คดีหมอมุกจบ! หลักฐานมัดตัว พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์

คดีหมอมุกจบ! หลักฐานมัดตัว พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

อำนวย เผยคดีหมอมุกเตรียมแจ้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นกับ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์  แจงภาพวงจรปิดบ่งชี้ไม่ใช่การพุ่งชน แต่เป็นลักษณะของการติดไปกับรถแล้วหล่นกระแทกพื้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (22 ก.ค.) เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ สน.พญาไท พญ.พรรณกร อิ่มวิทยา มารดาของ พ.ต.พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา หรือหมอมุก พร้อมด้วยนายสุรชัย เดชอัศวนง ตัวแทนจากสภาทนายความ ได้เดินทางเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมต่อ พ.ต.ท.โชติ สุวรรณจุณีย์ รอง ผกก.สส.สน.พญาไท มี พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. พ.ต.อ.วีรวิทย์ จันทร์จำเริญ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.สมาน รอดกำเนิด ผกก.สน.พญาไท ร่วมสอบปากคำด้วย โดย พญ.พรรณกร เดินทางมาด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม ก่อนจะเดินทางเข้าไปในห้องสอบสวน ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง

       พญ.พรรณกรเปิดเผยว่า ในวันนี้ได้เดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีของหมอมุก แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ซึ่งเรื่องคดีทั้งหมดขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจในการเปิดเผย ส่วนตัววันนี้รู้สึกมีความสุข เพราะหมอมุกอาการดีขึ้นมาก ตั้งใจทำกายภาพบำบัด ทำให้ตนสบายใจขึ้นมาก ซึ่งต้องขอขอบคุณสื่อมวลชนและทุกๆ คนที่คอยติดตามข่าวของหมอมุก พร้อมทั้งให้กำลังใจมาโดยตลอด ส่วนเรื่องคดีต้องให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ เพราะตนเชื่อมั่นในพยานหลักฐานทั้งหมดที่มี และคาดว่าน่าจะมีการแจ้งข้อหากับผู้ที่ก่อเหตุในเร็วๆ นี้ โดยไม่ผิดตัว

       ด้าน พล.ต.ต.อำนวยเปิดเผยว่า ในวันนี้ พญ.พรรณกร พร้อมทนายความส่วนตัวและทนายของสภาทนายความ ได้เดินทางเข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติม หลังจากที่ได้เชิญไปดูภาพวงจรปิดที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แต่การให้ปากคำเพิ่มเติมในวันนี้จะเป็นประเด็นใดบ้างไม่สามารถบอกได้ แต่วันนี้ได้พูดคุยกัน 2 เรื่อง คือ ใครคือคนร้าย และรถเก๋งนิสสัน ซันนี่ นีโอ หมายเลขทะเบียน วค 1355 กรุงเทพมหานคร เป็นรถที่ใช้ก่อเหตุจริงหรือไม่ ซึ่งประเด็นคนที่ขับรถชนหมอมุก ทางตำรวจรู้มาตั้งนานแล้วว่าเป็นใครแต่ไม่สามารถพูดได้ เนื่องจากคดีดังกล่าวกำลังอยู่ในกระแสสังคม ส่วนเรื่องรถเก๋งก็มีหลักฐานจาก พฐ.แน่ชัดแล้วว่าเป็นรถที่ชนหมอมุกจริง

      "ขณะนี้หลักฐานจาก พฐ.เสร็จสิ้นเกือบครบถ้วน และการสอบปากคำพยานก็คืบหน้าไป 95 เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งขณะนี้ทั้งตำรวจ และแม่ของหมอมุกก็มีข้อสรุปตรงกันแล้ว ซึ่งหลักฐานจาก พฐ.ชี้ชัดแล้วว่า พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น ผอ.กองกลางสำนักปลัดบัญชีทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นคนขับตัวจริงไม่ใช่แพะ และประเด็นที่จะทำให้เชื่อได้ว่าลูกสาวของ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่คนขับ ก็คือภาพจากวงจรปิดตามจุดต่างๆ ซึ่งเป็นหลักฐานใหม่ที่ตำรวจยังไม่เคยเปิดเผยต่อสื่อมวลชน เป็นภาพที่ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ขับรถไปรับภรรยา ลูกสาว และเพื่อนลูกสาวที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอารีย์ และภาพวงจรปิดตามถนนระนอง สะพานเกษโกมล ที่ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ให้การว่าขับรถผ่านหลังจากเกิดเหตุ"  พล.ต.ต.อำนวยกล่าว

  พล.ต.ต.อำนวย กล่าวต่อว่า สัปดาห์หน้าจะเชิญตัว พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มารับทราบข้อกล่าวหา “พยายามฆ่าผู้อื่น” และคาดว่าภายในสิ้นเดือนนี้จะสามารถสรุปสำนวนได้ ซึ่งทางแม่ของหมอมุกก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะตำรวจมีพยานหลักฐานชัดเจน ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายก็มีความเห็นตรงกัน สำหรับประเด็นการเจตนาขับรถพุ่งชนหรือไม่นั้น ตนขอชี้แจงว่าหลักฐานจากภาพวงจรปิดจะบ่งชี้ว่าไม่ใช่การพุ่งชน แต่เป็นลักษณะของการติดไปกับรถแล้วหล่นกระแทกกับพื้น เพราะมีการขับรถวนมาก่อนจะหยุดรถเพื่อถ่ายภาพแล้วขับออกไปด้วยความเร็วแล้วเบรก เพราะหมอมุกไม่ได้มีบาดแผลที่ขาและลำตัว ที่บ่งชี้ว่าเป็นการถูกพุ่งชน แต่การกระทำในลักษณะดังกล่าวสามารถทำให้ถึงแก่ชีวิตได้จึงต้องแจ้งข้อหาพยายามฆ่า