เขมรโวประสบผลสำเร็จพาผู้แทนทูตดูพระวิหาร

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

เว็บไซต์ ฟิฟทีนมูฟ รายงานอ้างข้อมูลจากสำนักข่าวด่วนกัมพูชา และ หนังสือพิมพ์กัมพูชาใหม่ เมื่อวันพฤหัสบดี (3) ที่ผ่านมาถึงความสำเร็จในการนำคณะทูตทหาร เดินดูความเสียหายบริวณพระวิหาร และวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ โดยระบุว่า ผู้แทนทางการทูต ฝ่ายทหาร 17 คนจาก 12 สถานเอกอัครราชทูต ในกรุงพนมเปญ ประสบความสำเร็จในการเยือนพื้นที่ ที่เรียกว่า เขตพิพาทไทย-เขมร แม้มีคำขู่และความพยายามต่อต้านจากทหารไทย

ตามรายงานระบุ ผู้แทนทางการทูตฝ่ายทหารทั้ง 17 คน เดินทางถึงพื้นที่เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. ได้รับการต้อนรับอย่างเป็นกันเองจาก พลเอกเนียง พัท รัฐมนตรีช่วยกลาโหม พลเอกนิม สุวัท เจ้ากรมกิจการต่างประเทศ และ พลตรีฮุนมาเน็ต(บุตรชายสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา) รองผู้บัญชาการของกองทัพบกกัมพูชา โดยใช้เวลา 2 ชั่วโมง ในการเยี่ยมพื้นที่ ซึ่งรวมถึงศูนย์บัญชาการกัมพูชาที่ปรามนัคครา เข้าชมโคปุระทั้ง 5 ที่ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง จากกระสุนปืนใหญ่ไทย ตลอดจนการเยือนวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ ที่ได้รับความเสียหายจากกระสุนปืนใหญ่ของไทยเช่นเดียวกัน

ขณะที่ พลโทสรัย ดึ๊ก ผู้บัญชาการฐานปฏิบัติการพระวิหาร กล่าวว่า ทหารไทยขู่จะขัดขวางการเดินทางเยือน โดยเมื่อคณะเดินทางมาถึงทหารไทยได้เข้ามายื่นจดหมายประท้วงที่มีข้อความระบุว่าประเทศไทยไม่อนุญาตให้ตัวแทนเดินทางข้ามเข้ามาในเขต 4.6 ตร.กม. รวมถึงวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระซึ่งถือว่าอยู่ในเขตพิพาท จดหมายกล่าวว่าประเทศไทยจะอนุญาตให้คณะข้ามเข้ามาในเขตเฉพาะเมื่อมีทหารไทย 5 นาย ได้รับอนุญาตให้ร่วมติดตามคณะไปด้วย

พลโทสรัย ดึ๊ก กล่าวต่อว่าฝ่ายกัมพูชาปฏิเสธข้อเรียกร้องของไทยและส่งจดหมายตอบปฏิเสธข้อเรียกร้องของไทยด้วยการเตือนว่าถ้าฝ่ายไทยเปิดการยิง ฝ่ายกัมพูชาจะตอบโต้ด้วยมาตรการป้องกันตนเอง

คณะได้เยือนวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ บันไดทางขึ้นปราสาทพระวิหาร โคปุระที่ 3, 4 และ 5 ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากกระสุนปืนใหญ่ของไทยระหว่างการปะทะด้วยอาวุธ เมื่อวันที่ 4-7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คณะได้มีโอกาสเห็นคลัสเตอร์บอมบ์ที่หลงเหลือจากกระสุนปืนใหญ่ของไทย