กำลังทหารชาติตะวันตกปฏิบัติการยำลิเบีย

กำลังทหารชาติตะวันตกปฏิบัติการยำลิเบีย
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

สถานการณ์การดำเนินการทางทหารในลิเบีย ของชาติตะวันตกล่าสุด เครื่องบินฝรั่งเศสทำการยิงทำลายรถถัง ของกองกำลัง
ลิเบียแล้ว 4 คัน ในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองเบงกาซี ขณะที่ กลาโหมสหรัฐ ระบุเตรียมยิง"ขีปนาวุธครูซ" จากเรือรบที่ประจำการในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยเล็งเป้าไปที่ฐานต่อต้านอากาศยานของกองกำลังกัดดาฟี

อย่างไรก็ดี ยังมีหลายชาติที่แสดงความไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของชาติตะวันตก ในการใช้ปฏิบัติการทางทหารกับลิเบีย
ในครั้งนี้ โดยเฉพาะรัสเซีย ขณะที่กาชาดสากล เรียกร้องให้ทุกฝ่ายในลิเบีย อย่าทำการการสกัดกั้นเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์
และรถพยาบาล เพื่อให้เข้าดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ

ทั้งนี้ประธานาธิบดี นิโกลาส์ ซาร์โกซี ผู้นำฝรั่งเศส กล่าวว่า การประชุมฉุกเฉิน ที่กรุงปารีสเมื่อวันสเาร์ที่ผ่านมา กับผู้เข้าร่วมระชุมระดับผู้นำประเทศ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงข รวมทั้งเลขาธิการสันนิบาตอาหรับ มีมติตกลงที่จะใช้มาตราการที่จำเป็น เพื่อให้ พ.อ.มูอัมมาร์ กัดดฟี ผู้นำลิเบีย เคารพมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ที่เรียกร้องให้หยุดยิง

ด้านสำนักข่าว อัลจาซีร่า รายงานว่า ฝรั่งเศสเตรียมส่งเครื่องบินรบ"ชาร์ลส์ เดอ โกลล์" เข้าไปยังลิเบียพรุ่งนี้(20)ตามเวลา
ท้องถิ่น ซึ่งช้ากว่าเวลาในประเทศไทยประมาณ 5 ชั่วโมง เพื่อป้องกันกองกำลังกัดดาฟีมิให้โจมตีกลุ่มต่อต้าน เช่นเดียวกับ
กลาโหมสหรัฐฯ ที่เตรียมเรือดำน้ำ 3 ลำเข้าประจำการที่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เพื่อเตรียมพร้อมในการจัดการกับลิเบีย



ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหม ของสหรัฐอเมริกา หรือ เพนตากอน เปิดเผยว่า ได้ยิงขีปนาวุธจากเรือรบของสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และชาติพันธมิตรอื่นๆ ใส่เป้าหมายในลิเบีย แล้ว 112 ลูก

ขณะที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวที่ประเทศบราซิล ระหว่างภารกิจเยือนลาตินอเมริกา ว่า การปฏิบัติการทางการทหารไม่ใช่ตัวเลือกแรก และไม่ได้เป็นความต้องการของสหรัฐฯ และ ชาติพันธมิตร ที่จะกระทำต่อลิเบีย แต่ไม่สามารถนิ่งเฉยได้ ในขณะที่ผู้นำประเทศบอกกับประชาชนของตนว่า "จะไม่มีความเมตตาอีกต่อไป" พร้อมกล่าวย้ำว่า สหรัฐฯ จะไม่ส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าไปในลิเบีย

ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ รายหนึ่ง กล่าวว่า การปฏิบัติการทางทหารเหนือน่านฟ้าลิเบีย ในวันเสาร์ (19 มี.ค.) เพื่อเป็นการดำเนินไปตามวัตถุประสงค์ที่ถูกกำหนดขึ้น เพื่อป้องกันการโจมตีทางอากาศจากกองกำลัง กัดดาฟี ต่อประชาชน และ กลุ่มต่อต้านในพื้นที่รอบกรุงทริโปลี และพื้นที่ชายฝั่งทางตอนใต้ของเมืองเบงกาซี โดยใช้ฐานทัพอากาศของอิตาลี เป็นฐานปฏิบัติการบินขึ้นลง

ขณะเดียวกัน ฝ่ายสนับสนุน พ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย ใช้ยุทโธปกรณ์นานาชนิด รวมทั้งรถถัง ระดมโจมตีที่มั่นกองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาลในเมืองเบงกาซี เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ หวังยึดคืนพื้นที่ให้ได้โดยเร็วที่สุด โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตเฉพาะวันเสาร์แล้ว อย่างน้อย 27 ราย

ด้านสำนักข่าว เอบีซี นิวส์ รายงาน อ้าง เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่ยืนยันครั้งแรกว่า ได้ยิงขีปนาวุธใส่ลิเบีย จากเรือรบที่ประจำการอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของสหรัฐฯ ที่เข้าไปมีส่วนร่วมโดยตรง กับการดำเนินการระหว่างประเทศ เพื่อยับยั้ง พ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟี ในการโจมตีฝ่ายต่อต้านและประชาชน และเพื่อบังคับให้ปฏิบัติตามมติของที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ในการจัดตั้งเขตห้ามบิน และขณะนี้ ได้เคลื่อนเรือรบ 11 ลำ เข้าประจำการในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน รวมทั้ง เรือดำน้ำ 3 ลำ เรือพิฆาต 2 ลำ เรือสะเทินน้ำสะเทินบก และ เรือขนส่งอีกหลายลำ



ขณะที่ พ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟี เรียกร้องให้ประชาชนชาวลิเบีย ลุกขึ้นจับอาวุธ เพื่อปกป้องประเทศ ในสิ่งที่เรียกว่า "สงครามศาสนา และ การล่าอาณานิคม" จากการรุกรานโดยกองกำลังของชาติตะวันตก

โดย กัดดาฟี กล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาล วานนี้ (19 มี.ค.) ว่า เป็นสิ่งจำเป็นในตอนนี้ ที่ประชาชนทุกคนต้องหันมาจับอาวุธ เพื่อปกป้องความเป็นอิสระ ความสามัคคี และศักดิ์ศรีของชาวลิเบีย พร้อมเรียกร้องให้ประชาชน
พลเมืองของประเทศอาหรับ อิสลาม ลาตินอเมริกา เอเชีย และแอฟริกา ยืนเคียงข้างชาวลิเบีย ที่กล้าหาญ และ กล้าเผชิญกับการรุกรานนี้ และมีเพียงความสามมัคคีและความแข็งแกร่งของประชาชนชาวลิเบีย เท่านั้น ที่จะนำพาประเทศ
ผ่านพ้นการคุกคามนี้ไปได้

http://www.reuters.com/article/2011/03/19/libya-gaddafi-idUSLDE72I0NC20110319?rpc=401&feedType=RSS&feedName=hotStocksNews&rpc=401