ยกฟ้อง! ติ๊ก รุกป่าภูคิ้ง ถ่ายเนวิเกเตอร์

ยกฟ้อง! ติ๊ก รุกป่าภูคิ้ง ถ่ายเนวิเกเตอร์
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

คดี ติ๊ก เจษฎาพร รุกป่าภูคิ้ง ถ่ายรายการเนวิเกเตอร์ จบแล้ว หลังอัยการสั่งไม่ฟ้อง ระบุไม่มีเจตนารุกป่า คู่กรณีผยไม่อยากทะเลาะกับใคร

ความคืบหน้ากรณี กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช สั่งดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกับรายการ”เนวิเกเตอร์” และพิธีกรดาราพระเอกชื่อดัง ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี ที่อ้างว่ามีการแจ้งขออนุญาตเข้าไปทำรายการในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว (ทุ่งกะมัง) อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ อย่างถูกต้อง แต่มีการกระทำผิดฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานที่ได้รับอนุญาตให้ทางรายการเข้าไปถ่ายทำได้บางส่วน

  โดย ติ๊ก เจษฎาพร ได้พาทีมงานรายการเข้าไปถ่ายทำในพื้นที่ป่าหวงห้ามบนภูคิ้ง เขตรอยต่อ อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ ผิดตามข้อตกลงที่ขออนุญาตไว้ เพื่อที่จะนำมาออกอากาศในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ ที่รายการเนวิเกเตอร์ จะได้เตรียมนำมาออกอากาศทางช่อง 3 เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา และปิดท้ายรายการให้ผู้ชมคอยติดตามตอนต่อไปในวันหยุดที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมาในตอนสุดท้ายชื่อตอนขึ้นภูคิ้ง ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ที่เกี่ยวข้อง จำต้องมีหนังสือด่วนไปถึงช่อง 3 เพื่อให้งดออกอากาศรายการเนวิเกเตอร์ตอนขึ้นภูคิ้งในวันที่ 18 ก.ค.ไว้ก่อนนั้น 

         ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (17 ส.ค.) พ.ต.ท.ศรายุทธ ดาวแจ้ง พนักงานสอบสวน สภ.เกษตรสมบูรณ์ เจ้าของคดี เปิดเผยว่า ในส่วนคดีได้มีการดำเนินการสรุปสำนวนคดีส่งฟ้องเสร็จสิ้นแล้ว หลังพระเอกพิธีกรชื่อดัง ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี ได้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 16 ส.ค.54 ที่ผ่านมา พร้อมทางทีมงานรายการเนวิเกเตอร์ที่ร่วมเป็นพยานในคดีนี้ ได้เดินทางมาร่วมให้ข้อมูลให้ปากคำ และขอยื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติมต่อเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการยื่นฟ้องคดีนี้

          "จากการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ทั้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายผู้แจ้งตัวแทนกรมอุทยานแห่งชาติฯ มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องพระเอกดัง และรายการเนวิเกเตอร์ เพื่อส่งให้อัยการพิจารณาแล้ว ซึ่งก็มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องในคดีนี้แล้วด้วยเช่นกัน  ซึ่งต่างฝ่ายก็มีเจตนาที่ดีร่วมกันป้องกันรักษาป่าและอยากให้เป็นกรณีศึกษาได้เป็นบทเรียนร่วมกันต่อไปมากกว่า ซึ่งคดีนี้สามารถเจรจากันได้และต่างฝ่ายก็ไม่ได้มีความติดใจอะไรต่อกัน พ.ต.ท.ศรายุทธ กล่าว

          พ.ต.ท.ศรายุทธ กล่าวต่อว่า ในส่วนข้อหาที่ถูกแจ้งดำเนินคดีใน 2 ข้อหา ในเรื่องการเข้าไปบุกรุกพื้นที่ป่าของทีมงาน ที่ยอมรับว่ามีการเข้าไปจริง แต่ในบทละหุโทษ ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ในมาตรา 37 ในข้อกฎหมายไม่ได้ระบุโทษไว้ และผู้แจ้งไม่ได้ติดใจเอาโทษเพิ่มเติม รวมทั้งคดีฝ่าผืนคำสั่งเจ้าพนักงาน ทางผู้แจ้งเองก็ไม่ได้ระบุวัน เวลา ว่าเป็นเวลาฝ่าฝืนช่วงใด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทางอัยการจังหวัดชัยภูมิ จึงมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องคดีนี้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต่อไปต้องดูอยู่ที่เจตนาของแต่ละฝ่าย ซึ่งยังมีข้อกฏหมายสามารถเอาโทษหนักได้ แต่คดีนี้ที่ยังพอเจรจากันได้ซึ่งก็ถือว่าคดีนี้เสร็จสิ้นปิดคดีได้ทั้งหมดจบลงด้วยดีแล้ว และไม่อยากให้ใครกระทำการเช่นนี้อีก หากไม่มีการยินยอมความกันได้ซึ่งเป็นบทเรียนของแต่ละฝ่ายอยากฝากเตือนร่วมกันต่อไป

          ด้าน ดร.กาญจนา นิตยะ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว เปิดเผยว่า ในเรื่องการยกฟ้อง ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี และรายการเนวิเกเตอร์ หลังมีการแจ้งความดำเนินคดี ก็เป็นเรื่องที่ได้ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจว่ากันตามพยานฐานหลัก ซึ่งก็มีแนวทางที่จะเอาผิดได้โดยเฉพาะเรื่องการฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องจะเห็นสมควรได้ และคดีนี้ก็ไม่อยากไปทะเลาะกับใคร โดยเฉพาะดาราดัง ที่เข้าใจว่าอาจจะมีเจตนาที่ดีที่อยากจะร่วมรักษาป่า สัตว์ป่า ร่วมกัน และก็อยากจะสร้างมาตรฐานที่ให้ทุกคนได้ตระหนักร่วมกันจากนี้ไปว่าอะไรควร อะไรไม่ควร เพื่อให้เป็นแบบอย่างที่ดีร่วมกันต่อไปด้วย

         ด้าน น.ส.พิมพ์สิริ ผลดี ผู้จัดการ ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี เปิดเผยว่า จริงๆ แล้วทางรายการไม่อยากมีปัญหา ก็เลยยังไม่นำรายการเนวิเกเตอร์ตอนขึ้นภูคิ้งมาออกอากาศช่วงนี้ เพราะทุกอย่างจบแล้ว ไม่อยากจะตอกย้ำอะไร  โดยในวันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมาประชาชนรอดูรายการเนวิเกเตอร์เยอะมาก เพราะจะดูว่าภูคิ้งเป็นอย่างไร แต่ทางรายการก็ไม่อยากเอาออกอากาศ เพราะไม่อยากให้มีปัญหา และยังไม่ทราบว่าจะเอารายการตอนขึ้นภูคิ้งออกอากาศวันไหน อยากจะให้จบลงด้วยดีทั้งสองฝ่าย