คุยกันเฮฮาตามสไตล์ ETC

Sanook!-Music

สนับสนุนเนื้อหา

Sanook! Live Chat ครั้งนี้เราได้พูดคุยกับวงดนตรีฝีมือเยี่ยมที่มีเพลงฮิตมากมาย คือวง ETC มาสดับรับฟังกันได้เลยจ้า

พิธีกร: วง ETC รวมตัวกันมาได้ยังไง

พี่หนึ่ง: คือนานมากเลย พี่ออกอัลบั้มราวๆ ปี 2547 มั้งครับ นานมาก พวกเรารวมตัวกันได้ประมาณ 10 กว่าปีแล้ว คือพวกเราเล่นดนตรีกัน เรียนอยู่ที่เดียวกันครับ ยกเว้นพี่หนึ่งที่เรียนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่แต่คนอื่นเรียนที่ ม.พายัพ เรียนดนตรีกัน คือเค้ารวมตัวกันมาก่อน ประกวดทั่วเชียงใหม่เลย ล่ารางวัลครับ ก็ได้รางวัลแชมป์ด้วย ปี 2000 แล้วพี่หนึ่งก็เข้ามาวงตอนช่วงนั้น แล้วก็เป็นทีมที่รวมตัวกันมาจนถึงทุกวันนี้ครับ นี่แบบย่อๆ นะ

เมื่อก่อนเล่นผับที่เชียงใหม่ครับ เล่นเยอะมาก เพราะเราไปเล่นที่ร้านไหน แต่ละร้านก็ทะยอยเจ๊งไปทีละร้าน (555) เลยต้องเปลี่ยนเยอะ

พิธีกร: แต่ศิลปินที่ตามกันไปเล่นก็เข้าวงการกันเยอะนะ

พี่หนึ่ง: ก็ตอนที่เราเริ่มเล่นใหม่ๆ เป็นโอกาสเป็นจังหวะชีวิตมากกว่า ที่เราได้ไปเล่นร้านที่คนน้อย ก็เป็นโอกาสของนักดนตรีเจนเนอเรชั่นใหม่ในช่วงนั้น เพราะวงที่เล่นร้านที่คนเยอะๆ ก็จะเป็นวงที่มีประสบการณ์อยู่แล้ว เราก็เป็นวงที่เพิ่งเริ่มเก็บประสบการณ์ตอนนั้น ไม่ดีคือคนน้อย แต่ข้อดีคือเราเล่นเพลงอะไรก็ได้ ฝึกไปเรื่อยๆ จนมีวันนึงมีร้านอาหารที่เริ่มเห็นในฝีมือ เห็นแวว เลยพาไปเล่นร้านที่คนเยอะขึ้น สุดท้ายเนี่ยก็ได้ไปเล่นที่ร้าน Cottage ซึ่งเป็นร้านดังตอนนั้นเลย

พิธีกร: โห ยาวนานมาก

พี่หนึ่ง: นี่ยังไม่ถึงตอนเข้ากรุงเทพฯ เลยนะเนี่ย

พิธีกร: รู้สึกมือกีต้าร์ พี่โอเล่ จะเลิกเล่นกีต้าร์ จะไปเป็นคุณครูด้วย ยังไงเหรอครับ

พี่โอเล่: ประมาณว่าตอนนั้นวงยังไม่มีชื่อเสียงอะไรครับ ไส้แห้งครับ กลับบ้านดีกว่า กลับไปทำอะไรที่มันเบสิกดีกว่า ก็คงไปเป็นครู สอนกีต้าร์ สอนดนตรี ก็จะกลับละ เพื่อนๆ ก็บอกว่า ลองอีกชุดละกันน่า ก็ชุด "เปลี่ยน" นี่แหละ พออัลบั้มออกปุ๊บ ก็ไม่ได้กลับละ ก็มีคนรู้จักตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมาครับ ก็เลยไม่ได้กลับจนถึงทุกวันนี้ครับ


พิธีกร: ในเรื่องการทำงานเพลงกันบ้าง ว่ากว่าจะมาเป็นเพลงให้แฟนๆ ได้ฟังมีแรงบันดาลใจอะไรยังไงกันบ้าง

พี่บี: แรงบันดาลใจก็เกิดขึ้นได้ทุกวันครับ อยู่ที่ว่าเราจะเก็บเกี่ยวมันได้มากน้อยแค่ไหน จริงๆ เมื่อก่อนพวกเรา 5 คนอยู่บ้านหลังเดียวกัน ก็เลยจะมีประสบการณ์ความรัก 5 แบบ

พี่โอเล่ : 20 ไมใช่เหรอ

พี่บี: อ๋อ เพราะหัวใจมี 4 ห้อง ... คือเราก็เอามาแชร์กันครับ รวมถึงประสบการณ์ของเพื่อนๆ เราด้วย ก็เอามาทำเพลงกัน

พิธีกร: มีศิลปินคนไหนที่ ETC ชื่นชอบและอยาก featuring ด้วยมากที่สุด ณ ช่วงนี้

พี่โซ่: จริงๆ ช่วงนี้ชอบทั้งไทยทั้งต่างประเทศครับ คือชื่นชอบพี่เบิร์ดตั้งแต่เด็กน้อย ไม่หวังว่าจะ featuring ก็ปลื้มมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชมคือเป็นอมตะอยู่ในวงการได้ จะบอกว่าเพลงฮิตน่ะทำได้ แต่ทำให้อยู่นานๆ มันยากกว่า ซึ่งกำลังจะบอกว่า พี่เบิร์ดเค้าอยู่เป็นอมตะมานานมาก ร้องเพลงเพราะ ภาพลักษณ์ดี ชื่นชมครับ

พี่หนึ่ง: ต่างประเทศเหรอครับ Maroon5 ไหม? ก็มีคนเก่งเยอะแยะครับ สมัยนี้ดนตรีมันรวมกันเยอะละ สมัยเราโตมาจากดนตรีเพียวๆ ฟังเพลงฟังค์กี้ ฟังเพลงแจ๊สกัน ยุคนี้เราก็ตามหาศิลปินที่ประยุกต์สิ่งเหล่านี้ที่เป็นดนตรีแท้ๆ เข้ากับดนตรียุคปัจจุบัน เราก็จะตามไปฟังกัน

พิธีกร: เพลงซิงเกิลล่าสุด Cry Like A Baby เป็นเพลงแนวไหนครับ

พี่หนึ่ง: Cry Like A Baby เป็นเพลง Medium ของพวกเราครับ เป็นเพลงที่ไม่ได้ช้าแต่ก็ไม่ได้เร็วเกินไปเป็นจังหวะที่กลางๆ หน่อยครับ โยกกันได้ แต่บรรยากาศเพลงนี้จะผ่อนคลาย และ relax นิดนึง แต่ถ้าฟังเนื้อหาดีๆ นี่เป็นเนื้อหาที่เศร้านะ

พิธีกร: คือเพลงอกหักนี่ปกติต้องเศร้าๆ น้ำตาคลอ ทำไมพี่ๆ ถึงเลือกทำเพลงอกหักที่มีจังหวะโยก

พี่หนึ่ง: จริงๆ ETC มีเพลงอกหักอยู่หลาย Mode ร้องไห้โฮก็มีแล้ว ร้องให้ลึกๆ ก็มีแล้ว ร้องไห้แบบนี้ยังไม่มี ร้องไห้แบบฟูมฟาย เรานึกถึงบรรยากาศที่อยู่กับกลุ่มเพื่อนน่ะครับ เวลาที่เราย้อนกลับไปหลายๆ ปีที่แล้ว เคยอกหักเคยเสียใจแล้วก็ร้องไห้ระบายกับเพื่อน นึกถึงบรรยากาศในวงเหล้า อกหักครั้งแรก โดนทิ้งครั้งแรก คือเราก็เป็นผู้ชายนะ แต่ร้องไห้โฮเลย ฟูมฟายจนเหมือนเป็นเด็ก จึงเป็นที่มาของชื่อเพลง"ร้องไห้หนักมาก" แต่ที่เรา arrange ให้ออกมาผ่อนคลายก็เพราะว่าเรานึกถึงเรื่องเราสมัยนั้นแล้วเรามองย้อนกลับไป แล้วก็นึกขำเหมือนกันนะ ทำไมตอนนั้นร้องไห้ไปได้ขนาดนั้น ก็เลยผสมผสานความรู้สึกปัจจุบันนี้ครับ ก็เลยกลายเป็นเพลงอกหักที่ feel good ซึ่งการร้องก็จะเหมือนร้องไห้ที่ตะเบ็งๆ หน่อย เหมือนการระบายออกมา ถ้าใครมีความรู้สึกแบบนี้ไปกับเพลงนี้ กำลังอกหัก ก็ใส่เต็มๆ ไปกับเพลงนี้ได้

พิธีกร: ความพิเศษของเพลงนี้อยู่ที่ไหนบ้างครับ

พี่หนึ่ง: ก็ที่เล่ามาทั้งหมดนี่ครับ คือความพิเศษ คือเป็นเพลงอกหักอีกหนึ่งแนวที่เรายังไม่เคยทำ ก็อยากจะลองทำดู ก็ได้ความหลากหลายมากขึ้น

พิธีกร: ท่าเต้นดูแปลกตามากๆ ได้มาจากไหน

พี่หนึ่ง: คนสอนนี่ไม่ใช่ใครที่ไหนเลยครับ วิทย์ AF ครับ เป็นท่าที่ง่ายๆ ครับ ใครก็เต้นได้ เพราะเราเองก็ไม่ใช่แดนเซอร์อะไรก็เต้นใน MV ซึ่งแฟนๆ เราที่ติดตามมานานก็ได้เห็นอะไรที่ไม่ได้เห็นใน MV แล้วเวลาไปเล่นคอนเสิร์ตก็เต้นตามได้ครับ ใครที่ไม่เคยเห็นแล้วเห็นครั้งแรกก็เต้นตามได้ครับ

พี่โซ่ : ตัว MV ก็เนื้อเรื่องมีแบบนี้ครับ เหมือนพวกเราเป็นกลุ่มนักบำบัด ก็จะเห็นคนหลากหลายแบบ เป็นฮิปสเตอร์ เป็นเนิร์ด เป็นติสต์มาเลย ทุกคนจะมาเหมือนกัน คือร้องไห้มา แล้วเราก็ชวนมานั่งบำบัด นั่งล้อมกัน นั่งร้องไห้ไปด้วยกัน แล้วก็เต้นด้วยกันตอนจบ

พิธีกร: สมาชิกแต่ละคนเคยมีเรื่องอะไรที่ทำให้ "ร้องไห้หนักมาก" กันบ้าง

พี่หนึ่ง: ก็อย่างในเพลงนั่นแหละ เคยมีแฟนที่เด็กกว่า ปกติเรามีแฟนก็วัยไล่เลี่ยกัน คือถ้าวัยไล่เลี่ยกัน ถ้าทะเลาะกันหรืออะไรเนี่ย มันจะมีเหตุผลที่เออ เข้าใจได้ แต่พอเป็นเด็กนี่เค้ามีอารมณ์ไม่เหมือนผู้ใหญ่ บางทีมีเรื่องอะไรที่แปลกประหลาดมาก คือธรรมดานี่หลายเรื่องก็แปลกมากแล้ว แต่พอเลิกกันนี่ หนักมาก คือบางทีไม่มีสัญญาณอะไรเลย วันนี้คุยกันงุ้งงิ้งๆ อีกวันบอกเลิกเฉยเลย ก็ไม่เคยเจอไง ก็เลยร้องไห้ ช่วงนั้นก็จะเป็นแบบชีวิตย่ำแย่ ย้อนกลับมาดูตอนนี้ก็รู้สึกขำตัวเอง ทำไปได้เว้ย คือไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

พี่โซ่: ของผมไม่นานครับ เลี้ยงหมาไว้ตัวนึง คือเลี้ยงจนเค้าหมดอายุขัยไปเลยครับ 16 ปี พอช่วงท้ายๆ ตาจะเริ่มฟ่าฟางแล้ว หูก็ไม่ค่อยดี อย่างเราอยู่กรุงเทพ แต่หมาจะอยู่กับพ่อแม่ที่เชียงใหม่ เมื่อก่อนตอนปีแรกๆ เวลาเรากลับบ้าน แค่เราเรียกชื่อแล้วมันอยู่ตรงไหนจะรีบวิ่งมาหาเราเลย แต่ช่วงท้ายๆ เรียกแล้วไม่มา เดินไปใกล้ๆ ก็เงยหน้ามามอง แล้วนอนต่อ ประมาณอัลไซเมอร์ ค่อยๆ ไป พอวันสุดท้ายที่เค้าหมดอายุก็ร้องไห้เสียใจ

พี่บี: เมื่อคืนเลยครับ ร้องไห้หนักมากเลย ทีมชาติที่ผมเชียร์ไม่ได้ไปบอลยูโร เศร้ามากเลย

พี่โซ่: อ้าว ไม่ได้เชียร์ทีมไทยเหรอ

พี่บี: ทีมไทยก็เชียร์ครับ แต่ผมชอบทีมชาติฮอลแลนด์ ไม่ได้ไปบอลยูโร ผมร้องไห้หนักที่สุดเลย บอลยูโรคราวนี้ไม่รู้จะเชียร์ทีมอะไรแล้ว

พี่มิ้น: ไปต่างประเทศครับ แล้วลืม iPad ไว้บนแท็กซี่ครับ หายไปเป็นชั่วโมง อยู่ๆ เค้าก็ขับเอามาให้ที่หน้าโรงแรม ดีใจจนร้องไห้เลยครับ

พี่โซ่: ใน iPad ความลับเยอะ 5555

พี่โอเล่: ร้องไห้ก็ช่วงวัยรุ่นช่วงแรกๆ ครับ ช่วงนั้นเป็นคนหน้าตาดีครับ (หือ!!) แล้วมีรุ่นพี่รุ่นน้องมาชอบเยอะเลย ไม่รู้จะเลือกใคร เลยร้องไห้หนักมาก 5555

พิธีกร: แต่เวลามันทำร้ายคนได้จริงๆ เนอะ

ETC: 555555

พิธีกร: ตอนนี้ให้ฝากผลงานกันดีกว่า

ETC: ติดตามพวกเราได้ที่ YouTube Channel ของ i Am Official นะครับ แล้วก็ติดตามข่าวสารต่างๆ ของพวกเรา ETC ได้ที่ facebook.com/etcband ครับ , ดาวน์โหลดเพลงได้ที่ *492244222 ครับ

พิธีกร: เห็นพี่หนึ่งกับพี่โอเล่ใช้กีต้าร์เหมือนกันเลย

พี่หนึ่ง: เป็นกีตาร์ที่พี่หนึ่งทำขึ้นมาครับ กับเพื่อน คือพี่เป๊ก วง Zeal, ศิลาวง Zeal, โอ Jetset'er แล้วก็เพื่อนอีกคนชื่อเจต ที่เป็นคนทำ Ukulele อยู่ ก็เราบ้ากีต้าร์โปร่งเหมือนกัน ก็รวมตัวกันผลิตกีต้าร์โปร่งขึ้นมาในราคาที่ไม่แพงเกินไป ตอนแรกเราอยากทำเป็น "กีต้าร์ตัวแรก" ของคนหัดเล่นกีต้าร์ แต่พอทำไปทำมาก็อยากเติมของดีใส่ลงไป ก็ออกแบบออกมา 3 รุ่นครับ ชื่อ Atman Guitar ครับ เป็นกีต้าร์โปร่งราคาไม่แพง อยากให้ลองเล่นกันดู ทางวง Jetset'er กับวง Zeal ก็เอาไปเล่นสดจริงๆ แล้วด้วยครับ

พิธีกร: ขอบคุณ ETC มากๆ เลยครับที่มาคุยกันวันนี้

คลิกชมคลิป ETC Live Chat