ตายอย่างน้อย230ศพหลังอิสราเอลถล่มกาซ่า

(28ธ.ค.) กองทัพอิสราเอลเผยแพร่เมื่อวันเสาร์ ภาพถ่ายการโจมตีทางอากาศซึ่งตั้งเป้าที่ฐานที่ตั้งเครื่องยิงจรวดของกลุ่มก่อการร้ายฮามาส ซึ่งซุกซ่อนอยู่ในเขตชุมชนของฉนวนกาซ่า ภายใต้การปกครองของกลุ่มมุสลิมฮามาส เพื่อตอบโต้ที่ฮามาสคอยยิงจรวดข้ามพรมแดนไปยังอิสราเอล มีรายงานว่ามีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตจากการโจมตีอย่างน้อย 230 คนแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักรบฮามาสและมีรายงานผู้บาดเจ็บมากกว่า 700 คน ซึ่งมีผู้บาดเจ็บสาหัสประมาณ 140 คน ขณะที่ฝ่ายอิสราเอลมีรายงานผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 6 คน จากการยิงจรวดเข้าใส่อิสราเอลครั้งล่าสุดของฮามาส นับเป็นเหตุนองเลือดครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การสู้รบอิสราเอลปาเลสไตน์ที่มีมาหลายทศวรรษแล้ว

การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลต่อกาซ่าครั้งนี้ รวมทั้งการทิ้งระเบิดมากกว่า 100 ตัน ต่อบรรดาฐานที่มั่นหลักๆของฮามาส สร้างความตื่นตะหนกและความสับสนอย่างกว้างขวาง ขณะที่ควันสีดำพวยพุ่งเหนือดินแดนซึ่งถูกกลุ่มฮามาสปกครองมานาน 18 เดือนแล้ว นายเอฮุด บารัก อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล เปิดเผยว่าปฏิบัติการคาสต์ ลีด(Operation Cast Lead) ในการต่อต้านแนวร่วมอิสลามนี้ จะยังดำเนินต่อเนื่องไปตราบเท่าที่จำเป็น ทางด้านนายคาเล็ด มีแชลล์ ผู้นำฮามาสผู้ลี้ภัยอยู่ที่กรุงดามัสกัสของซีเรีย เรียกร้องให้มีการลุกฮือครั้งใหม่ของปาเลสไตน์เพื่อต่อต้านอิสราเอล พร้อมประกาศว่าจะมีการโจมตีพลีชีพครั้งใหม่ในอิสราเอลหลังยุติไปนาน 4 ปี

// //

กอร์ดอน จอห์นโดร โฆษกทำเนียบขาวระบุว่า มีแต่ฮามาสเท่านั้นที่จะยุติวงจรความรุนแรงครั้งนี้ได้โดยยุติการยิงจรวดถล่มอิสราเอล และว่าสหรัฐฯถือว่าเป็นความผิดของฮามาสที่ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง สหรัฐฯต้องการให้ฟื้นฟูข้อตกลงหยุดยิงนาน 6 เดือนที่หมดอายุไปเมื่อ 19 ธันวาคม เพราะฮามาสปฏิเสธที่จะต่ออายุข้อตกลงดังกล่าวเขากล่าวด้วยว่าต้องการให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทำให้แน่ใจว่าชาวกาซ่าได้รับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่ต้องการ

นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรงในทันที เช่นเดียวกับสหภาพยุโรป,รัสเซีย,อังกฤษ,และฝรั่งเศส ขณะที่หลายประเทศในตะวันออกกลางและสันนิบาตอาหรับต่างรุมตำหนิอิสราเอลฝ่ายเดียว

ตะลุยข่าว - 388 ศพสึนามิ...ยังไม่ได้กลับบ้าน

แม้พิบัติภัยสึนามิจะผ่านพ้นไปแล้ว 4 ปี ทว่าภาพความเสียหาย การล้มตาย และสูญหายไปของคนอันเป็นที่รัก ยังคงติดตรึงอยู่ในใจเหมือนภาพฝันร้ายในคืนที่แสนยุ่งเหยิง หลายครอบครัวยังทำใจไม่ได้กับมหันตภัยที่เกิดขึ้นกับตนเอง ครอบครัว และธุรกิจ เสียงหวีดร้องโหยหวนและร่ำไห้เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ยังคงก้องอยู่ในมโนสำนึก