มิ้นท์ อรรถวดี จิรมณีกุล เปิดใจ 9 ปี บนถนนดนตรี

มิ้นท์ อรรถวดี จิรมณีกุล เปิดใจ 9 ปี บนถนนดนตรี
+++  เนื้อหาที่ไม่มีผู้สนับสนุน  +++

สนับสนุนเนื้อหา

ส่งเสียงหวาน...จาก รักเธอที่สุด ต่อด้วย รางวัลที่ยิ่งใหญ่ ถึง รักต้องการรัก 9 ปีเต็มแห่งความภูมิใจที่ตอกย้ำถึงความเอาจริงเอาจังด้านการร้องเพลงอย่างสุดๆ ของอีกหนึ่ง DIVA สาวเสียงใสของเมืองไทย มิ้นท์ - อรรถวดี จิรมณีกุล ที่ล่าสุดกลับมาพร้อมกับอัลบั้มใหม่ GIRL TALK (เกิร์ล ทอล์ก) แหม...เรียกว่าได้ฟังเสียงใสบาดใจในวงการมายาวนานถึง 9 ปีทั้งที ขอคว้าตัวมาเจาะใจแบบเต็ม ๆ ให้แฟน ๆ อัพเดทกันหน่อย...






อยู่วงการมาถึง 9 ปี ไม่น้อยเลยทีเดียว ช่วยย้อนวันวานให้ฟังหน่อย ?

โห...ถ้าให้เล่าคงต้องย้อนไปตั้งแต่เด็กเลยค่ะ(หัวเราะ) จำได้ว่า 3 ขวบก็ฝึกเล่นดนตรีแล้วนะ เริ่มจากฝึกเล่นเปียโนและก็ฟลุทก่อนค่ะ พอโตมาหน่อยก็เรียนร้องโอเปร่ากับคอนดักเตอร์ในคณะนักร้องประสานเสียงที่โรงเรียนในสวิสเซอร์แลนด์ หลังจากนั้นก็ไปเรียนต่อด้านการทำเพลงที่ประเทศอังกฤษ พอเรียนจบกลับมาเมืองไทยก็ได้มีโอกาสออกอัลบั้มเดี่ยวครั้งแรกชื่อ “มิ้นท์ อรรถวดี” ซึ่งตอนนั้นเนี่ยตื่นเต้นแล้วก็ใหม่มาก แต่ถือว่าประสบความสำเร็จมากเหมือนกันค่ะ โดยเฉพาะเพลง ‘รักเธอที่สุด’ ถือเป็นเพลงแจ้งเกิดของมิ้นท์เลยก็ว่าได้(ยิ้มอย่างภูมิใจ) เพลงนี้ได้รางวัลเพลงยอดเยี่ยม, คำร้องยอดเยี่ยมและเรียบเรียงเสียงประสานยอดเยี่ยม จากงานประกาศรางวัลผลงานบันเทิงดีเด่นประจำปี 2002 ของสมาคมนักข่าวบันเทิงด้วย ซึ่งมิ้นท์ก็ภูมิใจมากๆ จนเป็นที่มาของอัลบั้มพิเศษ มิ้นท์ Special One จากนั้นก็มีอัลบั้ม รางวัลที่ยิ่งใหญ่ ในปี 2003 แล้วก็ Closer ในปี 2006 ตามมาค่ะ



การศึกษาดี ดีกรีแจ๋มแบบนี้ พูดได้กี่ภาษากันเนี่ย ?

ก็พอได้บ้างค่ะเพราะมิ้นท์อยู่เมืองนอกตั้งแต่เด็กก็เลยต้องเรียนภาษาต่างประเทศเยอะหน่อยนอกจากภาษาไทย ก็จะมี อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาเลี่ยน แล้วก็ สเปน ค่ะ




พักไมค์ไปอยู่เบื้องหลังนานเกือบ 3 ปี ตอนนี้มีอัลบั้มใหม่แล้ว ทำไมต้องใช้ชื่อว่า GIRL TALK(เกิร์ล ทอล์ก) ?
อัลบั้มนี้ มิ้นท์ ตั้งใจแล้วก็อยากขอเป็นตัวแทนของผู้หญิงบอกเล่าความรู้สึกนึกคิดทุกๆอย่างให้ผู้ชายได้เข้าใจในตัวผู้หญิงมากขึ้น ซึ่งแต่ละเพลงในอัลบั้มจะสะท้อนความรู้สึกของผู้หญิงในหลายช่วงของความรัก ตั้งแต่เริ่มจีบกัน จนถึงช่วงรักหวาน รวมถึงตอนเลิกกัน ซึ่งมิ้นเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนเป็นคล้ายๆ กัน และสิ่งเหล่านี้ผู้ชายควรรับฟังไว้บ้างจะได้รู้ใจผู้หญิงมากขึ้น



ได้ยินว่าอัลบั้มนี้ลงแรงทำเองเกือบหมดรู้สึกยังไงบ้าง ?

สนุกและก็มีความสุขมากค่ะ ติดใจเลย อยากทำอีกเยอะๆ อัลบั้มนี้มิ้นท์โชคดีที่ทาง โซนี่ มิวสิค ต้นสังกัดไฟเขียวให้มิ้นท์ได้มีส่วนร่วมเต็มที่ทุกขั้นตอนการผลิต เรียกว่าครั้งแรกเลยที่ได้เป็นเป็น ครีเอทีฟ โปรดิวเซอร์ คือคิดและก็วางคอนเซปท์ทุกอย่าง ทั้งเรื่องแฟชั่นเสื้อผ้าหน้าผม ดีไซน์การร้องให้มีลูกเล่นมากขึ้น สไตล์การร้องก็เปลี่ยนฟีลไปเป็นป๊อปที่มีอาร์แอนด์บีและก็โซลที่เราชอบมาผสมมากขึ้น อีกอย่างที่ภูมิใจมากๆ คือการได้เขียนเมโลดี้ด้วยตนเองในเพลง รักต้องการรัก ที่เป็นเพลงโปร โมท และ ที่จริงเธอรู้ หรือ Girl Talk ซึ่งเป็นเพลงตีมของอัลบั้ม และที่ดีใจที่สุดคือได้ร่วมงานกับศิลปินไอดอลอย่าง พี่บอย โกสิยพงษ์ รวมถึงศิลปินในสังกัด เลิฟอีส ที่มาช่วยทำงานอย่างเต็มที่ ทั้งพี่ อาร์ท วง 7thSCENE ที่รับหน้าที่โปรดิวเซอร์ รวมถึงคนเขียนเพลงฝีมือดี อย่าง แสตมป์ – อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข, บอย – ตรัย ภูมิรัตน, วง The BEGINS, ตู่ ภพธร, แชมป์ ศุภวัฒน์ ซึ่งทุกคนล้วนแล้วแต่มีสไตล์การทำเพลงที่มิ้นชอบและอยากร่วมงานด้วยมากๆ ค่ะ






ระดมกูรูมาช่วยเยอะขนาดนี้ ชอบเพลงไหนของใครเป็นพิเศษรึเปล่า ?

ตอบยากจริงๆ ค่ะ(ทำท่าคิดหนัก) มิ้นท์ชอบทุกเพลงเลย อย่างเพลง รักต้องการรัก กับ ที่จริงเธอรู้ ก็ภูมิใจที่ได้แต่งเมโลดี้เอง ส่วนเพลงอื่นก็มีเสน่ห์ในตัว ได้ร้องหลายอารมณ์ เปลี่ยนฟีลลิ่งเยอะดี ดนตรีก็อัดสดทั้งหมด ซึ่งศิลปินที่มาช่วยก็เก่งทุกคน อย่าง แชมป์ ศุภวัฒน์ ก็แต่งทำนองได้ซึ้งมากๆ คือเจ็บก็เจ็บ รักก็รัก ชัดเจนมาก ส่วนเพลงที่แสตมป์แต่งเนื้อหาก็จะแฝงปรัชญาและใช้ภาษาที่สวยงาม และที่ปลื้มที่สุดคือเพลง แกว่ง ที่พี่บอย โกสิยพงษ์ เขียนให้ก็โดนใจมากๆ ค่ะ



ขออัพเดทเรื่องหัวใจหน่อยทั้งสวยทั้งเก่งขนาดนี้มีใครจับจองรึยัง ?

เรื่องคนรู้ใจตอนนี้ยังไม่มีหรอกค่ะ(ยิ้ม...หน้าแดง) ช่วง 3 ปีที่ผ่านมามิ้นท์ทุ่มให้กับอัลบั้มเต็มที่มาก เลยไม่ค่อยมีเวลาโฟกัสเรื่องอื่นเพราะยังสนุกกับงานเพลงอยู่ จะมีคนสนิทที่คุยๆ กันบ้าง แต่ก็ยังอยู่ในฐานะเพื่อน



งั้นถ้าถามถึงหนุ่มในสเปคล่ะ ชอบหนุ่มไทย หรือว่าต้องฝรั่งกันแน่ ?

มิ้นท์ ไม่เคยมีหนุ่มในสเปคนะ จะคนไทยหรือฝรั่งก็ได้ แต่ถ้าให้เลือกต้องเลือกที่นิสัยมากกว่าค่ะ คือเป็นคนที่เข้าใจเรามากที่สุด แล้วก็รักเราจริง คือรักในสิ่งที่เราเป็น คุยกันรู้เรื่อง ดูเป็นผู้ใหญ่ที่คอยให้คำแนะนำเราได้



คิดว่าจะร้องเพลงไปอีกนานแค่ไหน ?
ก็คงร้องไปเรื่อยๆ ถ้ายังมีแฟนเพลงอยากฟังอยู่ มิ้นท์คงทำต่อไปเรื่อยๆ คงไม่หยุดร้องเพลงแน่ๆ อย่างที่บอกเพราะชอบมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ยิ่งตอนนี้ได้มีส่วนร่วมกับเบื้องหลังการทำเพลงมากขึ้นยิ่งสนุกแล้วก็มีความสุขมากขึ้นอีกเป็นสองเท่า



ในอนาคตมีอะไรที่อยากทำ แล้วยังไม่ได้ทำอีกบ้าง ?

มิ้นท์ กำลังมีโปรเจ๊กท์ทำร้านอาหารกับพี่ๆเพื่อนๆ แถวย่านทองหล่อ ซ.10 ค่ะ เป็นร้านอาหารยุโรป ที่มี 3 สไตล์ คือเป็นร้านอาหาร ที่มีมุม Outdoor ไว้นั่งชิลๆ และตอนกลางคืนก็เป็นคลับด้วย ตอนนี้ก็วางคอนเซ็ปท์กันอยู่ เร็วๆ นี้ก็จะเริ่มเปิดกันค่ะ



คิดยังไงกับการที่บางคนมองว่าเราเป็น ไฮโซ ที่หันมาจับไมค์ร้องเพลงตามแฟชั่น ?

อันนี้มิ้นท์คงไปลบความคิดของใครไม่ได้ บางคนอาจมองในแง่ดี แต่บางคนอาจจะคิดแง่ลบตั้งกรอบว่าไฮโซต้องเป็นคุณหนูทำอะไรไม่ค่อยเป็นเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ซึ่งมิ้นท์ว่าแล้วแต่คนมากกว่าค่ะ อยากมิ้นเองก็จะลุยๆ หน่อย เพราะอยู่เมืองนอกเลยต้องดูแลตัวเองมาตั้งแต่เด็กๆ ก็คงต้องแล้วแต่คนจะคิดกันไป ที่ทำได้คือใช้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ดีกว่า มิ้นรักในการทำดนตรี รักในการทำเพลง แล้วก็ตั้งใจใช้ประสบการณ์ตลอด 9 ปีที่ผ่านมาพัฒนาผลงานออกมาให้ดีและเป็นตัวเองมากที่สุด สุดท้ายคงต้องให้สิทธิ์คนฟังเป็นคนตัดสินดีที่สุดค่ะ