ใต้ยังวิกฤตน้ำท่วมสูง อุตุฯ เตือนฝนตกอีก 2 วัน

ใต้ยังวิกฤตน้ำท่วมสูง อุตุฯ เตือนฝนตกอีก 2 วัน
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ล่าสุด ได้สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ 80 อำเภอ ใน 8 จังหวัดประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากกว่า 700,000 คน พบผู้เสียชีวิตแล้ว 11 คน

ล่าสุดพื้นที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ถึงแม้ฝนหยุดตกแล้ว แต่ฝนที่ตกตลอดทั้งคืนส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น และยังคงมีน้ำท่วมทั้งหมด 23 อำเภอบริเวณลุ่มน้ำปากพนังยังมีน้ำท่วมที่อำเภอปากพนัง เชียรใหญ่ หัวไทร และ เฉลิมพระเกียรติ ระดับน้ำสูง 1- 1.50 เมตร การระบายน้ำค่อนข้างลำบากเนื่องจากขณะนี้น้ำทะเลสูงขึ้นกว่าปกติ จึงต้องติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำเพื่อระบายน้ำออกทะเล

ขณะในพื้นที่ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ยังมีน้ำท่วมถนนในซอยที่มีพื้นที่ต่ำฝนเมื่อคืนทำให้ระดับน้ำท่วมสูงขึ้นประมาณ 30 เซนติเมตร ด้านบริเวณลุ่มน้ำตาปีขณะนี้แม่น้ำตาปีมีระดับน้ำสูงขึ้นส่งผลให้อำเภอพิปูนฉวาง และ ถ้ำพรรณรา ยังมีน้ำท่วมส่วนบริเวณลุ่มน้ำตรังยังมีน้ำท่วมอำเภอทุ่งสง ทุ่งใหญ่ และ บางขัน ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทางการเกษตร

 

ส่วนที่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีฝนตกหนักตลอดทั้งคืนด้วยเช่นกันส่งผลให้มีบริเวณลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังคงมีน้ำท่วมที่อำเภอท่าชนะ ไชยา ท่าฉาง กาญจนดิษฐ์ และ ดอนสัก น้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร ขณะที่ถนนสายเอเชียมีน้ำท่วมสูง 50 เซนติเมตร รถเล็กสามารถสัญจรได้แต่ค่อนข้างลำบาก ส่งผลให้หลายพื้นที่เริ่มขาดแคลนอาหาร เนื่องจากไม่สามารถออกไปหาซื้ออาหารได้

ขณะที่บริเวณลุ่มน้ำตาปีแม่น้ำตาปีมีน้ำเพิ่มขึ้น 70 เซนติเมตรส่งผลให้อำเภอริม 2 ฝั่งแม่น้ำตาปีมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นตั้งแต่อำเภอพระแสง เคียนซา เวียงสระ บ้านนาเดิม พุนพิน และ อำเภอเมือง

ขณะที่ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีน้ำไหลจากภูเขาลงสู่ที่ทะเลตลอดเวลา นอกจากนี้ปริมาณอาหารสดในห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อเริ่มขาดแคลน ในขณะที่ในตลาดสดสมุพ่อค้าแม่ค้าไม่มีของสดขาย

 

ส่วนในพื้นที่ จังหวัดสตูล น้ำท่วมเริ่มขยายวงกล้างในหลายพื้นที่โดยเฉพาะ อ.ละงู มีน้ำท่วมขัง ถนนสายละงู-สตูล เนื่องจาก น้ำไหลช้า มีการปิดกั้นทางน้ำไหล เนื่องจาก มีการก่อสร้างขยายถนน 4 เลน รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ไม่สามารถวิ่งสัญจรไปมาได้ และยังมีน้ำไหลเข้าท่วมเส้นทางในพื้นที่หมู่บ้านหลายหมู่บ้าน ขณะที่ปริมาณน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นในพื้นที่ คลองบาราเกต คลองมำบัง อย่างต่อเนื่อง

 

ขณะที่บริเวณถนนสายเอเชีย 41 ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 100+73 ขาล่องใต้ อ.หลังสวน จ.ชุมพร มีรายงานว่าเกิดเหตุดินถล่มลงมาทับเส้นทาง เนื่องจากดินบริเวณดังกล่าวไม่สามารถอุ้มปริมาณน้ำฝนไว้ได้ไหว โชคดีที่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว

 

ส่วนสถานการณ์ดินโคลนถล่มพื้นที่ อ.เขาพนม จ.กระบี่ ล่าสุดยังคงมีน้ำป่าไหลหลากลงมาซ้ำ ทำให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยต้องหยุดชะงักชั่วคราว ขณะที่ทางการได้แจ้งเตือนประชาชนริมเขาพนม ให้อพยพออกห่างจากลำน้ำลำคลอง เพราะปริมาณน้ำป่าจากเขาพนมมีความเชี่ยวกราดเป็นอย่างมาก ล่าสุด ทหารและหน่วยกู้ภัยได้เข้าค้นหาและช่วยเหลือในพื้นที่ที่ถูกดินโคลนและน้ำป่าถล่ม เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย และยังสูญหายอีกกว่า 300 คน

 

ล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมภาคใต้ ฉบับที่ 16 โดยระบุว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต และกระบี่ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ โดยเฉพาะบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก ยังคงมีฝนชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ต่อไปอีก 1-2 วัน จึงขอให้ประชาชนบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ยังคงต้องระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากต่อไปอีก ส่วนคลื่นลมในอ่าวไทยและทะเลอันดามันสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ไว้ด้วย

 

ทั้งนี้ทางกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้เปิดสายด่วนบริการประชาชนช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยผู้ประสบภัยสามารถประสานไปยังหมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1111 หรือศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน และหมายเลขโทรศัพท์ 0-2141-6588 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบโดยเร็ว