ป.ป.ช. ฟ้อง อภิรักษ์ ทุจริตซื้อรถดับเพลิง

ป.ป.ช. ฟ้อง อภิรักษ์ ทุจริตซื้อรถดับเพลิง
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

ป.ป.ช. ฟ้องศาลฎีกานักการเมือง เอาผิด อภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่า กทม.  โภคิน พลกุล อดีต รมว.มหาดไทย บ. สไตรเออร์ฯ" กับพวกรวม 6 คน ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ฮั้วประมูล จัดซื้อ รถ-เรือ ดับเพลิง กทม. 

(25 ก.ค.)  ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ (ป.ป.ช.)  ส่ง นายสิทธิโชค ศรีเจริญ ทนายความ ยื่นฟ้อง นายโภคิน พลกุล อดีต รมว.มหาดไทย , นายประชา มาลีนนท์ อดีต รมช.มหาดไทย , นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ , พล.ต.ต.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ อดีตผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร , บริษัท STEYR - DAIMLER - PUCH Spezialfahrzeug AG&CO KG และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นจำเลยที่ 1- 6

ในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต กระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วย งานของรัฐ ( ฮั้วประมูล) พ.ศ. 2542 จากกรณีการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง พร้อมอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย ตามโครงการพัฒนาระบบบริหารและเพิ่ม ประสิทธิภาพการทำงานสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร มูลค่า 6,687,489,000 บาท

โดยศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณาเป็นคดีหมายเลขดำที่ อม.5/2554 และนัดฟังคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องคดีหรือไม่ในวันที่ 24 ส.ค.นี้ เวลา 10.00 น.

อนึ่ง คดีนี้ ที่ประชุม ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดจำเลยทั้ง 6 โดยเห็นว่าการกระทำของ นายอภิรักษ์ หลังที่เข้ารับตำแหน่งผู้ว่า กทม. เมื่อปี พ.ศ.2547 ได้ทราบข้อมูลการทุจริตเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมาตลอด แต่ไม่ดำเนินการตรวจสอบโดยเร็ว นายอภิรักษ์ย่อมทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการซื้อรถและเรือดับเพลิงแล้วว่ามีความบกพร่อง และไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่กลับอ้างว่าอำนาจในการบริหารเงินทั้งหมดไม่ได้อยู่ที่ผู้ว่าฯ กทม. แต่เป็นอำนาจของนายโภคิน และอ้างว่าได้รับคำชี้แจงยืนยันจากกระทรวงมหาดไทยว่าการจัดซื้อครั้งนี้เป็นไปถูกต้องตามหลักเกณฑ์ทุกประการและแม้จะอ้างว่าได้รับการเร่งรัดให้ กทม. เปิดบริษัทแอลซี แก่บริษัท STEYRฯ อยู่เสมอก็ตามก็ไม่อาจฟังได้

นอกจากนี้ ความผิดของ นายโภคิน นายประชา นายวัฒนา พล.ต.ต.อธิลักษณ์ และบริษัท STEYR คือมีพฤติการณ์มิชอบเกี่ยวกับการจัดซื้อโดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่และอุบายหลอกลวง ตั้งแต่ขั้นตอนการเริ่มโครงการจนไปถึงการอนุมัติโครงการ โดยเฉพาะการทำข้อตกลงทำความเข้าใจ A.O.U. ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลออสเตรียที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย