ย้อนรอย! แผ่นดินไหว หายนะที่ญี่ปุ่นยกประเทศหนีไม่ได้

ย้อนรอย! แผ่นดินไหว หายนะที่ญี่ปุ่นยกประเทศหนีไม่ได้
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

หลายครั้งหลายคราที่ญี่ปุ่นต้องสูญเสียจากการเกิดแผ่นดินไหว เนื่องจากประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศหมู่เกาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ญี่ปุ่นมีเนื้อที่กว่า 377,930 ตารางกิโลเมตร นับเป็นอันดับที่ 61 ของโลก หมู่เกาะญี่ปุ่นประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 3,000 เกาะ เกาะที่ใหญ่ที่สุดก็คือเกาะฮนชู ฮกไกโด คีวชู และชิโกกุ ตามลำดับ เกาะของญี่ปุ่นส่วนมากจะเป็นหมู่เกาะภูเขา ซึ่งในนั้นมีจำนวนหนึ่งเป็นภูเขาไฟ

ที่ผ่านมาญี่ปุ่นเคยประสบกับแผ่นดินไหวมาแล้วหลายครั้ง เราจะย้อนอดีตไปดูกันอีกครั้ง

แผ่นดินไหวในจูเอ็ทสึ พ.ศ. 2547 เกิดขึ้นเมื่อเวลา 17:56 (ตามเวลาท้องถิ่น) เมื่อวันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2547 ได้ตั้งชื่อว่า Heisei 16 Niigata Prefecture Chuetsu Earthquake  จังหวัดนีงะตะตั้งอยู่ในภูมิภาคโฮะคุริกุบนเกาะฮนชู ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น แผ่นดินไหวครั้งนี้สามารถรับรู้แรงสะเทือนได้จากพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของเกาะฮนชู ได้แก่บางส่วนของภูมิภาคโทะโฮะกุ โฮะคุริกุ จูบุ และคันโต

พบผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรายที่ 39 ขณะที่ยังคงมีแผ่นดินไหวตามเกิดขึ้นในระดับที่รู้สึกได้ มีรายงานว่าในจังหวัดนีงะตะมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 3,000 คน คนมากกว่าหนึ่งหมื่นคนต้องละทิ้งบ้าน แผ่นดินไหวทำให้บ้านหลายหลังในเมืองโอะจิยะพังถล่ม

เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่รถไฟชินคันเซ็นตกรางขณะให้บริการ ตู้ของ Toki 35 (ชินคันเซ็น 200 series) แปดตู้จากสิบตู้ตกรางบนสายโจเอ็ทสึระหว่างสถานีนะงะโอะกะในเมืองนะงะโอะกะ กับสถานีอุระสะในเมืองยะมะโตะ มีผู้โดยสาร 155 คน แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ ทั้ง Railbeds สะพาน และอุโมงล้วนแต่ได้รับผลกระทบ East Japan Railway Company ได้หยุดรถไฟทุกขบวนในจังหวัดนีงะตะ ซึ่งสายที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักได้แก่ สายโจเอ็ทสึ สายหลักชินเอ็ทสึ สายอียะมะ สายทะดะมิ และสายเอะจิโงะ ส่วนหนึ่งของสถานีนะงะโอะกะพร้อมจะพังถล่มได้ทุกเมื่อจากแผ่นดินไหวตาม แต่หลังจากปิดชั่วคราวก็เปิดให้บริการอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2547 รถไฟสายโจเอ็ทสึและอียะมะส่วนที่ยังคงเหลืออยู่ได้เปิดให้บริการอีกครั้ง ต่อมาวันที่ 28 ธันวาคม ชินคันเซ็นสายโจะเอ็ทสึกลับมาเปิดให้บริการ Japan Highways ได้ปิดทางด่วนทั้งหมดในจังหวัดนีงะตะ ซึ่งมีผลให้ทางด่วนสายคังเอ็ทสึและสายโฮะคุริกุต้องปิดด้วยเช่นกัน ในวันที่ 4 พฤศจิกายน ทางด่วนสายคันเอ็ทสึยังคงปิดให้บริการในช่วงระหว่าง Nagaoka Interchange กับ Koide Interchange ซึ่งส่วนนี้กลับมาเปิดในวันที่ 5 พฤศจิกายน

แผ่นดินไหวเก็นโระกุ พ.ศ. 2246  เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2246 ที่เอะโดะ (ปัจจุบันคือ กรุงโตเกียว) มีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณอ่าวซะงะมิ ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของคาบสมุทรโบโซ ทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 2,300 คน ทำความเสียหายให้กับเมืองเอะโดะ โอะดะวะระ คะวะซะกิ ซึ่งอยู่บนที่ราบคันโต บางส่วนของพระราชวังโชกุนโทะกุงะวะ สึนะโยะชิ พังทลายลง และทำให้เกิดเพลิงไหม้ทั้งเมืองในวันต่อมา

แผ่นดินไหวครั้งนี้ทำให้เกิดสึนามิพัดเข้าสู่ชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะฮอนชู สร้างความเสียหายให้กับบริเวณคาบสมุทรโบโซ, อ่าวซะงะมิ และหมู่เกาะอิสุ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100,000 คน เป็นสึนามิที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดครั้งหนึ่ง 

แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ฮันชิน พ.ศ. 2538 (อังกฤษ: The Great Hanshin earthquake) หรือ แผ่นดินไหวที่โกเบ เกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2538 เวลา 05:46 น. ตามเวลาท้องถิ่น บริเวณตอนใต้ของจังหวัดเฮียวโงะ ประเทศญี่ปุ่น มีศูนย์กลางอยู่ที่ระดับ 16 กิโลเมตรใต้จุดเหนือศูนย์กลางแผ่นดินไหวบริเวณเกาะอาวาจิ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองโกเบ 20 กิโลเมตร เป็นเวลาประมาณ 20 วินาที มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 6,434 คน (นับถึงวันที่ 22 ธันวาคม 2538) ในจำนวนนี้ประมาณ 4,600 คน มาจากโกเบ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่อยู่ใกล้ที่สุด และมีประชากรทั้งสิ้น 1.5 ล้านคน

เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ ร้ายแรงที่สุดในรอบ 72 ปี นับตั้งแต่แผ่นดินไหวครั้งใหญ่คันโต พ.ศ. 2466 ที่มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 140,000 คน ความเสียหายเบื้องต้น ทำให้บ้านเรือนพังพลายกว่า 200,000 หลัง, โครงสร้างยกระดับของทางด่วนสายฮันชิน พังทลายเป็นระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร, ปั้นจั่นของท่าเรือโกเบเสียหายกว่าหนึ่งร้อยตัว มูลค่าตวามเสียหายทั้งสิ้นประมาณ 10 ล้านล้านเยน (ประมาณ 102.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ) คิดเป็น 2.5% ของจีดีพีของญี่ปุ่นในปีนั้น

แผ่นดินไหวครั้งใหญ่คันโต พ.ศ. 2466 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2466 เวลา 11:58:44 น. ตามเวลาในท้องถิ่น บริเวณที่ราบคันโต บนเกาะฮอนชู มีจุดศูนย์กลางอยู่ใต้ทะเล บริเวณเกาะอิซู โอชิมะ ในอ่าวซะงะมิแผ่นดินไหวทำความเสียหายให้กับกรุงโตเกียว เมืองท่าโยโกฮามา จังหวัดชิบะ จังหวัดคะนะงะวะ และจังหวัดชิซุโอะกะ  ประมาณการว่ามีผู้เสียชีวิตประมาณ 100,000 คน มีผู้สูญหายและคาดว่าเสียชีวิตประมาณ 40,000 คน ทั้งนี้เนื่องจากเหตุเกิดขึ้นในช่วงใกล้เที่ยงวัน ขณะประชาชนกำลังใช้เตาไฟหุงอาหาร ทำให้เกิดเพลิงไหม้ และกระแสลมแรงเนื่องจากพายุไต้ฝุ่นทางตอนเหนือของญี่ปุ่น ทำให้เกิดเพลิงลุกลาม ประกอบกับระบบท่อส่งน้ำเกิดชำรุดอันเป็นผลมาจากแผ่นดินไหว การดับเพลิงต้องใช้เวลาถึง 3 วันจนถึงวันที่ 3 กันยายน นอกจากนี้ยังเกิดดินถล่มในหลายพื้นที่

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!