เกาหลีเหนือปรับโฉมกรุงเปียงยางครั้งใหญ่

และสร้างคอมเพล็กซ์อพาร์ตเมนต์ขึ้นมาใหม่

การจับเปียงยางแต่งหน้าทาปากใหม่นี้เกิดขึ้นประจวบเหมาะกับวาระครบรอบ 60 ปีการก่อตั้งประเทศคอมมิวนิสต์แห่งนี้เมื่อเดือนกันยายนปี 2491 พอดิบพอดี แต่เชื่อกันว่าแดนโสมแดงยังมองไปไกลกว่านั้น โดยกำลังเร่งเดินหน้าผลักดันโครงการก่อสร้างสำคัญนี้ให้เสร็จสิ้นภายในปี 2555 ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 100 ปีชาตกาลนายคิม อิล ซุง ผู้ก่อตั้งเกาหลีเหนือ พอดี

// //

ทว่า เรื่องนี้ได้เกิดคำถามตามมาว่าแล้วประเทศที่ติดกลุ่มยากจนที่สุดในโลกอย่างเกาหลีเหนือนั้นจะเอาเงินที่ไหนมายกเครื่องเมืองหลวงกันเล่า

เจ้าหน้าที่กระทรวงรวมชาติเกาหลีใต้ผู้หนึ่งเปิดเผยเอาไว้ว่า เงินส่วนใหญ่ก็น่าจะมาจากบริษัทต่างชาตินั่นเอง นอกจากนี้ยังดูเหมือนว่าแดนโสมแดงจะส่งออกแร่ธาตุหลายอย่างเพื่อหาเงินมาใช้ในโครงการเหล่านี้

ขณะที่นายลี ยุง ฮุนนักเศรษฐศาสตร์จากแบงก์ชาติเกาหลีใต้ มองว่าการที่เกาหลีเหนือถูกทางการสหรัฐถอดออกจากบัญชีรายชื่อประเทศที่ให้การสนับสนุนการก่อการร้ายจะเป็นเสมือนใบเบิกทางให้แดนโสมแดงสามารถยื่นขอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อการพัฒนาได้ หากทางการเปียงยางมีความคืบหน้ามากพอในการยกเลิกโครงการนิวเคลียร์ของตัวเอง

บรรดานักวิเคราะห์มองว่าตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เกาหลีเหนือ ซึ่งปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอกจะต้องเปิดรับโลกหากอยากให้เม็ดเงินไหลเข้าประเทศอย่างแท้จริง

ทางออกสุดท้ายของปัญหาเศรษฐกิจในเกาหลีเหนืออยู่ที่ความสัมพันธ์กับต่างประเทศน่ะเอง มาร์คัส โนแลนด์จากสถาบันเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศปีเตอร์สันในกรุงวอชิงตัน สหรัฐ กล่าว โดยเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจเกาหลีเหนือโดยเฉพาะ

หากคุณไปเกาหลีเหนือขณะนี้ก็จะได้เห็นเครนก่อสร้างพร่างพรมเส้นขอบฟ้ากรุงเปียงยาง ขณะที่เรือบรรทุกสินค้ามาเพียบแปล้เต็มลำด้วยอุปกรณ์การขุดเจาะนั้นขุดลอกเอาหินออกจากก้นแม่น้ำ อพาร์ตเมนต์ใหม่ๆ ทาสีชมพู เหลืองมะนาว และสีสันสดใสอื่นๆ ผุดขึ้นทั่วตัวเมืองซึ่งคาดว่ามีประชากรอยู่ราว 3 ล้านคนเท่านั้น

ที่น่าสังเกตที่สุดก็คือ การก่อสร้างได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งที่โรงแรมริวเกียง อาคารคอนกรีตสูงเสียดฟ้าสร้างไม่เสร็จ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นความล้มเหลวทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของประเทศคอมมิวนิสต์แห่งนี้

โรงแรมริวเกียงนี้เป็นโรงแรมทรงพีระมิด มีความสูงถึง 105 ชั้น มีห้องพักและอาคารสำนักงานหลายพันห้อง การก่อสร้างตึกที่ได้ชื่อว่าสูงที่สุดเป็นอันดับ 22 ของโลกนี้ได้เริ่มต้นขึ้นในปี 2530 แต่ได้มาหยุดชะงักเอาในปี 2535 เพราะเงินทุนหมด แล้วหลังจากที่ปล่อยร้างเอาไว้นานถึง 16 ปี การก่อสร้างก็ได้กลับมาอีกครั้งเมื่อต้นปีนี้ ซึ่งข้อมูลจากนักธุรกิจเกาหลีใต้ซึ่งเพิ่งไปเยือนเปียงยางมาเมื่อเร็วๆ นี้บอกว่า เป็นความช่วยเหลือจากบริษัทอาหรับเอมิเรตส์แห่งหนึ่ง

นักธุรกิจผู้นี้ยังกล่าวด้วยว่า โรงแรมนี้จะสร้างเสร็จภายใน 3 ปี โดยบอกว่าได้ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีเหนือคนหนึ่ง ส่วนอีกโรงแรมหนึ่งชื่อว่าแตดองกังนั้นก็สร้างเกือบเสร็จแล้วเพราะความช่วยเหลือจากบริษัทต่างชาติที่ไม่มีการเปิดเผยแห่งหนึ่ง

นอกเหนือจากสร้างตึกใหม่ๆ แล้ว ตึกเก่าๆ อย่างโรงละครแห่งชาติ แกรนด์ เธียเตอร์ ในเปียงยางก็ได้รับการยกเครื่องเช่นกันโดยมีการปูพื้นถนนหลายสายที่ทอดไปสู่ตัวโรงละครใหม่

สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) ของทางการเปียงยางก็ยืนยันว่ามีการแต่งหน้าทาปากเปียงยางจริง โดยบอกว่าเกาหลีเหนือนั้นต้องการ ปูถนนใหม่ ปรับปรุงแม่น้ำลำธารให้ดีขึ้น ปลูกต้นไม้ใหม่ๆ ที่ดี และทำให้เมืองสวยงาม

ทั้งนี้ นายลีจากแบงก์ชาติเกาหลีกล่าวว่า ปี 2551 นี้ปริมาณการค้าของเกาหลีเหนือเพิ่มขึ้น การส่งออกทรัพยากรแร่ธาตุไปจีนก็อาจจะกลายเป็นส้มหล่นให้เกาหลีเหนือเพราะความต้องการวัตถุดิบในโลกนั้นพุ่งขึ้น

แม้ว่าภูมิประเทศอันเต็มไปด้วยภูเขาของเกาหลีเหนืออาจจะไม่เหมาะกับการเพาะปลูกนัก แต่เชื่อกันว่าอุดมไปด้วยแร่อย่างทองคำ เงิน สังกะสี เหล็ก และแร่แมกนีเซียม

เมื่อเดือนมกราคม บริษัทโอราสคอมซึ่งเป็นบริษัทไวร์เลสอียิปต์ก็ประกาศแผนจะลงทุนถึง 400 ล้านดอลลาร์เพื่อตั้งเครือข่ายมือถือก้าวไกลแห่งแรกขึ้นในแดนโสมแดง ทั้งๆ ที่ประชาชนคนธรรมดาในเกาหลีเหนือนั้นถูกห้ามไม่ให้มีโทรศัพท์มือถือ

โคห์ ยู ฮวาน ผู้เชี่ยวชาญด้านเกาหลีเหนือจากมหาวิทยาลัยดองกุ๊กในเกาหลีใต้กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวเพื่อแต่งหน้าทาปากให้เมืองหลวงครั้งนี้ อาจมีจุดมุ่งหมายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ และเงินสกุลแข็งๆ ซึ่งเป็นที่ต้องการมากนั่นเอง

อาถรรพณ์นรกซานติก้า ที่ดินนี้มีตำนาน...เลือด!!!

จากที่ดินทำเลทองย่านเอกมัย เพียงชั่วข้ามคืนของวันแรกที่ย่างเข้าสู่ศักราชใหม่ปี 2552 กลับกลายเป็นสุสานของเหยื่อเพลิงนรก นำมาสู่การผูกโยงถึงความเชื่อของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้กับ สุสานซานติก้าผับ ด้วยความหวาดผวา และบอกเล่าถึงเรื่องราวอาถรรพณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงลางร้ายบอกเหตุที่อาจจะเป็นสาเหตุที่นำมาสู่โศกนาฏกรรมครั้งนี้

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!