ยิ่งลักษณ์บอกดีใจที่กกต.รับรองเป็นส.ส.

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รู้สึกดีใจ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองการเป็น ส.ส. เพราะจะได้เร่งเดินหน้าทำงาน ซึ่งหลังจากนี้ ตนจะเข้ารายงานตัวพร้อมกับ ส.ส.คนอื่น ที่ขณะนี้ยังไม่ได้รับรองผล ส่วน 12 แกนนำ นปช. ที่ กกต. ยังไม่ได้มีการประกาศรับรองนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นการกดดันการทำหน้าที่ของ กกต. แต่เชื่อว่า กกต. จะพิจารณาด้วยความเป็นธรรม อีกทั้งขณะนี้ ยังคงอยู่ในเวลาที่ กกต. สามารถพิจารณาได้ โดยที่ฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทย จะเป็นผู้พิจารณายื่นหลักฐานการชี้แจงต่อ กกต.
นอกจากนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า จะยังไม่มีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี แม้ว่า กกต. จะมีการรับรองสถานะของตนแล้ว แต่จะขอเดินหน้าเรื่องนโยบายในการแก้ปัญหาให้กับประชาชนก่อน และหลังจาก กกต. ให้การรับรองเสร็จสิ้นแล้ว พรรคเพื่อไทยจะนัดพรรคร่วมรัฐบาล หารือถึงแนวทางนโยบาย เพื่อให้มีความสอดคล้องกัน โดยมั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาในเรื่องของแนวนโยบายของแต่ละพรรค
ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แสดงความมั่นใจ ว่า ทุกนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ประกาศไว้ สามารถทำได้จริง เพราะมีการศึกษามาอย่างรอบคอบในระดับหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะนโยบายการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ที่พรรคเพื่อไทยมีความมุ่งมั่น เนื่องจากที่ผ่านมา สถิติการขึ้นค่าแรงไม่มีการขยับ แต่ค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งหากจะดำเนินการตรงนี้ได้ จะเป็นการแบ่งเบาภาระให้กับประชาชน แต่ทั้งนี้ ต้องมีการหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของผลกระทบด้วย
ส่วนกรณีที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ได้แก่ สมาคมธนาคารไทย หอการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หารือกันในส่วนของผู้ส่งออก จะมีการส่งตัวแทนเข้าร่วม เพื่อทราบถึงแนวทางด้วยหรือไม่นั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงเป็นเรื่องของทีมเศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่เริ่มเข้าไปหารือกับแต่ละภาคส่วนเท่าที่ทำได้ แต่สุดท้าย ต้องมีการหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องของทั้งไตรภาคีด้วย คงยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะให้กำหนดเป็น
แนวทางหรือไม่
นอกจากนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า จะยังไม่มีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี แม้ว่า กกต. จะมีการรับรองสถานะของตนแล้ว แต่จะขอเดินหน้าเรื่องนโยบายในการแก้ปัญหาให้กับประชาชนก่อน และหลังจาก กกต. ให้การรับรองเสร็จสิ้นแล้ว พรรคเพื่อไทยจะนัดพรรคร่วมรัฐบาล หารือถึงแนวทางนโยบาย เพื่อให้มีความสอดคล้องกัน โดยมั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาในเรื่องของแนวนโยบายของแต่ละพรรค
ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แสดงความมั่นใจ ว่า ทุกนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ประกาศไว้ สามารถทำได้จริง เพราะมีการศึกษามาอย่างรอบคอบในระดับหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะนโยบายการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ที่พรรคเพื่อไทยมีความมุ่งมั่น เนื่องจากที่ผ่านมา สถิติการขึ้นค่าแรงไม่มีการขยับ แต่ค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งหากจะดำเนินการตรงนี้ได้ จะเป็นการแบ่งเบาภาระให้กับประชาชน แต่ทั้งนี้ ต้องมีการหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของผลกระทบด้วย
ส่วนกรณีที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ได้แก่ สมาคมธนาคารไทย หอการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หารือกันในส่วนของผู้ส่งออก จะมีการส่งตัวแทนเข้าร่วม เพื่อทราบถึงแนวทางด้วยหรือไม่นั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงเป็นเรื่องของทีมเศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่เริ่มเข้าไปหารือกับแต่ละภาคส่วนเท่าที่ทำได้ แต่สุดท้าย ต้องมีการหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องของทั้งไตรภาคีด้วย คงยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะให้กำหนดเป็น
แนวทางหรือไม่
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



