เปิดโปรเจ็คสูตรสำเร็จ "หนึ่ง ณรงค์วิทย์" นักแต่งเพลงประกอบละคร

เปิดโปรเจ็คสูตรสำเร็จ "หนึ่ง ณรงค์วิทย์" นักแต่งเพลงประกอบละคร
Sanook!-Music

สนับสนุนเนื้อหา

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่อยู่เบื้องหลังวงการเพลงและสรรสร้างผลงาน "เพลงประกอบละคร" ออกมาในปีนึงมากมายแบบนับไม่ถ้วน สำหรับนักแต่งเพลงที่ใครๆ ก็เรียกเขาว่า "พี่หนึ่ง ณรงค์วิทย์" แถมในปีนี้ทิศทางเพลงประกอบละครก็จัดว่าเข้มข้นขึ้นไม่น้อย ซึ่งงานนี้ในฐานะที่ "พี่หนึ่ง ณรงค์วิทย์" ถูกจัดเป็นมือต้นๆ ของนักแต่งเพลงละครของวงการ Sanook! Music เลยขอนำตัวมาพูดคุยถึงสูตรสำเร็จและหัวใจหลักในการทำเพลงละครประกอบละครช่องสาม ให้ประสบความสำเร็จจนติดดูและติดใจแฟนๆ ละครได้นั้นทำอย่างไร พร้อมกับอัพเดทโปรเจ็คเด็ดที่แว่วๆ ว่าจะมีการดึงสามพระเอกฮอต ณเดชน์ เจมส์ จิรายุ และ หมาก ปริญ มาทำอัลบั้มพิเศษให้แฟนละครได้ฟินเลยทีเดียว

 แนวทางเพลงประกอบละครในมุมมองของ พี่หนึ่ง ณรงค์วิทย์ มองว่าเป็นอย่างไรบ้าง?

"แนวทางเพลงละครก็เข้มข้นขึ้น รู้สึกว่าเราทำงานมาแล้วปีกว่า หลายๆ อย่างที่ช่อง 3 ก็เข้าที่เข้าทางมากขึ้น แล้วโจทย์ยากๆ ก็เข้ามา ปีนี้ถือว่าโจทย์ยากๆ เยอะ ก็คือที่ได้ดูกันอยู่ตอนนี้คือ เลือดมังกร ที่มีความเป็นจีน แล้วก็วินเทจด้วย แล้วก็มีความกดดันที่ตรงเพลงด้วยเหมือนกัน เราก็พยายามจะหาศิลปินที่เหมาะสม แต่ละเรื่องเวลาแต่งเสร็จก็มีเรื่องหนักใจก็คือการหาคนร้องที่เป็นโจทย์ยาก"

ดูเหมือนว่าหลังๆ การทำเพลงประกอบละครจะค่อนข้างเป็นโปรเจ็คที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ?

"ใช่ครับ แต่เราก็คิดการใหญ่ไปด้วย (หัวเราะ) ตอนแรกเราติดต่อพี่ป้อม (ป้อม อัสนี) ก็ไม่ได้คิดว่าพี่เขาจะตอบตกลง ก็คิดฝันไปแบบเด็ก ๆ นะว่าลองส่งเพลงไปให้พี่เขาฟังก่อน ปรากฎว่าพี่เขาสนใจมาร่วมสนุกกับเราด้วย ก็ดีใจมากเพราะเราไม่คิดว่าเราจะได้แต่งเพลงให้พี่ป้อมร้อง แล้วพี่ป้อมจะตัดสินใจมาร้องเพลงละครให้ช่อง3 ก็เลยเป็นเพลงเปิดที่สมกับละคร มันก็ยิ่งใหญ่

แล้วพอได้พี่ป้อมมากรุยทางให้ ทีนี้ก็ง่าย เหมือนเป็นหัวขบวนนำ เราก็เริ่มชวนคนอื่น ชวนฮิวโก้ที่ตอบตกลงแล้ว ก็ดีใจที่ศิลปินที่ไม่คิดว่าเขาจะมาร้องเพลงละครเรา อย่างฮิวโก้เราก็รู้สึกว่าเขาเป็นศิลปินอินเตอร์ไปแล้ว ไปไกลกว่าที่จะมาร้องเพลงละครแล้ว เราดูว่าเขาเป็นศิลปินอินเตอร์ไปแล้ว คือมันอาจเป็นโชคชะตาหรือว่าฟ้าลิขิต ก็เป็นอย่างในเพลงเลย ก็ดีใจที่ศิลปินหลาย ๆ คน สนใจมาร่วมงานกับเรา"

สำหรับเพลงประกอบละครช่องสามปีนี้ พี่หนึ่ง เตรียมอะไรไว้บ้าง?

"ละครของช่อง3 ปีนี้ก็เข้มข้นมากๆ มีละครใหญ่ๆ ลงหมดเลย ที่มีก็หนึ่งในทรวง ทุกอย่างเสร็จรอที่จะโปรโมท ก็เป็นเพลงพีเรียดเหมือนที่เราได้กลับไปทำสไตล์คุณชายจุฑาเทพอีกครั้ง แต่จะทำอย่างไรให้มันไม่เหมือนทำอย่างไรให้มันดูแตกต่าง ก็คิดว่าทำออกมาก็ค่อนข้างแฮปปี้ แล้วก็มีละครข้าบดินทร์ แต่ละเรื่องยากๆ ทั้งนั้น เป็นปีแห่งการย้อนยุคของช่องเหมือนกัน เพราะละครหลายๆ เรื่องคือ ข้าบดินทร์ เลือดมังกร หนึ่งในทรวง สะใภ้จ้าว เป็นละครย้อนยุคหมดเลย"

ในฐานะนักแต่งเพลงคิดว่าอะไรทำให้นักร้องรุ่นใหญ่ๆ ถึงไว้ใจพี่หนึ่ง?

"ศิลปินหลายคนที่เขามั่นใจจะมาร้องเพลงละครช่อง 3 กับเราเพราะว่าเขาเห็นผลงานที่ผ่านมาในช่วงประมาณ 4-5 ที่ผ่านมา เข้ามาสู่วงการละครมันก็เป็นตัวบอกว่าเราตั้งใจทำนะ แล้วบทบาทเพลงละครของทางช่อง 3 มันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ก็รู้สึกว่าเขาเห็นงานของเราแล้วคงตัดสินใจได้ไม่ยากครับ"

โจทย์ที่คิดว่ายากที่สุดในการทำเพลงประกอบละครเพลงนึงคืออะไร?

"เราก็ไม่ได้ใช้นักร้องที่ดังๆ เราก็ให้โอกาสคนใหม่ๆ ด้วย ถ้าใครสังเกตช่วงหลังๆ เราก็ไม่ได้ใช้คนที่ดังมาก เพลงละครเราแค่ต้องการคาแร็คเตอร์ที่ใช่ แล้วเวลาไปเปิดมันซิงค์กับภาพพระเอกนางเอก อันนี้สำคัญกว่าครับ"

ส่วนตัวคิดว่าการทำเพลงละครโดนใจ หัวใจหลักๆ มันคืออะไร?

"จริงๆ ผมคิดว่ามันเป็นสูตรในการทำงานของเรามากกว่า เวลาเราจะแต่งเพลงละครเราศึกษามันเยอะๆ เราไม่ได้อ่านเรื่อง อ่านบทแล้วคิดชั้นเดียว เราคิดเยอะมาก เราคิดแทนตัวเองเป็นตัวแสดงตัวนั้นว่าจริง ๆ แล้วเขารู้สึกอย่างไรมากกว่าที่จะมาแต่งเพลงละครแบบเล่าเรื่อง คนอื่นทำงานยังไงเราไม่รู้แต่ถ้าวิธีของเราคือเราไม่เล่าเรื่องละคร เราเอาความรู้สึเขามาเป็นเมนมากกว่าครับ ซึ่งละครสมัยก่อนจะเล่าเรื่อง บางครั้งมีชื่อละครในเนื้อเพลง ซึ่งก็เป็นวิธีการทำงานอีกแบบหนึ่ง แต่สูตรของเราในการทำงานเราคิดของเราแบบนี้ครับ"

พี่หนึ่งกลัวบ้างมั๊ยว่าแต่งเพลงไปเยอะแล้วจุดนึงจะตัน?

"เมื่อก่อนตอนที่เป็นนักแต่งเพลงเราก็คิดว่าเดี๋ยววันหนึ่งเราก็ตัน นี้เขียนมา 17-18 ปีแล้วมันไม่เห็นตันเลย มันก็ไปเรื่อยๆ ยิ่งมาทำเพลงละครมันจะยิ่งไม่ตันเพราะมันมีพล็อตเรื่อง มันจะมีโจทย์ใหม่ๆ แปลกๆ ตลอดเวลา แต่สิ่งที่ยากของเพลงละครก็คือเราจะแต่งอะไรที่มันซ้ำๆ เดิมๆ ให้ไม่เหมือนเดิมเพราะว่าอย่างตอนต้นก็ไม่ชอบขี้หน้ากัน แอบรักกันแล้วก็ไม่พูดไม่บอก จะเก็บไว้ อันนี้แหละมันเป็นความยากที่พล็อตมัน คือพื้นฐานของอารมณ์มันคล้ายๆ กัน เราต้องขยันมองหาดีเทลที่แตกต่างครับ"

ตอนนี้ดูจะเป็นนักแต่งเพลงละครที่เยอะมากที่สุดเลยก็ว่าได้?

"เยอะมากตอนนี้ ที่ผ่านมาทางช่อง ปีหนึ่งเกือบ 20 เรื่อง เพราะปีที่แล้วเราเข้ามากรุยทาง เข้ามาวางระบบ แล้วก็ลงมือเอง พอมาปีนี้พอเข้าที่เข้าทางมากขึ้น เริ่มชวนคนนู้นคนนี้ พี่ๆ นักแต่งเพลงที่รู้จักกันมาร่วมงานกันมากขึ้น ถ้าเป็นเพลงร็อกๆ เราก็จะชวน พี่แมว จิระศักดิ์ เรียก พี่เดอะมัสต์ มาช่วย ล่าสุดก็ชวน พี่นิ่ม สีฟ้า มาแต่งให้ในเพลง เรื่องข้าบดินทร์  เราก็สามารถชวนคนนั้นคนนี้มาช่วยแต่งเพลงละครช่อง 3 คือจริงๆ คนชอบเข้าใจผิดว่าเพลงละครช่อง 3 หนึ่ง ณรงค์วิทย์ แต่งคนเดียว จริงๆ ถ้าไปดูเครดิตก็จะเห็นคนอื่นมาช่วยเยอะมาก แต่ภาพคนอื่นจะมองว่าเราแต่งเยอะ แต่งได้ยังไง ไม่ถึงขนาดนั้น เพราะละครบางแนวเราก็ไม่ถนัด เราก็ต้องดูว่าอะไรที่เราถนัด หนึ่งณรงค์วิทย์ก็ไม่สามารถทุกแนว"

แนวเพลงแบบไหนที่ไม่ถนัด?

"ก็แนวบ้านๆ แนวละครที่มันตลกมากๆ รักมากๆ เราก็ไม่ได้ ชอบดราม่า ชอบแนวสามีตีตรา หรือไม่ก็เป็นรักโรแมนติก เราก็จะถนัดอะไรแบบนี้ แนวเฮิร์ท สองแนวที่พี่ถนัดก็คือแนวจิกหมอน กับดราม่า เศร้ากันไปข้าง"

ศิลปินดาราเดี๋ยวนี้ก็ร้องเพลงได้มองตรงนี้อย่างไรบ้าง?

"จริงๆ มันก็ไม่ใช่ทุกคนนะ คือที่เราเรียกมาก็มีร้องผิดร้องถูกบ้าง แต่ดูแล้วก็มีมุมที่เราควรจะสนับสนุน บางคนมาแล้วก็ไม่ใช่เราก็ไม่ฝืนดีกว่า"

อย่างที่เห็นที่ดูจะไปได้สวย  ณเดชน์ เจมส์ จิ หมาก มาอยากจะให้เขาทำอัลบั้มมั้ย?

"จริงๆ 3 คนนี้ร้องเพลงใช้ได้หมดเลยนะ แล้วเราก็อยากคิดโปรเจ็คอะไรพิเศษเหมือนกันนะ ถ้ามีโอกาสก็อยากจะชวนน้องๆ มาทำด้วยกันเพราะไหนๆ ก็อยู่บ้านเดียวกันแล้ว พี่สังเกตว่าเทรนด์ของดารารุ่นใหม่ ๆ มันครบเครื่อง มันมาแบบเป็นสตาร์ ไม่ใช่มาแสดงอย่างเดียว ร้องเพลงก็ได้ บางคนก็เอ็นเตอร์เทนได้ เดี๋ยวนี้คือหลายแบบ"

คาดว่าจะจะเริ่มได้เมื่อไหร่?

"ตอนนี้มันก็เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วนะเรื่องเพลงละคร ก็อาจจะเป็นโปรเจ็คพิเศษ ไม่รู้ว่าจะถึงขนาดทำแบบ Sleepless Society หรือเปล่า พี่ก็อยากทำ มันอาจจะไม่ได้ใช้ชื่อ Sleepless Society แต่รู้สึกว่า Sleepless Society มันเป็นตำนานไปแล้ว และทุกวันนี้พี่ก็นอนหลับปกติแล้ว เราไม่อยากหลอกคนฟัง เมื่อก่อนชีวิตเป็นแบบนั้นจริงๆ เดี๋ยวนี้พอเราโตขึ้น คนเราพอมันโตขึ้น ตอน Sleepless ชีวิตมันโลดโผนมาก พอตอนนี้เราก็นิ่งขึ้น ต้องดูแลภาพรวม ยิ่งมีลูกน้อง ให้ดูแลก็คิดว่าราจะทำตัวแบบตอนนั้นไม่ได้แล้ว ตอนนี้เราก็นอนเร็วขึ้น รู้สึกได้ใช้ชีวิตอย่างชาวบ้าน ตื่นเช้า คือตื่น 8 โมง นอนเที่ยงคืนตีหนึ่ง เมื่อก่อนตีสี่ รู้สึกว่าเมื่อก่อนเราใช้ร่างเปลือง นอนตีสี่ตีห้า แล้วเวลาตื่นมันก็จะบ่ายแล้ว มันเสียเวลาไปเยอะมาก"

ผลงานแต่งเพลงบางส่วนจาก หนึ่ง ณรงค์วิทย์