เริ่มแล้ว! อังกฤษไต่สวนผู้ก่อเหตุจลาจลนับพันราย

เริ่มแล้ว! อังกฤษไต่สวนผู้ก่อเหตุจลาจลนับพันราย
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

(15 ส.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการอังกฤษเริ่มทยอยนำกลุ่มผู้ที่ก่อเหตุจลาจล ที่ถูกจับกุมตัวได้เมื่อสัปดาห์ก่อนขึ้นศาล เพื่อตัดสินและดำเนินคดีแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า มีผู้ถูกจับกุมมากกว่า 1,200 ราย ส่วนใหญ่เป็นเยาวชน ซึ่งพบคนที่อายุน้อยที่สุดเพียง 10 ปี ขณะที่ยังมีผู้ต้องหาอีกเกือบ 100 คน ที่หลบหนีการจับกุมของตำรวจ

ตามรายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่เริ่มนำตัวผู้ก่อเหตุขึ้นฟังคำไต่สวนและสอบสวนที่ศาลในกรุงลอนดอน ท่ามกลางความอับอายของบรรดาผู้ปกครองของกลุ่มผู้ก่อเหตุจลาจล ที่ต่างก็รับไม่ได้กับสิ่งที่บุตรหลานของตัวเองกระทำไปเพียงแค่ความคึกคะนอง

พ่อของสาววัย 16 ปีรายหนึ่ง ถึงกับน้ำตาคลอ เนื่องจากวันที่เกิดเหตุลูกสาวได้ก่อคดีขโมยไอแพด โดยเขาบอกว่า รู้สึกหัวใจแตกสลายและอับอายที่สุด ที่ลูกสาวตัวเองต้องถูกจับและนี่คือผลผลิตของสังคมอังกฤษ ที่พ่อแม่ไม่อาจจะสร้างวินัยกับลูกด้วยการลงโทษเด็กได้ "พวกเขาจะบอกเสมอว่า หากตีเขา ถือเป็นการทำร้ายร่างกาย หากตะโกนใส่เขา ถือเป็นการล่วงละเมิดทางวาจา ผมว่าเด็กสมัยนี้อยู่เหนือพ่อแม่เกินไป ลูกสาวของผมสมควรติดคุก ผมหวังว่าจะสร้างจิตสำนึกให้กับเธอได้"

ขณะที่ผู้ปกครองของเด็กวัยรุ่นที่ก่อเหตุปล้นร้านค้ารายหนึ่ง ให้ความคิดเห็นว่า สังคมอังกฤษไร้อำนาจที่จะทำโทษเด็ก เพราะสภาพความเป็นรัฐที่ปกป้องเด็กเหมือนกับไข่ในหิน พ่อแม่ไม่กล้าที่จะลงโทษเด็ก เพราะเด็กสามารถแจ้งความเอาผิดได้ หรือสามารถเรียกร้องกับหน่วยงานคุ้มครองสิทธิเยาวชน

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งคดีที่เศร้าสลดที่เกิดขึ้นในเหตุดังกล่าว เมื่อศาลสั่งโทษเด็กชายวัยเพียง 13 ปี ที่ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศเพื่อนเด็กหญิงวัย 11 ปี โดยได้ใช้กำลังบังคับให้ช่วยเหลือทางเพศและล่วงละเมิดทางเพศกลางถนนที่กำลังมีเหตุจลาจล โดยเหยื่อเด็กหญิงยังตกอยู่ในอาการหวาดกลัว ซึ่งเด็กชายคนดังกล่าวถูกตั้งข้อหาทำร้ายร่างกาย ข่มขืนกระทำชำเรา และปล้นทรัพย์สิน ขณะที่มีรายงานว่า ครอบครัวเด็กชายคนดังกล่าว รู้สึกตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นและอับอายกับสิ่งที่ลูกชายตัวเองทำเป็นอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตามขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งไล่ล่าจับกุมผู้ต้องหาอีกเกือบ 100 รายที่เหลือ ซึ่งเบื้องต้นสามารถระบุใบหน้าผู้ต้องหาได้อย่างชัดเจน จากการตรวจกล้องโทรทัศน์วงจรปิดทั่วเมือง ขณะที่ยังมีผู้ก่อเหตุบางกลุ่ม ไม่ละอายใจและเกรงกลัวต่อกฎหมาย ได้ถ่ายรูปโชว์ทรัพย์สินมีค่าที่พวกเขาขโมยมาได้ลงในโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างแพร่หลาย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบและหวังนำตัวมาดำเนินคดีได้ในเร็ววันนี้