4 เยาวชนเก็บเงินกว่า1.8ล้านบาทคืนเจ้าของ

4 เยาวชนเก็บเงินกว่า1.8ล้านบาทคืนเจ้าของ
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

4 เยาวชนหญิง เก็บกระเป๋าภายในบรรจุเงิน-เช็ค รวมมูลค่ากว่า 1.8 ล้านบาท ส่งคืนเจ้าของ เผยไม่อยากได้ กลัวเจ้าของเดือดร้อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (7 ม.ค.)เมื่อเวลา 15.00 น.ที่ สวพ.91 น.ส.ชฎาธาร ดิลกวัฒนะคูณ อายุ 16 ปี นักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญศึกษา น.ส.นันจนา สุขสดมภ์ อายุ 17 ปี นักเรียนโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ น.ส.ญาณิศา วงศ์ทัศนีโย อายุ 17 ปี นักเรียนโรงเรียนแอ๊ดเวนตีสเอกมัย และ น.ส.ลลิษรา งามเชวง อายุ 21 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือ เอแบค ได้ทำการส่งมอบคืนกระเป๋าถือสีดำ ภายในบรรจุเงินสด จำนวน 67,197.75 บาท พร้อมเช็คเงินสด ธนาคาร กรุงเทพ สาขาอุรุพงษ์ จำนวน 3 ฉบับ รวมมูลค่า 1.2 ล้านบาท สมุดบัญชีเงินฝาก ธนาคาร ไทยพณิชย์ จำกัด (มหาชน) และเอกสารนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเบญญาภา ราชพฤกษ์ ให้กับ นายอับดุลซอมะ อาฆง อายุ 38 ปี นักธุรกิจขายกระเป๋าที่ตึกใบหยก 2 ย่านประตูน้ำ ภายหลังลืมทิ้งไว้ในห้องน้ำ ชั้น G ห้างพารากอน เมื่อคืนวันที่ 6 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งทางนายอับดุลซอมะ ได้มอบสินน้ำใจ เป็นเงินจำนวน 10,000 บาท ให้กับทั้ง 4 คน และเชิญชวนไปเลือกกระเป๋าแฟชั่น เป็นของขวัญในวันเด็กได้ที่ร้านด้วย

นายอับดุลซอมะ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 มกราคม หลังจากปิดร้านขายกระเป๋าแฟชั่นย่านประตูน้ำ ตนพร้อมภรรยาขับรถมาจอดที่ห้างสยามพารากอน เพื่อมาเลือกซื้อของกลับบ้าน ก่อนออกจากห้างภรรยาขอตัวเข้าห้องน้ำ ชั้น จี. ส่วนตนเดินเข้าไปเลือกซื้อหนังสือรอ หลังจากเสร็จภารกิจ เดินกลับมาที่ลานจอดรถพึ่งรู้ตัวว่าลืมหยิบกระเป๋าออกมาจากห้องน้ำ จึงรีบกลับไปดูแต่ก็ไม่พบ จากนั้นได้ติดต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของทางห้างฯ ตรวจดูภาพจากกล้องวงจรปิด พบนักศึกษาผู้หญิง 4 คน เดินออกจากห้องน้ำ ในท่าทางลักษณะดีใจ ซึ่งตนก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นผู้ที่เก็บกระเป๋าถือบรรจุเงินไปหรือไม่ จึงตัดสินใจเดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน

ด้าน น.ส.ลลิษรา กล่าวว่า ก่อนกลับบ้านแวะเข้าห้องน้ำชั้น G พบกระเป๋าถือสีดำ วางอยู่บนโต๊ะตั้งกระจก พอเปิดดูภายในพบเงินสดมัดรวมกันเป็นปึกตกใจมาก ไม่รู้ว่าเป็นของใคร จึงโทรศัพท์ไปปรึกษาพ่อกับแม่ ซึ่งได้แนะนำให้โทรศัพท์เข้ามาที่สถานีฯ โดยเอกสารภายในกระเป๋าเกี่ยวกับหมู่บ้านดูแล้วเหมือนเจ้าของกำลังเตรียมเงินจำนวนนี้เพื่อไปใช้จ่าย พวกตนไม่อยากได้เพราะไม่ใช่เงินของเรา กลัวเจ้าของเงินเดือดร้อนมากกว่า