รวบไอ้หื่น! ข่มขืนเด็กหญิง5ขวบ บนห้างดัง

รวบไอ้หื่น! ข่มขืนเด็กหญิง5ขวบ บนห้างดัง
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

แม่เดือด ร้องมูลนิธิปวีณาช่วยเหลือ จับพนักงานโซนเครื่องเล่นเด็ก ข่มขืนลูกสาววัย 5 ขวบ บนห้างดัง ผู้ต้องหาปฏิเสธ อ้างถูกกลั่นแกล้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (2 มิ.ย.) ที่สภ.ศรีราชา นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรีได้เดินทางเข้าพบพ.ต.อ.มนตรี รอดปราณี ผกก.สภ.ศรีราชา เพื่อสอบถามนายชัยญา อินทร์โพสา อายุ 22 ปี ผู้ก่อเหตุข่มขืน ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 5 ปี บุตรสาวของนางบี (นามสมมุติ) หลังจากที่ได้เข้าร้องเรียนที่มูลนิธิ เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ที่ผ่านมาว่าน้องเอถูกข่มขืนหลังจากที่แม่พาไปเล่นเครื่องเล่นในห้างดังกลางเมืองศรีราชาจนอวัยวะเพศบวมแดงและเป็นหนอง

จากการสอบปากคำนางบีและด.ญ.เอ ผู้เสียหาย เด็กสามารถชี้ภาพนายชัยญาได้อย่างถูกต้องและได้บอกว่าได้ล่วงละเมิดทางเพศมา 3 ครั้ง ตอนที่ไปเล่นเครื่องเล่นในห้างดังกล่าวและศาลจังหวัดพัทยาก็ได้อนุมัติออกหมายจับนายชัยญา เบื้องต้น ผู้ต้องหาได้ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำการล่วงละเมิดทางเพศ ด.ญ.เอแต่อย่างไร ขอไปให้การในชั้นศาล โดยอ้างว่าถูกกลั่นแกล้ง

ด้านนางบี เล่าว่า เมื่อต้นเดือนพ.ค. ตนได้พาลูกสาวไปที่ห้างสรรพดังกลางเมืองศรีราชาแล้วพาลูกไปเล่นที่ชั้น 4 บริเวณเครื่องเล่นสำหรับเด็ก และได้ส่งลูกเข้าไปเล่นที่บ้านลูกบอล หลังจากนั้นก็เดินออกไปซื้อของ หลังจากซื้อของเสร็จก็พบว่าลูกสาวนั่งร้องให้อยู่ด้านนอก พอลูกสาวเห็นตนไปรับก็โผเข้ากอดไว้แน่นตัวสั่น ซึ่งในตอนอุ้มลูกสาวก็พบว่ากางเกงชั้นในของลูกสาวมีเจลแอลกอฮอล์ติดอยู่ เมื่อถึงบ้านลูกสาวไปปัสสาวะพบว่ามีคราบสีขาวขุ่นลักษณะคล้ายอสุจิและมีคราบเลือดติดอยู่ที่กางเกงในลูก ต่อมาลูกก็ปวดท้อง นอนซม และกลัวการไปเที่ยวที่ห้างดังกล่าว 

"ได้คิดทบทวนพบว่าขณะลูกไปเล่นในบ้านบอลเห็นนายชัยญาเปิดกระโปรงลูกสาวแล้วจับก้น ตอนนั้นคิดว่านายชัยญาช่วยยกตัวเด็กออกจากเครื่องเล่น จากนั้นอีกไม่กี่วันตอนพาน้องปูไปที่ห้างอีกนายชัยญาก็ได้มาเรียกลูกสาวไปเล่นด้วยลูกสาวก็ไม่ยอมไป จนมาวันที่ 21 พ.ค. พาลูกสาวไปเล่นที่บ้านลูกบอลอีก นายชัยญาก็ได้เรียกลูกสาวออกไปจากบ้านบอลอีก โดยอ้างว่าหมดเวลา แต่เมื่อตามไปพบว่านายชัยญาจับมือลูกสาวไว้แน่นและชี้หน้าน้องปูเหมือนข่มขู่ จึงแน่ใจว่าถูกนายชัยญาข่มขืนอย่างแน่นอน หลังจากนั้นได้ติดต่อรปภ.ของห้างดังกล่าวเพื่อขอดูกล้องวงจรปิดหลายครั้ง แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ จึงตัดสินใจขอมูลนิธิปวีณาประสานงานกับทางตำรวจ สภ.ศรีราชา นำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย" นางบี กล่าว