BIG ASS เปิดตัวนักร้องนำคนใหม่ เจ๋ง บิ๊กแอส

BIG ASS เปิดตัวนักร้องนำคนใหม่ เจ๋ง บิ๊กแอส
+++  เนื้อหาที่ไม่มีผู้สนับสนุน  +++

สนับสนุนเนื้อหา

หมดข้อสงสัยกันสักทีหลังคาใจกันมานานกับข่าวคราวของวงร็อคระดับตำนาน บิ๊กแอส ที่อยู่ในความสนใจมาตลอด เพราะล่าสุดหลัง จีนี่ เร็คคอร์ดส ต้นสังกัดได้ปล่อยซิงเกิ้ลแรกในรอบ 4 ปี เพลง แดนเนรมิต ออกมา ก็ได้เปิดให้สัมภาษณ์ 4 สมาชิก กบ-ขจรเดช พรมรักษา(กลอง) , ออฟ-พูนศักดิ์ จตุระบุล(กีต้าร์) , โอ๊ค-พงษ์พันธ์ พลสิทธิ์ , หมู-อภิชาติ พรมรักษา(กีต้าร์) พร้อมเปิดตัวหนุ่มหล่อหน้าใหม่ที่จะมาใช้นามสกุล บิ๊กแอส นั่นก็คือ เดชา โคนาโล หรือ เจ๋ง บิ๊กแอส นักร้องนำคนใหม่ให้ได้รู้จักกัน ซึ่งทุกคนไขข้อข้องใจให้ฟังหมดเปลือก



สาเหตุที่เปลี่ยนตัวนักร้องนำ
บิ๊กแอส - บิ๊กแอสเราตกลงกันว่าถ้าวันไหนเราไม่สนุกที่จะเล่นดนตรีด้วยกันเราก็จะไม่เล่นดนตรีด้วยกัน แล้ววันนั้นมันก็มาถึง แด๊ก ถึงจุดอิ่มตัวจริง ๆ เราไม่ได้ทะเลาะกันแค่ไม่ได้ทำงานร่วมกันแล้วเท่านั้นเอง การบอกลามันยากกว่าการทักทายอยู่แล้วเพราะด้วยความเป็นเพื่อนที่เราคบกันมาสิบยี่สิบปี ตอนนี้การทักทายเราก็ยังมีกันอยู่ รู้สึกดีมากที่ทุกอย่างมันออกมาได้ดี จริงๆเริ่มคุยกันเรื่องนี้มาเมื่อสองสามปีที่แล้ว เพราะมันเริ่มรู้สึกว่ามันเริ่มไม่สนุกแล้ว ความสนใจในเรื่องดนตรีเริ่มไม่เท่ากัน ก็เลยตั้งเวลาไว้ประมาณนึงว่าถ้ามันไม่เกิดอะไรที่ดีขึ้นเราก็มาคุยกันอีกที พอถึงวันนั้นเราก็เลยมาคุยว่าจะเอากันยังต่อดี ก็สรุปออกมาอย่างที่เห็นครับ การเปลี่ยนนักร้องสำหรับวง ๆ นึงมันเป็นเรื่องสุดท้ายที่จะทำกัน แล้ว 99% ของวงดนตรีในโลกที่เปลี่ยนนักร้องนำก็จะเป็นขาลง ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากเปลี่ยน และที่ไม่ค่อยอยากพูดเรื่องนี้แต่แรกเพราะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนเราอยากให้เกียรติกันและกันด้วย แม้เราจะไม่ได้ทำงานด้วยกันแล้วแต่ที่เรายังเลือกใช้ชื่อ บิ๊กแอส อยู่เพราะชื่อนี้ให้เกียรติเรา เลี้ยงดูเรามา สร้างพวกเรามา ไม่มีประโยชน์ที่จะปล่อยชื่อนี้ไป สิ่งที่เราทำอยู่ในตอนนี้คือเราพยายามจะนำมันกลับมาอยู่ในที่ที่ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้



เปลี่ยนนักร้องนำมีผลกระทบอะไรมั๊ย
บิ๊กแอส - มีอยู่แล้วครับ อย่างเวลาเราเห็นดาราคู่ไหนเป็นแฟนกันเราชอบเราก็เชียร์ พอเวลาเค้าเลิกกันมันก็เลยรู้สึกเสียดายเหมือนเราอินไปกับชีวิตเค้า อันนี้ก็เหมือนกันมันคงต้องมีคนคิดแบบนี้บ้าง แต่ชีวิตมันต้องเดินหน้าเราก็ต้องทำสิ่งที่มีให้ดีที่สุดต่อไป

คาดหวังแค่ไหนกับตัววงที่มีนักร้องนำคนใหม่แบบนี้
บิ๊กแอส - ผมว่าที่เรามานั่งสัมภาษณ์ได้วันนี้ก็เหนือความคาดหวังแล้ว ถ้าย้อนกลับไปเห็นเมื่อหกเดือนที่แล้วจะรู้ว่าพวกเรานั่งมองหน้ากันเหมือนหมาหงอย พลังงานตอนนั้นมันน้อยมาก แต่พอ เจ๋ง เข้ามามันรู้สึกว่าเค้าเป็นคนเชียร์อัพให้พวกเรากลับมา เหมือนเค้าดึงเราขึ้นมาจากหลุม ตอนแรกที่เรานัดซ้อมดนตรีกันเค้ายังบอกเลยว่า พี่ ๆ เอากันหน่อยทำไมพี่เล่นดนตรีกันน่าเบื่อหน่ายขนาดนี้ ผมว่าพวกพี่มันได้มากกว่านี้นะ เราก็สะดุ้งเลย มาคิดว่าเราทำอะไรกันอยู่วะเนี่ย มันก็เลยส่งผลมาจนเป็นอัลบั้มที่กำลังทำอยู่นี้ด้วย



ได้ เจ๋ง มาได้ยังไง
บิ๊กแอส - พอถึงจุดนั้นที่เราเหลือกัน 4 คนก็ตกลงว่าจะแยกย้ายกันสักพักนึง กลับไปถามตัวเองว่าอยากทำอะไรต่อ แต่เอาเข้าจริงก็ห่างกันได้แค่วันเดียวแล้วก็กลับมาเจอกันอีก เราพยายามลองหานักร้องกันดู ก็หามาได้คนสองคนแต่มันก็ไม่ใช่เรารู้สึกว่าเคมีไม่ตรงกัน ตอนนั้นรู้สึกท้อกันหมด วันที่ไปเจอ เจ๋ง วันแรก ตอนนั้น บิ๊กแอส ยังทัวร์คอนเสิร์ตอยู่ที่โคราช เราก็ลงไปเที่ยวผับข้างล่างโรงแรมที่พัก ก็เห็น เจ๋ง ร้องเพลงอยู่บนเวทีกำลังเดือดเลย ก็เลยให้คนไปบอกว่าอยากคุยด้วย เล่นเสร็จก็นัดไปคุยกันด้านนอกแค่แป๊ปเดียวเองเพราะเสียงมันดัง แล้วก็ขอเบอร์ไว้หลังจากวันนั้นก็ได้ติดต่อกัน แต่บอกตรง ๆ ว่าตอนนั้นเราก็ยังไม่ได้บอก เจ๋ง ว่าจะเอาเค้ามาทำอะไร เพราะเราเองก็ยังไม่รู้ว่าจะเอาเค้ามาทำอะไรจริง ๆ คนก่อนหน้า เจ๋ง พอบอกว่าจะเอามาเป็นนักร้องวงบิ๊กแอสมันล้มเหลวหมดเลยนะ มันด้วยอะไรหลาย ๆ อย่าง ทีนี้พอกับ เจ๋ง เราเลยไม่ได้ตั้งความหวังอะไร ไม่ได้บอกว่าจะเอามาทำอะไรแค่บอกว่ามาลองทำอะไรกันดูหน่อยละกันถ้าไม่เวิร์คก็แยกย้าย อย่าลืมติดต่อวงเก่าไว้ด้วยนะ(หัวเราะ)

ทำไมถึงชอบ เจ๋ง
บิ๊กแอส - น่าจะเป็นภาพแรกที่เราเห็นเค้าเล่นบนเวทีกับวงเค้าตอนนั้น มันอธิบายยากนะ แต่เราสี่คนมองหน้ากันแล้วบอกว่า ใช่! คนนี้แหละเราต้องไปคุยกับเค้า คนนี้แหละที่จะทำให้เราเลิกเป็นหมาหงอยซะที บางอย่างในตัวเค้าวันนั้นมันบอกเรา ซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ แต่ตอนที่เรียกมาซ้อมดนตรีด้วยกันครั้งแรกด้วยความที่เราก็กดดันเค้า เค้าก็กดดันเรากลายเป็นว่าวันนั้นเฟลมาก ทุกคนคิดว่าทำไม เจ๋ง ไม่เหมือนอย่างที่เราเห็นบนเวทีวันนั้น แต่ก็ยังพยายามกลับมาซ้อมด้วยกันอีกครั้งสองครั้งแล้วก็เลิกซ้อม มาตกลงกันว่าเรามาลองใช้ชีวิตด้วยกันก่อนดีกว่า อยากให้ เจ๋ง เลิกเกร็งกับชื่อ บิ๊กแอส ให้เรามาเป็นเพื่อนกันเป็นพี่น้องกันก่อนดูซิว่ามันจะเป็นยังไง ก็ใช้เวลาประมาณเดือนสองเดือนก็เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงจากที่เคยนั่งเงียบ ๆ ก็เริ่มมีการออกความเห็นนู่นนี่นั่น พลังบนเวทีที่เราเห็นเค้าวันนั้นก็เริ่มกลับมา แล้วเราก็ไปค้นพบว่าจริง ๆ แล้ว เจ๋ง จะทำได้ดีที่สุดตอนมีคนดู อย่างเล่นในห้องซ้อมจะรู้สึกว่าเค้าไม่เต็มร้อย แต่พอมีคนมาดูปุ๊ปเค้าจะกลับมาเป็นไอ้เคราคนนั้นที่เราเห็นวันแรก เค้าเป็นคนชอบโชว์ครับ(หัวเราะ)

ใช้เวลานานมั๊ยกว่าจะสรุปเป็น เจ๋ง
บิ๊กแอส - เราตั้งเวลากับ เจ๋ง ไว้หกเดือน แต่ตอนนั้น เจ๋ง ยังเล่นกลางคืนอยู่ทำให้เรามีเวลาให้กันไม่เต็มที่ เลยขอให้ เจ๋ง ออกจากวงเดิม แล้วเราก็รวมเงินคนละสี่พันห้าพันต่อเดือนให้เค้าเป็นค่าเลี้ยงดูเท่ากับตอนที่เค้าเล่นกลางคืนอยู่ การตัดสินใจเลือกเค้าไม่ใช่ว่าผ่านหรือไม่ผ่าน มันเป็นเรื่องเคมีมากกว่า ความเป็นนักร้องหรือการเพอร์ฟอร์มบนเวทีเค้าได้อยู่แล้วซึ่งเราไม่ได้เลือกตรงจุดนี้ แต่เราดูที่ว่าเราจะสามารถอยู่ด้วยกันได้จริงมั๊ย

แนวดนตรีของ บิ๊กแอส ตอนนี้เป็นยังไง
บิ๊กแอส - เราพยายามทำให้เป็นธรรมชาติที่สุด ไม่ได้จำกัดอะไร อะไรที่ไม่เคยทำเราก็ไม่กลัว เราทำได้หมด เพลงที่เมื่อก่อนเรารู้สึกว่ามันไม่น่าจะเข้ากับ บิ๊กแอส นะ เราก็ลืมตรงนั้นไป ตอนนี้เราทำทุกอย่างเลย อะไรที่เกิดขึ้น ณ เวลานั้นแล้วเราชอบเราจะปิดคอมพิวเตอร์ทันทีเลย เราเชื่ออารมณ์จุดนั้น เมื่อก่อนเราจะทำเพลงแต่ละส่วนแยกกันมา แต่ตอนนี้เราบังคับตัวเองให้ทั้งห้าคนอยู่ด้วยกันเพราะบางทีเราต้องการความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ด้วยความที่ชุดนี้เราทำเป็น EP 5 เพลง เราเลยพยายามทำให้ทุกเพลงมีคาแรคเตอร์ของมัน ก็คงมีความหลายหลาย แต่ความเป็นเนื้อเดียวกันคงมีมากกว่าเดิม

เจ๋ง รู้สึกยังไงที่ได้มาร่วมงานกับ บิ๊กแอส
เจ๋ง - ก็รู้สึกดีใจครับดีใจมาก ตอนนั้นก็ยังงง ๆ มันก็ยังอึ้ง ๆ อยู่ แต่ในความรู้สึกลึก ๆ แล้วรู้สึกดีใจกับตรงนี้มากเพราะมันคือความฝันของเรา เราอยากมีอัลบั้มเป็นของตัวเอง อยากจะมีค่ายมีสังกัด อยากจะมีเพลงที่เราร้องเองบ้างเพราะว่าเราเล่นกลางคืนมาเราก็ร้องแต่เพลงคนอื่น

ชื่อ บิ๊กแอส ทำให้เรากดดันมากมั๊ย
เจ๋ง - มากครับ เพราะชื่อ บิ๊กแอส ใคร ๆ ก็รู้จัก ที่พวกพี่เค้าเรียกมาคุยครั้งแรกผมยังตกใจเลย แต่พอได้มาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันตอนนี้ก็ดีขึ้น แทบจะไม่กดดันแล้วสบาย ๆ ผมได้มาอยู่ตรงนี้ถือว่าโชคดี ขอบคุณพี่เค้าที่เปิดโอกาสให้เรามาลอง

ตอนที่เค้าเรียกเรามาคุยครั้งแรกเนี่ยเรารู้มั้ยว่าเราจะต้องมาแทน แด๊ก
เจ๋ง - ไม่ทราบครับ และผมก็ไม่ได้คาดหวังถึงตรงนั้นด้วยเพราะผมคิดว่าการที่พี่เค้าเรียกมาเป็นการเรียกมาลองก่อน ผมไม่คิดว่าผมจะได้ เพราะคิดว่ามันเป็นอะไรที่ไกลตัวเกินไป ตอนนั้นไม่ได้คิดซีเรียสว่าเราต้องเป็นนักร้องบิ๊กแอส แค่ขอว่าให้เราได้ทำในสิ่งที่ชอบ ได้มาหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่เราไม่เคยเจอแค่นั้น

แล้วพอรู้ว่าเรามาแทน แด๊ก เรารู้สึกยังไง
เจ๋ง - มันก็เกร็ง เครียด กดดันค่อนข้างเยอะเหมือนกัน แต่พวกพี่ ๆ เค้าบอกว่าไอ้การซีเรียสมันเป็นเรื่องปกติ อยากให้ลองนึกจุดที่ว่ามันเป็นการเริ่มใหม่หมดให้ลืมความเป็นบิ๊กแอส มาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ และอีกอย่างคือได้มีโอกาสมาใช้ชีวิต มาทำความรู้จักพี่ ๆ เค้าก่อนเข้าห้องอัดด้วย ก็เลยช่วยผ่อนคลายได้เยอะ

เพราะอะไรถึงกดดัน
เจ๋ง - เพราะผมแฟนเพลง บิ๊กแอส คนนึงเหมือนกัน ผมก็เล่นกลางคืนผมก็ต้องเล่นเพลงพี่เค้า และผมก็ค่อนข้างนับถือในสิ่งที่เค้าสร้างมาตั้งแต่อัลบั้มแรก ๆ จริง ๆ อัลบั้มแรกผมอาจจะไม่ทัน แต่อัลบั้มสองผมเริ่มรู้จัก บิ๊กแอส ในเพลง ก่อนตาย ผมก็เริ่มเล่นเพลงพี่เค้ามาตั้งแต่ตอนนั้น ผมถือว่าเป็นอาจารย์ผมเลยดีกว่า

ประสบการณ์ทางดนตรีของ เจ๋ง มีอะไรบ้าง
เจ๋ง - ผมเริ่มจากศูนย์เลย ผมไม่ได้เล่นดนตรีมาก่อน ผมเล่นแต่กีฬา ตอนนั้นผมเล่นบาสฯอยู่แล้วเพื่อนมาชวน คือเพื่อนเค้ามีวงดนตรีอยู่ด้วยเป็นวงดนตรีระดับมัธยม เค้าอยากสร้างวงดนตรีขึ้นมาพยายามหานักร้องอยู่ พอดีช่วงนั้นผมของผมเริ่มยาวดูเป็นฮิปปี้เค้าก็เลยชวนว่ามาลองร้องเพลงดูมั๊ย ตอนแรกก็บอกไม่เอา ร้องไม่เป็น เค้าก็บอกลองหน่อยละกันสนุก ๆ ก็เลยลองไปซ้อมดู เค้าชอบที่ผมเสียงดังดีเลยบอกให้มาร้องให้หน่อยก็แล้วกัน ร้องไปร้องมาก็รู้สึกสนุก มันส์ดี ก็เลยเริ่มร้องจากตรงนั้นมา แล้วก็เล่นกลางคืนมาเรื่อย ๆ

กลัวโดนเปรียบเทียบกับ พี่แด๊ก มั๊ย
เจ๋ง - ผมคิดว่าคงมีแน่ ๆ แต่อย่าเอาผมไปเปรียบเทียบกับ พี่แด๊ก เลยนะครับ พี่แด๊กเค้าปรมาจารย์อยู่แล้วส่วนผมเป็นแค่เด็กฝึกหัด แล้วผมก็มองพี่เค้าเป็นไอดอลคนนึงด้วย อยากให้มองว่าผมไม่ได้มาแทนพี่แด๊ก เพราะไม่มีใครแทน พี่แด๊ก ได้อยู่แล้ว ผมก็มาในแบบตัวผมเองมาแบบไม่มีประสบการณ์ มาเริ่มนับหนึ่งใหม่ไปพร้อม ๆ กันดีกว่า

แล้วถ้าต้องร้องเพลงเก่าล่ะ
เจ๋ง - ในแบบที่ พี่แด๊ก ร้องไว้มันเป็นออริจินัลที่ดีที่สุดอยู่แล้ว ส่วนที่ผมจะร้องก็คงเป็นแบบฉบับที่ผมเป็น อย่าเอาไปเทียบพี่เค้าเลยครับ เพราะมาตรฐานมันต่างกันแน่นอนครับ

อยากบอกอะไรกับแฟนเพลง บิ๊กแอส
เจ๋ง - ก็อยากจะฝากบอกว่าถ้าใครที่ชอบบิ๊กแอส ติดตามบิ๊กแอสจริง ๆ ก็คงจะรู้อยู่ว่าพี่ ๆ บิ๊กแอส ตั้งใจทำงานกันแค่ไหน แต่ละอย่างเนี่ยคือตั้งใจทำเพื่อแฟนเพลงจริง ๆ แล้วตอนนี้ผมได้เข้ามาอยู่ตรงจุดนี้ก็ขอฝากตัวเองกับแฟนเพลงบิ๊กแอสด้วย ทุกอย่างเป็นก้าวใหม่ เส้นทางใหม่ ลองฟังกันดู สามารถติชมกันได้ครับ

พูดถึงซิงเกิ้ลแรก แดนเนรมิต
บิ๊กแอส - แดนเนรมิต สื่อความหมายคือ แดน หมายถึงดินแดน ส่วน เนรมิต คือการสร้าง แดนเนรมิต หมายถึงดินแดนที่สร้างขึ้นมา มันคือชีวิตใหม่ของพวกเรา 5 คนที่ช่วยกันสร้างขึ้นมาเอง เราเชื่อว่าทุกคนสร้างชีวิตของตัวเองได้ อยากให้ชีวิตเป็นแบบไหนก็สร้างเองได้ สรุปเป็นสโลแกนว่า บิ๊กแอส แดนเนรมิต ชีวิตที่สร้างเอง

ปล่อย แดนเนรมิต ไปแล้วฟีดแบคเป็นยังไงบ้าง
บิ๊กแอส - ก็ดีเกินคาด ครั้งนี้การคาดหวังของเราคือการกลับมาเล่นดนตรีอย่างมีความสุข ผมว่า ณ วันนี้เราเกินความคาดหวังแล้ว การที่ได้กลับมาทำงานเพลงอีกครั้งเรารู้สึกว่าเหมือนกับการทำงานเพลงชุดแรก ฟีดแบคต่าง ๆ เราถือว่าเป็นของใหม่หมด เราพร้อมให้ทุกคนแสดงความคิดเห็น เป็นครั้งแรกที่พวกเราติดตามโซเชียลเน็ทเวิร์คต่าง ๆ ที่ผ่านมาเราจะรู้สึกว่าการอ่านพวกนี้มันเหนื่อย แต่ครั้งนี้อ่านแล้วรู้สึกสนุก บางอันที่ไม่ดีเราก็เก็บไว้เรารู้สึกว่าทุกคนสามารถคิดได้ แต่บางอันที่ดีอย่างมีน้องคนนึงบอกว่า ผมจะร่วมสร้างดินแดนแห่งใหม่ไปกับพี่ โห..มันทำให้เรารู้สึกอินนะ รู้สึกว่ามีคนที่ให้กำลังใจเรา มันรู้สึกดีครับ

จะได้เห็น บิ๊กแอส เล่นคอนเสิร์ตใหญ่มั๊ย
บิ๊กแอส - ตอนนี้ของานเล็ก ๆ ก่อนครับ(หัวเราะ) คือตอนนี้อยากจะซ้อมหนักก่อนอยากให้เราพร้อมมากกว่านี้ เรื่องคอนเสิร์ตคงอีกไม่นานประมาณเดือนตุลาคมเป็นต้นไปคงมีงานให้เล่นบ้าง ทุกงานเทศกาลปลายปีน่าจะได้เจอกับพวกเรา อย่าง ร็อคมาราธอน , แกรมมี่วันเดอร์แลนด์ , แฟตเฟสติวัลครั้งสุดท้าย , บิ๊กเม้าท์เท่น อะไรประมาณนี้

ฝากถึงแฟนเพลงปิดท้าย
บิ๊กแอส - ขอบคุณพี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคน นึกไม่ถึงว่าจะได้กลับมาจุดนี้อีก ขอบคุณ แด๊ก ที่พาเรามาถึงวันนี้ ขอบคุณแฟนเพลงเก่า ๆ ที่โตมากับเพลงของบิ๊กแอส ขอบคุณแฟนเพลงใหม่ ๆ ที่กำลังจะเดินไปพร้อมกับพวกเรา และหวังว่ารุ่นเก่ารุ่นใหม่จะไปเจอพวกเรากันที่งานคอนเสิร์ตครับ ฝากถึงน้อง ๆ ทุกคนด้วยว่าอย่ายอมแพ้โอกาสมันจะมาถึงถ้าพวกคุณยังสู้ต่อไป