ผบ.ตร.เร่งขอมาเลย์ ส่งตัวมาซุด-CCTVพบอีก1คนโยงบึ้ม

ผบ.ตร.เร่งขอมาเลย์ ส่งตัวมาซุด-CCTVพบอีก1คนโยงบึ้ม
INN News

สนับสนุนเนื้อหา


พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการติดต่อควบคุมตัว นายมาซุด ซีดากัส ซาเดท มาดำเนินคดีว่า เมื่อศาลอนุมัติหมายจับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็จะส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด เพื่อประสานขอให้ส่งตัว นายมาซุด เป็นผู้ร้ายข้ามแดน โดยจะเร่งดำเนินการ แต่คงจะบอกชัดเจนไม่ได้ว่าจะทันภายในวันนี้หรือไม่ เพื่อให้อัยการสูงสุด พิจารณา ส่วนการติดตาม น.ส.โรฮานี่ ไลลา ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีนั้น ผบ.ตร. กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่าเป็นเพียงผู้เช่าบ้านหลังที่เกิดเหตุเท่านั้น ไม่น่าจะร่วมก่อเหตุระเบิด แต่ทั้งนี้ต้องสืบสวนหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง หากพบข้อมูลร่วมทำผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนเป้าหมายการก่อเหตุ จะเป็นรัฐมนตรีกลาโหมของอิสราเอล หรือไม่นั้น ผบ.ตร. กล่าวว่า ยังไม่ทราบ แต่ชัดเจนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพุ่งเป้าที่ตัวบุคคล ไม่เจตนาทำร้ายคนไทย ไม่เกี่ยวกับคนไทย ประเทศไทย เพราะไทยมีสัมพันธ์อันดีกับทุกประเทศ อย่างไรก็ตามขณะนี้ เจ้าหน้าที่ก็ได้เพิ่มความระมัดระวังและดูแลติดตามสถานการณ์อยู่อย่างใกล้ชิด ออกหมายจับ4ชาวอิหร่านมือบึ้ม-รมว.กต.ปัดโยงอินเดีย พ.ต.อ.สุนทร เขมะประภา รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ศาลอาญา กรุงเทพใต้ ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาในคดีก่อเหตุระเบิด 3 จุด บริเวณซอยปรีดีพนมยงค์ 31 - 33 ถนนสุขุมวิท 71 รวม 4 รายแล้ว ประกอบด้วย นายซาอิฟ โมราบิ อายุ 28 ปี นายมูฮัมหมัด ฮาซาอิ อายุ 42 ปี นายมาซุด ซีดากัส ซาเดท อายุ 31 ปี และ น.ส.โรฮานี่ ไลลา ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหากับ นายซาอิฟ จำนวน 5 ข้อหา ประกอบด้วย 1. ร่วมกันทำและประกอบวัตถุระเบิด 2. ร่วมกันมีไว้ซึ่งวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 3. ทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย 4. พยายามฆ่าเจ้าพนักงานที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ และ 5. พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออีกจำนวน 3 ราย ถูกแจ้งข้อกล่าวหาจำนวน 3 ข้อหา ในเบื้องต้นเท่านั้นสำหรับกรณีการดำเนินการอายัดตัว นายมูฮัมหมัด ที่ถูกกักขังอยู่ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มาดำเนินคดีนั้น พ.ต.อ.สุนทร กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประชุมเพื่อเตรียมดำเนินการขอรับตัวผู้ต้องหา จะเป็นวันนี้หรือไม่นั้น ต้องรอฟังความเห็นของที่ประชุมก่อน ผบช.ส.ยันไร้ข่าวก่อการร้ายอีก-มาเลย์แถลงจับมือบึ้มได้ พล.ต.ท.ธนากร ศิริอัฐ ผู้บัญชากาตำรวจสันติบาล  เปิดเผย สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. เกี่ยวกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นภาย 3 จุดใน ซอยสุขุมวิท 71 โดยระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะการข่าวของสันติบาลมีปัญหาแต่ต้อง ยอมรับว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีขนาดเล็กและมีข้อจำกัดในเรื่องของงบประมาณ จึงต้องใช้วิธีการประสานงานกับหน่วยข่าวกรองทั้งในและต่างประเทศ ขณะเดียวกันมองว่าเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นก็ไม่ใช่ปัญหาเรื่องของการประสานงานเช่นเดียวกัน แต่เพราะคนร้ายมีเจนตนาที่จะก่อเหตุเราเองก็ต้องยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่รู้ทุกเรื่อง  ซึ่งหลังจากนี้ทางสันติบาลจะเพิ่มความระมัดระวังและหาข่าวในเชิงลึกมากขึ้น รวมถึงเน้นเรื่องการกระชับความสัมพันธ์กับประชาคมหน่วยข่าวกรองทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งตรงนี้ถือเป็นจุดแข็งที่ประเทศไทยต้องรักษาไว้ อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล กล่าวว่า จากการตรวจสอบล่าสุด นอกจากกลุ่มก่อการร้ายอิชบอลเลาะห์ ชาวเลบานอนและกลุ่มชาวอิหร่านแล้ว ยังไม่พบว่ามีขบวนการก่อการร้ายในไทยเพิ่มขึ้น ส่วนสาเหตุของการระเบิดในครั้งนี้คงตอบไม่ได้ ต้องรอให้มีการสืบสวนสอบสวนก่อน ทั้งนี้ยอมรับว่าหากเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความขัดแย้งทางการเมืองนอกประเทศ ก็เป็นเรื่องยากที่จะควบคุมสถานการณ์  ตร.มาเลย์แถลงการณ์ ยังไม่รับคำร้องส่งผู้ร้ายข้ามแดนจากไทยแถลงการณ์ค่ำวานนี้ โดย อิสมาอิล โอมาร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาเลเซีย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยชาวอิหร่าน จากเหตุระเบิด 3 จุด ที่ กรุงเทพมหานคร ได้ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อเวลา  15:30 น. ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ภายใต้พระราชบัญญัติคนเข้าเมืองของมาเลเซีย หลังได้รับข้อมูลจากหน่วยสืบราชการลับของไทย โดยชายต้องสงสัยดังกล่าวจะถูกสอบสวน กรณีการก่อการร้ายที่เกี่ยวข้องกับการระเบิดในประเทศไทย แต่ทั้งนี้ แถลงการณ์ไม่ได้บอกถึงรายละเอียดชายดังกล่าวเพิ่มเติมแต่อย่างใด ขณะที่ โฆษกตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย บอกกับ สำนักข่าวเอเอฟพี ว่า ทางการไทย ได้รับแจ้งจากการจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยดังกล่าวแล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับคำร้องสำหรับการส่งผู้ร้ายข้ามแดนจากไทย และไม่แน่ใจว่า การสอบสวน จะใช้เวลานานเท่าใด พัลลภปัดไทยเป้าหมายก่อการร้าย-ขอจนท.เข้ม พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีเหตุการณ์ระเบิดในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร 3 จุด ว่า ประเทศไทย ไม่ใช่พื้นที่เป้าหมายในการก่อการร้าย แต่ถือว่าเป็นที่สะสมของอาวุธ เนื่องจากเป็นประเทศที่เปิดการท่องเที่ยวแบบเสรี โดยสิ่งที่ต้องระวังจากนี้คือ เจ้าหน้าที่ ต้องมีความเข้มงวดมากขึ้น แต่ไม่ถือว่าการข่าวบกพร่อง และไม่ต้องห่วง เนื่องจาก ประเทศไทย มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ทำให้ต้องมีอุปสรรค์ตลอด เมื่อมีการก่อเหตุการณ์  ทั้งนี้ วัตถุระเบิดที่พบก็ไม่ใช่ลอตใหญ่ พร้อมกันนี้ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และเมื่อคนส่วนใหญ่ ไม่เห็นด้วยก็ควรจะหยุดการเคลื่อนไหวได้แล้ว พร้อมย้ำ กองทัพ ทำงานร่วมกับรัฐบาลได้ และเชื่อจะไม่มีการปฏิวัติเกิดขึ้น "ปณิธาน" ชี้ ไทยแค่ทางผ่านก่อการร้าย รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ในรายการเปิดข่าวเด่นเจาะประเด็นดัง FM 102.75 MHz ว่า ประเทศไทย น่าจะไม่ใช่เป้าหมายในการก่อเหตุที่แท้จริงของกลุ่มผู้ก่อการร้าย แต่สาเหตุที่ในช่วงที่ผ่านมา มีข่าวเกี่ยวกับการก่อเหตุดังกล่าว รวมถึงเหตุระเบิด 3 จุด เมื่อเร็วๆ นี้ เป็นเพราะประเทศของเรา เป็นประเทศเปิดเพื่อการท่องเที่ยว ทำให้มีชาวต่างชาติเข้ามาเป็นจำนวนมาก รวมถึงกลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการต่างๆ ด้วย ที่อาจจะเข้ามาวางแผนเพื่อก่อเหตุ หรือเป็นการรวบรวมสะสมอาวุธต่างๆ เท่านั้นอย่างไรตาม เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้มาแล้ว กระทรวงการต่างประเทศ ต้องมีการชี้แจงต่อนานาชาติ ซึ่งมี 12 ประเทศ ได้ประการเตือนให้พลเมืองของแต่ละชาติมีความระมัดระวังในการเดินทางมาเยือนประเทศไทยในช่วงนี้ ขณะที่รัฐบาลก็ควรจะเพิ่มมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว หรือแม้แต่ประชาชนชาวไทย ให้มากยิ่งขึ้นด้วย ส่วนเรื่องความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ อย่าง อิหร่าน หรือ อิสราเอล ที่ถูกเชื่อมโยงนั้น ยืนยันว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี  ขณะเดียวกัน น.ส.มัยรัตน์ พีระญาณ์โกเศส นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าว มีผลกระทบต่อความรู้สึก และความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก แต่ก็ต้องชมเชยกระทรวงการต่างประเทศ ที่ทำงานได้อย่างรวดเร็ว ในการเรียกทูตเข้ามาชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเน้นย้ำว่า ในเวลานี้ รัฐบาลจะต้องชี้แจงด้วยความจริงอย่างตรงไปตรงมา ในการเรียกคืนความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวกลับมา หรือหากเป็นไปได้ ก็ควรมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทาง หากมีการจับกุมผู้กระทำผิดได้ เพื่อแสดงให้ต่างชาติเห็นถึงมาตรการการทำงานด้านความมั่นคงของไทยด้วย ตร.เร่งหาข้อมูลเชิงลึกโยงคดีปาบึ้ม 3 จุดพล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผย ก่อนการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามความคืบหน้า คดีเหตุระเบิด 3 จุด บริเวณซอยปรีดีพนมยงค์ 31-33 และถนนสุขุมวิท 71 ว่า ในวันนี้ ได้มีการเรียกประชุมชุดสืบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบังคับการปราบปราม เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือ EOD เพื่อติดตามความคืบหน้าในการรวบรวมพยานหลักฐาน โดย เบื้องต้นได้รายงาน พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. เกี่ยวกับการสอบสวนไปแล้วระดับหนึ่งในข้อเท็จจริง เหตุระเบิดที่เกิดขึ้น ทั้ง 3 จุด ส่วนที่ วันนี้ เรียกประชุมเพื่อสอบสวนไปยังเบื้องหลัง ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยจะสอบสวนถึงที่มาที่ไปของกลุ่มชาวอิหร่าน ตั้งแต่การเข้ามาอยู่ในประเทศไทยว่า มีการเข้า-ออก มาแล้วกี่ครั้ง ระเบิดนำมาจากที่ไหน ใครนำเข้าและมีการประกอบที่ใด ขณะเดียวกันจะใช้ สน.คลองตัน เป็นศูนย์บัญชาการคดี และจะมีการประชุมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 น. โดยในการทำงานจะแบ่งงานกันทำ อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า ในที่ประชุมจะมีการสรุปเหตุการณ์ จากพนักงานสอบสวน ทั้ง 6 ชุด เบื้องต้นเพื่อรายงานต่อที่ประชุมด้วย สุรพงษ์เผย3มือบึ้มชาวอิหร่านขอวีซ่าผ่านบ.ทัวร์-ต่างชาติเตือนเพิ่มอีก4นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า คนร้ายชาวอิหร่าน 3 คน ผู้ต้องหาในคดีลอบวางระเบิด 3 จุด ที่ถนนสุขุมวิท 71 จากการตรวจสอบพบว่า มีการขอวีซ่าผ่านบริษัททัวร์ ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้ตรวจสอบแล้ว และให้ทำบัญชีรายชื่อบริษัททัวร์ที่คาดว่าคนร้ายจะใช้เป็นช่องทางเข้ามาในไทย อีกทั้ง ประเทศอิหร่าน ก็ขอพิสูจน์สัญชาติคนร้ายว่าเป็นสัญชาติอิหร่าน จริงหรือไม่ ส่วนเรื่องการขอวีซ่าเข้าประเทศนั้น ได้กำชับให้ทางปลัดกระทรวงการต่างประเทศ แจ้งสถานทูตทุกประเทศว่า หากมีการขอวีซ่าเข้าไทย ต้องมีการตรวจสอบข้อมูลอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ นานาชาติได้ประกาศแจ้งเตือนพลเมืองเรื่องการเดินทางมาเข้ายังไทย เพิ่มอีก 4 ประเทศ จากเดิม 10 ประเทศ นอกจากนี้ นายสุรพงษ์ ยังกล่าวว่า ไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศอิสราเอล และประเทศอิหร่าน ดำเนินนโยบายทางการทูตอย่างเป็นกลาง พร้อมแสดความเชื่อมั่นว่า เหตุการณ์ครั้งนี้จะไม่ยืดเยื้อ เพราะสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้แล้ว และหน่วยงานความมั่นคงก็ได้ทำงานอย่างเต็มที่ ผบช.น.เชื่อมีมือร่วมปาบึ้ม6คนเร่งล่าอีก2พลตำรวจโท วินัย ทองสอง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีระเบิด 3 จุด ในซอยปรีดีพนมยงค์ 31 ว่า ขณะนี้ ทางการมาเลเซีย สามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุอีก 1 คน คือ นายมาซุด ซีดากัส ซาเดท อายุ 31 ปี ซึ่งอยู่ระหว่างนำตัวมายังประเทศไทย ส่วน นายโมฮัมหมัด ฮาซาอิ อายุ 42 ปี ที่ถูกเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ควบคุมตัวได้ในวันเกิดเหตุนั้น ยังคงปฏิเสธในเรื่องของเหตุระเบิด แต่ทั้งนี้ศาลอาญากรุงเทพใต้ ก็ได้อนุมัติออกหมายจับและแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว จึงเข้าสู่กระบวนการดำเนินการตามกฎหมายไทยได้ ส่วนความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ระเบิด ในประเทศอินเดียและประเทศจอร์เจียนั้น เนื่องจาก ลักษณะระเบิดมีความคล้ายคลึงกันนั้น อีกทั้ง ทางการประเทศอิสราเอล ก็มาระบุว่า เป็นเหตุการณ์ที่มีความเชื่อมโยงกัน เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ ก็ยังไม่เห็นรูปแบบระเบิดดังกล่าว ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานขอรูปแบบระเบิด เพื่อนำมาเปรียบเทียบว่า เป็นชนิดเดียวกันหรือไม่ ส่วนเจ้าของบ้านเช่า เลขที่ 66 ที่เกิดเหตุนั้น เชื่อว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหากลุ่มนี้ เนื่องจาก กลุ่มคนผู้ต้องหามีพฤติกรรมเดินมาหาบ้านเช่าเหมือนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วไป แต่ยังไม่มีการเรียกเจ้าของบ้านสอบเพิ่มเติม  แต่อย่างไรก็ตาม ก็จะมีการเรียกพยานแวดล้อม มาสอบสวนเพิ่มเติม ทั้งนี้ ยังเชื่อได้ว่ามีผู้ร่วมขบวนการถึง 6 คน พร้อมทั้งประสานให้ทุกฝ่าย ดำเนินการสืบสวนหาผู้ร่วมขบวนการที่เหลือมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ปานศิริเชื่อ4อิหร่านเอี่ยวบึ้ม3จุด-เร่งหาข้อมูลพล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามความคืบหน้าคดีเหตุระเบิด 3 จุด ที่ซอยปรีดีพนมยงค์ 31 , 33 และถนนสุขุมวิท 71 ว่า  จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุทั้ง 3 จุด พบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่เก็บมาได้พอสมควร รวมไปถึง ได้มีการสอบสวนพยานไปส่วนหนึ่งแล้ว แต่ทั้งนี้ต้องมีการสอบสวนเพิ่มเติมอีก เพื่อหาเบื้องหลังของการก่อเหตุในครั้งนี้ พร้อมกันนี้ ยังไม่พบด้วยว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายแต่อย่างใดสำหรับ นายมาซุด ซีดากัส ซาเดท อายุ 31 ปี ชาวอิหร่าน ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ถูกทางการประเทศมาเลเซีย จับกุมได้เมื่อคืนที่ผ่านมานั้น ทางเจ้าหน้าที่ ได้มีการประสานไปยังอัยการสูงสุด ให้เร่งส่งหมายจับให้ทางการประเทศมาเลเซีย ส่งตัว นายมาซุด เป็นผู้ร้ายข้ามแดน กลับมาดำเนินคดียังประเทศไทยด้วย ขณะที่ นางโรฮานี่ ไลลา ชาวอิหร่าน ผู้ต้องหาตามหมายจับนั้น จากการตรวจสอบพบว่าเป็นผู้ทำสัญญาเช่าบ้านเลขที่ 66 ซอยปรีดีพนมยงค์ 31 โดยเริ่มเช่าตั้งแต่เดือนธันวาคม 2554 แต่เชื่อได้ว่า นางไลลา นั้น ได้เดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว อย่างไรก็ตาม จากแนวทางการสืบสวนล่าสุด มีหลักฐานยืนยันว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดนั้น มีส่วนร่วมและอยู่ด้วยกันในที่เกิดเหตุจริง ผบ.ตร.รุดสอบหนุ่มอิหร่านปาบึ้ม 3 จุดพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. เดินทางเข้าร่วมสอบปากคำ นายมูฮัมหมัด อาซาอิ อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ร่วมกันก่อเหตุขว้างระเบิด 3 จุด ใน ซ.สุขุมวิท 71 หรือ ซ.ปรีดีพยมยงค์ 31-33 หน้า ร.ร.เกษมวิทยา จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ รวม 5 ราย เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยขณะนี้ อยู่ระหว่างการสอบปากคำร่วมกับ พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ ผบช.สตม. ท่ามกลางการเฝ้าติดตามทำข่าวของสื่อมวลชน ทั้งในและต่างประเทศจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ควบคุมตัว นายมูฮัมหมัด เข้าไปยังห้องสอบสวนนั้น ผู้ต้องหา มีสีหน้าเรียบเฉยและสวมหมวกเดินก้มหน้า โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ คุมตัวอย่างเข้มงวดทั้งนี้ ในส่วนของ นายมูฮัมหมัด ฮาซาอิ นั้น ได้ถูกออกหมายจับ ในข้อหาร่วมกันทำ มีไว้ ซึ่งวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ และทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้ผู้อื่น ได้รับอันตรายแก่กาย และทรัพย์สิน โรงเรือน และสิ่งปลูกสร้างของผู้อื่นได้รับความเสียหาย สุรพงษ์แจงสภาเหตุระเบิดไม่โยง'อาทริสฮุสเซน'นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงกระทู้ถามสดของ นายธนา ชีรวินิจ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องปัญหาการก่อการร้าย จากกรณีระเบิดเมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา โดย นายธนา ต้องการทราบว่า เหตุลอบวางระเบิดที่เกิดขึ้น เป็นการก่อการร้าย หรือไม่ เพราะที่ผ่านมา ยังไม่มีการยืนยันจากรัฐบาล ด้าน นายสุรพงษ์ ชี้แจงว่า เหตุระเบิด 3 จุดที่เกิดขึ้นในถนนสุขุมวิท คนร้ายเป็นชาวอิหร่าน ไม่เกี่ยวข้องกับ นายอาทริส ฮุสเซน ชาวเลบานอน ที่จับกุมได้ก่อนหน้านี้แต่อย่างใด โดยรัฐบาลมีการประสานด้านการข่าวกับหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันภัยคุกคามต่าง ๆ นอกจากนี้ นายสุรพงษ์ ยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด ในประเทศอินเดีย แต่อย่างใด แพทย์เผยมือบึ้ม3จุดเริ่มรู้สึกตัว-ตอบสนองแล้ว รศ.นพ.ประเสริฐ ตรีวิจิตรศิลป์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รศ.นพ.ศิริชัย จินดารักษ์ หัวหน้าฝ่ายศัลยศาสตร์ พร้อมทีมแพทย์ แถลงข่าวถึงความคืบหน้าอาการของ นายซาอิฟ โมราบี ชาวอิหร่าน คนไข้ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีปาระเบิด 3 จุด บริเวณซอยปรีดีพนมยงค์ 31 - 33 และถนนสุขุมวิท 71 เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาว่า คนไข้ได้เข้ารับการรักษาเป็นวันที่ 3 แล้ว และภายหลังการรักษาด้วยการผ่าตัดผ่านไป 2 วัน ขณะนี้คนไข้เริ่มรู้สึกตัวแล้ว มีการตอบสนองด้วยการลืมตาหากมีการเรียก และมีการพยายามขยับตัวเมื่อได้รับการกระตุ้น ส่วนสัญญาณชีพนั้นคงที่ ระบบไหลเวียนโลหิตปกติ แต่ยังคงต้องใส่ท่อช่วยหายใจอยู่ โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเตรียมถอดเครื่องช่วยหายใจ ซึ่งหากคนไข้ไม่มีอาการแซกซ้อนภายใน 2 - 3 วัน ก็สามารถถอดเครื่องช่วยหายใจออกได้ ส่วนแผลที่ขายังไม่มีการปิด เนื่องจากต้องรอประเมินก่อนว่าจะต้องมีการตัดเนื้อเยื้อออกอีกหรือไม่ ซึ่งหากไม่ต้องมีการตัดเนื้อเยื้อเพิ่มเติมก็จะทำการปิดแผล อย่างไรก็ตาม อาการของคนไข้โดยรวมนั้นอยู่ในสภาวะที่ควบคุมได้ ส่วนชิ้นเนื้อทั้ง 2 ชิ้นของคนไข้นั้ นยังคงอยู่ที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ เพื่อรอเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบต่อไป  บึ้มไทยโอบามารู้แล้ว-ไม่ชัดก่อการร้ายหรือไม่นางคริสตี้ เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย กล่าวแสดงความเสียใจ กับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ในเหตุการณ์ระเบิด 3 จุด ใน ซ.สุขุมวิท 71 พร้อมระบุว่า สหรัฐฯ จะยืนเคียงข้างไทยในการสืบสวน ซึ่งอาจเร็วเกินไป หากจะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ขณะที่ยังตอบไม่ได้ว่าเป็นการก่อการร้ายหรือไม่ แต่เป็นเรื่องที่สำคัญและเป็นเรื่องใหญ่ โดยเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในไทย นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และเจ้าหน้าที่ รับทราบข้อมูลเป็นอย่างดี พร้อมเชื่อมั่น ในความสามารถของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย ว่าจะสามารถสืบสวนในกรณีนี้ได้ สตม.เผยไลล่าผู้ต้องหาโยงบึ้มกบดานอิหร่าน พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยถึง นางโรฮานี ไลล่า 1 ในผู้ต้องหาตามหมายจับคดี เกิดเหตุระเบิดที่สุขุมวิท 71 หรือ ซอยปรีดีพนมยงค์ 31 ซึ่งถูกออกหมายจับและอยู่ระหว่างหลบหนีไปว่า ขณะนี้ทราบว่า ผู้ต้องหา อาศัยอยู่ในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่านแล้ว ซึ่งในส่วนของการดำเนินคดีนั้น ไม่สามารถตามจับกุมได้ เนื่องจากไทยไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศอิหร่าน แต่เชื่อว่าไม่มีผลต่อรูปคดี เพราะ นางโรฮานี ไลล่า เป็นเพียงผู้ติดเช่าบ้านให้กับผู้ต้องหาทั้งสาม แต่ทางพนักงานสอบสวนมีพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด และวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินคดีกับชาวอิหร่านทั้ง 3 คนอยู่แล้ว  อธิบดีอัยการต่างประเทศ ขอตัวหนุ่มอิหร่านหนีมาเลย์ 2 ทางนายวันชัย รุจนวงศ์ อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ กล่าวว่า ขณะนี้ตนยังไม่ได้รับหนังสือจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการขอตัวผู้ร้ายข้ามแดน นายมาซุด ซีดากัส ซาเดท ชาวอิหร่านที่ถูกออกหมายจับ และหลบหนีไปกบดานจากประเทศมาเลเซีย ซึ่งอาจใช้วิธีขอให้ส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดนสัญญาระหว่างไทยกับอังกฤษ เพราะอังกฤษเคยปกครองมาเลเซียมาก่อน หรือใช้วิธีทางการทูต โดยใช้หลักต่างตอบแทน ซึ่งอัยการสูงสุด จะดำเนินการประสานผ่านกระทรวงการต่างประเทศ ของไทย ถึงกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย ตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 ทั้งนี้ ทางอัยการต้องใช้เวลาในการรวบรวมเอกสาร หลักฐานทางคดี จากพนักงานสอบสวน รวมทั้งการแปลเอกสารเพื่อร่างหนังสือ ถึงรัฐบาลมาเลเซีย ซึ่งทางการมาเลเซีย ก็ต้องใช้เวลาพิจารณา หรือการไต่สวนด้วย คาดว่าต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง 

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!