UNร่างมติเขตห้ามบินเหนือน่านฟ้าลิเบีย

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

Ivo Daalder ทูตสหรัฐอเมริกาประจำองค์การนาโต กล่าวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ และ พันธมิตรนาโต กำลังพิจารณามาตรการทางการทหาร เพื่อหยุดยั้งความรุนแรง ในสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ ในประเทศลิเบีย ภายใต้การปกครองของ พ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟี โดยนาโตตัดสินใจเพิ่มเที่ยวบิน "AWACS" เครื่องบินติดเรดาร์ อันทรงประสิทธิภาพ เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ในลิเบีย เป็นวันละ 10-24 ชั่วโมง ขณะที่สหประชาชาติ ได้ทำการร่างมติจัดตั้งเขตห้ามบินเหนือน่านฟ้าลิเบียแล้ว

ก่อนหน้านี้ ฝ่ายต่อต้าน กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย ได้ขอให้ประชาคมระหว่างประเทศ กำหนดเขตห้ามบิน เพื่อช่วยขับไล่การโจมตีจากกองกำลังภายใต้อาณัติของกัดดาฟี แต่ปฏิเสธการเข้าแทรกแซงจากกองกำลังต่างชาติภาคพื้นดิน

โดย เอกอัครราชทูตอังกฤษ ประจำสหประชาชาติ กล่าวว่า การร่างมติเขตห้ามบินในลิเบีย ถูกจัดทำขึ้นเนื่องจากเหตุจำเป็น โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับใดๆ กับการตัดสินใจของคณะมนตรีความั่นคงแห่งสหประชาชาติ

ขณะที่เรือพิฆาตของกองกำลังนาวิกโยธินสหรัฐฯ ปัจจุบัน ยังลอยลำอยู่เหนือน่านน้ำของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เช่นเดียวกับเรือโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก ที่ยังไม่มีคำสั่งปฏิบัติการใดๆ ด้านเรือบรรทุกเครืองบิน ยูเอสเอส เอนเทอร์ไพรซ์ (USS Enterprise) ยังประจำการอยู่ในทะเลแดง และกำลังรอคำสั่งเพื่อดำเนินการใดๆ ผ่านคลองสุเอซ

ส่วนความเห็นล่าสุด ของประธานาธิบดีโอบามา ในวันจันทร์ (7) ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ กล่าวว่า ตนต้องการส่งข้อความที่ชัดเจนไปถึงผู้ที่อยู่รอบข้าง พ.อ.กัดดาฟี ซึ่งพวกเขาสามารถเลือกวิถีทางที่ดีกว่าเพื่อการก้าวหน้าต่อไป และ พวกเขาจะต้องรับผิดชอบในทุกๆ สิ่ง หากความรุนแรงยังคงเกิดขึ้น

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จากข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ กล่าวเปิดเผยว่า ปัจจุบัน มีชาวต่างชาติมากกว่า 200,000 คนที่อพยพออกจากลิเบีย ตั้งแต่เหตุการณ์ความไม่สงบเริ่มต้นขึ้น และคาดว่าน่าจะมีชาวต่างชาติอีก ราว 1 ล้านคน ที่ยังคงติดอยู่ในลิเบีย และต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน