อายัดเครื่องบินเยอรมันเสียใจ แต่ให้ศาลตัดสิน

อายัดเครื่องบินเยอรมันเสียใจ แต่ให้ศาลตัดสิน
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

เยอรมันเสียใจอายัดเครื่องบินแต่ปล่อยเป็นหน้าที่ศาล ขณะที่วอลเตอร์ บาว ยันอายัดเครื่องบินถูกต้องแล้ว กองทัพอากาศโต้เป็นเครื่องบินส่วนพระองค์ 

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างอิงการแถลงข่าวประจำวันของนายมาร์ติน เชเฟอร์ โฆษกประจำกระทรวงการต่างประเทศเยอรมัน  ระบุว่า นายกษิต ภิรมย์ รมว.กระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้เข้าพบกับนางคอร์นีเลีย เพียร์เพอร์ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศของเยอรมัน แทนนายกุยโด เวสเทอร์เวลล์ รมว.กระทรวงการต่างประเทศของเยอรมัน ซึ่งอยู่ระหว่างการปฏิบัติภารกิจเดินทางเยือนประเทศเม็กซิโก เพื่อเจรจาหารือกรณีเจ้าหน้าที่ผู้บังคับคดีล้มละลายของ บริษัท วอลเตอร์ บาว บริษัทเอกชนของเยอรมัน สั่งยึดเครื่องบินโบอิ้ง 737 ซึ่งเป็นพระราชพาหนะส่วนพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมาร ของไทย โดยนางพีเพอร์แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่นายเชเฟอร์ระบุว่า รัฐบาลเยอรมันไม่ขอแสดงความเห็นในประเด็นดังกล่าว เพราะรัฐบาลเคารพต่อความเป็นอิสระในการทำงานของเจ้าหน้าที่ประจำกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินคดีอยู่ในขณะนี้ 

ด้าน นายอเลกซานเดอร์ เกอร์บิง โฆษกบริษัทวอลเตอร์ บาว เอจี  แถลงยืนยันการดำเนินการให้ศาลเยอรมันสั่งอายัดเครื่องบินโบอิ้ง 737 ลำนี้ กระทำตามอำนาจกฎหมาย เพราะเอกสารลงทะเบียนด้านการบินระบุชัด เป็นทรัพย์สินของรัฐบาลไทย อีกทั้งศาลเยอรมันได้ตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องแล้ว และเห็นว่าเป็นเอกสารถูกต้อง

ขณะที่ พล.อ.ต.มณฑล สัชฌุกร โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่าเยอรมันอายัดเครื่องบินโบอิ้ง 737 นั้น ทางกองทัพอากาศตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่า เป็นเครื่องบินทางกองทัพอากาศไทยได้น้อมเกล้าฯ ถวายต่อสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อปี 2550 ช่วงที่ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุก ดำรงตำแหน่ง ผบ.ทอ.ทำให้สถานะของเครื่องบินลำดังกล่าวไม่ใช่เครื่องบินของทางราชการแต่อย่างใด แต่เป็นเครื่องบินส่วนพระองค์ 

“กองทัพอากาศยืนยันว่า ไม่ใช่เครื่องบินของราชการ หรือรัฐบาล เพราะได้มีการน้อมเกล้าฯ ถวายไปแล้ว มีหนังสือน้อมเกล้าฯ อย่างถูกต้อง ซึ่งกระทรวงต่างประเทศได้ขอหนังสือดังกล่าวไปเพื่อนำไปยืนยันกับทางเยอรมนี ซึ่งกองทัพอากาศได้ส่งไปให้เรียบร้อยแล้ว” พล.อ.ต.มณฑล กล่าว