต ที่มีการเปลี่ยนรูปแบบการจัดซื้อแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี เป็นการทำ MOU ระหว่างรัฐบาลไทยกับบริษัทเอกชนของจีน ซึ่งที่ประชุมอนุมัติโครงการจัดซื้อแท็บเล็ตโดยให้เป็นไปตามระเบียบการจัดซื้อวัสดุของทางกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ส่วนการปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาท ทั่วประเทศ ภายในเดือน เม.ย.นี้ ขณะนี้ยังไม่ทราบจำนวนของบริษัทเอกชนที่จะเข้าร่วมโครงการ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นความร่วมมือในระดับไตรภาคี ต้องมีการหารือและมีความเห็นร่วมกันของทั้ง 3 ฝ่าย อย่างไรก็ดีได้สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ดำเนินการเรื่องแผนพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อให้สอดคล้องกับทางนโยบายและการที่ไทยจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวด้วยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาปัญหาสินค้าที่ปรับสูงขึ้น โดยขอให้คณะโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ชี้แจงจะดีกว่า นายกฯทราบสถานการณ์เขื่อน-มอบยงยุทธดูโฉนดชุมชน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบ ถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนที่ขณะนี้ พบสัญญาณทั้งด้านกายภาพและเทคนิค ว่าสถานการณ์เกิดอุทกภัยลดน้อยลง แต่อาจมีความวิตกเกี่ยวกับปัญหาภัยแล้ง จึงมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำงานร่วมกับคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เพื่อพิจารณาว่าปริมาณน้ำจะส่งผลกระทบต่อการอุปโภคบริโภคและการทำการเกษตรในหน้าแล้งนี้หรือไม่ อีกทั้ง นายกรัฐมนตรี ยังให้ความสำคัญต่อปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องโฉนดชุมชน จึงมอบหมายให้นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดการที่ดินเชิงระบบไปพิจารณารายละเอียด ว่ามีปัญหาใดบ้าง และให้นำกลับมารายงานต่อคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง นอกจากนี้ นายอนุสรณ์ยังเปิดเผยอีกว่า คณะรัฐมนตรี จะงดการประชุมรัฐมนตรีนอกสถานที่ในเดือนเมษายน เนื่องจาก นายกรัฐมนตรีมีภารกิจมาก และมีงานพระราชพิธีส่วนเดือนพฤษภาคม จะมีการประชุมระหว่าง วันที่ 21 - 22 พฤษภาคม  โดยใช้สถานที่ จ.ราชบุรี และ จ.นครปฐม ส่วนเดือนมิถุนายน อยู่ระหว่างวันที่ 18 - 19 มิถุนายน ซึ่งมีการพิจารณาสถานที่ จ.ชลบุรี จ.ระยอง จ.จันทบุรี และ จ.ตราf  "บุญทรง" เผย ครม.ผ่านงบ 1.6พันลบ. แก้ของแพงนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติค่าใช้จ่ายในการดำเนินการโครงการลดค่าครองชีพไทยช่วยไทย วงเงิน 1,620 ล้านบาท โดยแยกเป็นโครงการโชห่วยช่วยชาติร้านถูกใจ หรือโครงการ 1 ร้านค้า 1 ชุมชน ในวงเงินงบประมาณ 1,320 ล้านบาท และโครงการมหกรรมธงฟ้าลดค่าครองชีพไทยช่วยไทย วงเงิน 300 ล้านบาท ซึ่งโครงการโชห่วยช่วยชาติร้านถูกใจ , 1 ร้านค้า 1 ชุมชน  และอีก 1 โครงการที่จะสนับสนุนร้านโชห่วยและร้านอาหารธงฟ้า โดยมีเป้าหมายจำนวน 1 หมื่นแห่งทั่วประเทศ โดยร้านค้าดังกล่าวจะจำหน่ายราคาสินค้าที่จำเป็น 20 รายการ อาทิ เช่น ข้าวสาร ไก่ไข น้ำมันพืช น้ำตาลทราย บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป นอกจากนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงชนิดสินค้าตามความจำเป็นและการเคลื่อนไหวของราคาสินค้าแต่ละชนิดตามสภาวะเศรษฐกิจในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด ขณะที่โครงการมหกรรมธงฟ้าลดค่าครองชีพไทยช่วยไทยโดยเป็นการลดค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง ครม. เห็นชอบยืดเวลาเก็บภาษีดีเซล1ด.-หนุนรถไฟ,เมล์ฟรี3,610ลบ.นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ที่ จ.ภูเก็ต ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ขยายเวลาการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลออกไปอีก 1 เดือน จนถึงสิ้นเดือนเมษายน พ.ศ. 2555 ซึ่งจากเดิมสิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2555 โดยโครงการนี้เป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในช่วงที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้น นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรียังเห็นชอบอนุมัติงบประมาณอุดหนุนการบริการสาธารณะของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) วงเงิน 2,350 ล้านบาท และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) วงเงิน 1,260 ล้านบาท ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยการอนุมัติงบประมาณดังกล่าว เพื่อนำเงินไปสนับสนุนการให้บริการสาธารณะของ ร.ฟ.ท. และ ขสมก. ให้กับประชาชนได้ใช้รถเมล์และรถไฟฟรี    

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!