หุ้นส่วนตบเจ้าสัวเสื้อห่านคู่ จนเลือดคั่งในสมอง

หุ้นส่วนตบเจ้าสัวเสื้อห่านคู่ จนเลือดคั่งในสมอง
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

ครอบครัวหุ้นส่วนเสื้อยืดตราห่านคู่สุดโหด พาชายฉกรรจ์บุกตบหัวเจ้าสัว คาห้องประชุมจนเลือดคั่งในสมอง ด้าน ส.ต.ท.ที่พกปืนมาคุ้มกัน กร่างไม่ยอมให้ค้นตัว   

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (7 เม.ย.) เมื่อเวลา 14.00 น. นายธีระศักดิ์ ชนินทราวนิช อายุ 65 ปี หุ้นส่วนบริษัท ไทยแลนด์นิตติ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตเสื้อยืดตราห่านคู่ พร้อมด้วย นางอัชชุลี ชนินทราวนิช อายุ 64 ปี ภรรยา นายวุทธา ชนินทราวนิช อายุ 33 ปี และนายชาวิญญ์ ชนินทราวนิช อายุ 32 ปี ลูกชายทั้งสองคน ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาความผิดฐานทำร้ายร่างกายทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และร่วมกันบุกรุก เดินทางเข้ามอบตัวที่สน.หัวหมาก 

       ทั้งนี้ คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา บริษัท ไทยแลนด์นิตติ้ง จำกัด ได้เรียกประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท ในเรื่องจะขายโรงงานฟอกย้อมที่ จ.ราชบุรี แต่ระหว่างที่มีการประชุมอยู่นั้น นายธีระศักดิ์ ซึ่งถือหุ้นบริษัทเพียง 2 เปอร์เซนต์ และไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมประชุม ได้เดินทางมาที่บริษัท โดยมีภรรยาและลูกชายทั้ง 2 คน กับพวกชายฉกรรจ์อีก 8 คน เดินทางมาด้วย จากนั้นทั้งหมดได้เข้าไปห้องประชุม ก่อนจะบอกให้นายวิกิจ ธนสารสมบัติ อายุ 81 ปี กรรมการผู้จัดการบริษัท ให้ออกจากตำแหน่งไป    

       จากนั้นนายชาวิญญ์ได้ควักปืนออกมาวางไว้บนโต๊ะตรงหน้านายวิกิจเพื่อข่มขู่ ระหว่างนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ที่มาพร้อมกับนายธีระศักดิ์ได้ตบศีรษะนายวิกิจจนแว่นตากระเด็นหลุดออกไป และทำให้นายวิกิจซึ่งเคยป่วยมีอาการป่วยมีน้ำในสมองเยอะเกิน ต้องเจาะศีรษะดูดน้ำออกถึง 2 ครั้ง เกิดอาเจียนออกมาทันทีและถูกนำตัวส่งห้องไอซียูของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง เนื่องจากมีอาการเลือดคั่งในสมองและต้องรักษาเข้ารับการผ่าตัดถึง 3 ครั้ง รวมทั้งต้องเจาะคอ และต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมาตลอดจนถึงปัจจุบัน ซึ่งหลังเกิดเหตุ น.ส.ประภาพร ธนสารสมบัติ อายุ 30 ปี ลูกสาวนายวิกิจได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก    

       หลังสอบปากคำนานประมาณ 1 ชั่วโมง กลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 4 คนปฏิเสธและขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงทำการพิมพ์ลายนิ้วมือ พร้อมทั้งให้กลุ่มผู้เสียหายซึ่งประกอบด้วย น.ส.ประภาพร และพนักงานของบริษัททำการชี้ตัวผู้ต้องหา ก็ปรากฏว่า กลุ่มผู้เสียหายสามารถชี้ตัวได้อย่างถูกต้อง

เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งฝากขังศาลอาญารัชดา โดยให้ศาลพิจารณาเรื่องการให้ประกันตัวต่อไป  เบื้องต้น ศาลได้พิจารณาให้ประกันตัวครอบครัวชนินทราวนิชทั้ง 4 คน โดยตีราคาประกันคนละ 3 แสนบาท

       ด้าน น.ส.ประภาพรกล่าวว่า วันเกิดเหตุนายวุทธาได้อ้างตัวเองว่าเป็นหน้าห้องของนายมั่น พัธโนทัย รมช.คลัง ซึ่งเมื่อตนได้โทรไปสอบถาม ทราบว่านายวุทธาไม่ได้เป็นหน้าของนายมั่น อย่างที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด

       ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติของนายชาวิญญ์นั้น พบว่าเคยถูกศาลพิพากษาจำคุกนาน 9 ปี 10 เดือน 3 วัน ในข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา เหตุเกิดท้องที่สน.โชคชัย เมื่อปี 42 เพิ่งพ้นโทษมาเมื่อเดือน มิ.ย.53 หลังจากนั้นในวันที่ 9 ก.ค.53 ก็ถูกตำรวจ สน.ห้วยขวาง จับกุมข้อหามีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตที่บริเวณถนนเลียบรฟม.แขวงและเขตห้วยขวาง และในวันที่ 21 ก.ย.53 ตำรวจ สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต จับกุมพร้อมพวกในข้อหาบุกรุกเข้าไปในเคหสถาน

ผู้สื่อข่าวยังรายงานว่า การเดินทางเข้ามอบตัวในวันนี้ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์แต่งกายชุดซาฟารี สีดำ จำนวนหลายคน เดินทางมาพร้อมกับกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 4 คนด้วย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ลักษณะท่าทางดูมีพิรุธ จึงเข้าขอทำการตรวจค้นตัวกลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหมดทำให้นายชาวิญญ์ ออกอาการโวยวาย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปทำความทำเข้าใจจนทั้งหมดยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้นตัว   

       จากการตรวจค้นตัวกลุ่มชายฉกรรจ์พบอาวุธปืนขนาดลูกโม่ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก และขนาด 11 มม.อีก 1 กระบอก อยู่ในตัว ส.ต.ท.เฉลิมพล ไข่ทอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สังกัด บก.สปพ. โดยเบื้องต้นเจ้าตัวอ้างว่าเป็นอาวุธปืนของตัวเอง แต่ภายหลังกลับบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า อาวุธปืนทั้งสองกระบอกนั้นอยู่ในรถและไม่ทราบว่าเป็นปืนของใคร เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาพกพาอาวุธปืน โดยมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร

 

 

 

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!