ตะลึง พบนักเรียนใช้ยาล้างไตหลังเสพยาไม่ให้ฉี่ม่วง

ตะลึง พบนักเรียนใช้ยาล้างไตหลังเสพยาไม่ให้ฉี่ม่วง

ตะลึง พบนักเรียนใช้ยาล้างไตหลังเสพยาไม่ให้ฉี่ม่วง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สสจ.ภูเก็ต ชี้เยาวชนเสพยาเสี่ยงอันตรายเท่าตัว หลังพบใช้ยาล้างไตกลุ่มเมธีลินบลู เพื่อให้ปัสสาวะเป็นสีฟ้าแทนสีม่วง เผยน่าเป็นห่วงและเพิ่งตรวจพบครั้งแรก เตรียมคุมเข้มพิเศษร้านขายยา ชี้เป็นยาอันตรายต้องให้แพทย์สั่ง

นพ.ศักดิ์ แท่นชัยกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยถึงกรณีตรวจพบเยาวชนเสพยาเสพติดและกินยาเกี่ยวกับล้างไต เพื่อไม่ให้ปัสสาวะเป็นสีม่วงว่า เมื่อไม่นานมานี้เจ้าหน้าที่ได้รับการประสานจากโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง เพื่อตรวจสอบสารเสพติดในกลุ่มเยาวชนและพบว่ามีนักเรียนกลุ่มหนึ่งปัสสาวะเป็นสีฟ้า จากการซักถามเด็กยอมรับว่าเสพยาไอซ์และกินยาเกี่ยวกับล้างไตเข้าไป 1 เม็ด เพื่อให้อาเจียนออกมา เมื่อตรวจปัสสาวะจะไม่พบว่าเป็นสีม่วง แต่กลายเป็นสีฟ้าของยาดังกล่าวแทน ซึ่งยาที่เด็กกินเข้าไปนั้นเป็นยากลุ่มเมธีลินบลู การใช้ยาชนิดนี้ในผู้ป่วยต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ หรือตามแพทย์สั่งเท่านั้น เพราะจะเป็นอันตรายต่อไต เนื่องจากไตขับสารเมธีลินบลูออกมามากเกินไป ทำให้ไตทำงานหนัก

"ปกติแล้วปัสสาวะจะมีสีขาว เหลือง หรือเหลืองขุ่นเล็กน้อย แต่ถ้าพบว่านักเรียนปัสสาวะออกมาเป็นสีฟ้า หรือใช้เมธีลิน บลู ให้ตั้งข้อสงสัยว่ามีพฤติกรรมส่อพิรุธ อาจจะมีการเสพยาหรือสารบางอย่างเข้าไป จึงต้องกินยาเมธีลิน บลู เข้าไป เพื่อทำให้ไตขับยาตัวนั้นออกมา"

นพ.ศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมายังไม่เคยมีข่าวว่ามีการนำยาตัวนี้ไปใช้ในกลุ่มผู้เสพ แต่ครั้งนี้ถือเป็นการตรวจพบครั้งแรก ดังนั้น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะเร่งควบคุมการจำหน่ายยากลุ่มเมธีลินบลูอย่างเข้มงวด เพราะมีจำหน่ายตามร้านขายยาทั่วไป และอาจประสานกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ออกเป็นกฎระเบียบเฉพาะในส่วนของจังหวัดภูเก็ตหรือทั้งประเทศ พร้อมกันนี้ขอฝากถึงโรงเรียนและผู้ปกครองช่วยกันสอดส่องดูแลพฤติกรรมในการใช้ยาของบุตรหลาน เพราะอาจเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด สำหรับเยาวชนที่ตรวจพบปัสสาวะสีฟ้านั้นได้ส่งตัวอย่างให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จังหวัดภูเก็ตตรวจสอบหาสารเสพติดให้ชัดเจน พร้อมขยายผลถึงแหล่งซื้อยาเมธีลินบลู.

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล