เปิดใจหมดเปลือก บ๋อม จำใจแยก โปเตโต้

เปิดใจหมดเปลือก บ๋อม จำใจแยก โปเตโต้
+++  เนื้อหาที่ไม่มีผู้สนับสนุน  +++

สนับสนุนเนื้อหา

ดูเหมือนการผลัดเปลี่ยนโฉมหน้าสมาชิกของวงจะเป็นอาถรรพณ์ที่เกิดขึ้นประจำกับวง โปเตโต้ แบบซ้ำๆ ซากๆ ไปแล้ว เพราะล่าสุดระหว่างที่สมาชิกทั้งหมดทำอัลบั้มชุดพิเศษ รีเฟรช (Refresh) จู่ๆ บ๋อม- สุวาทิน วัฒนวิทูกูร มือกลอง ได้ขอลาออกจากวงไป ท่ามกลางข่าวลือว่าเขาถูกโหวตให้ออกด้วยเหตุฝีมือการเล่นดนตรีไม่ถึงขั้น จนบ๋อมต้องหลบไปบวชพักใจ






ก่อนหน้านี้ วง โปเตโต้ มีการเปลี่ยนหน้าสมาชิกมาแล้วหลายครั้ง เดิมทีวงนี้เกิดจากการรวมกลุ่มของคนรุ่นใหม่จากโฆษณาน้ำอัดลมยี่ห้อหนึ่ง โดยมี ปีย์- ปีย์ชนิตว์ อ้นอารี บ๋อม- สุวาทิน โน้ต- นันทไกร ฉ่ำใจหาญ เป็นแกนนำรุ่นก่อตั้งฟอร์มวงขึ้นมา ก่อนที่จะได้สมาชิกใหม่มาเพิ่มอีก 2 คน คือ ปั๊บ- พัฒน์ชัย ภักดีสู่สุข และ และ นุช- อรนุช ตั้งเดชาวุฒิ มาร่วมวงด้วยจากการออดิชั่น เพื่อร่วมทำงานในอัลบั้มชุดแรกในปี 2544 ที่ชื่อ The Potato Fast Speed



ความเปลี่ยนแปลงครั้งแรกเกิดขึ้นระหว่างทำอัลบั้มชุดที่ 2 เมื่อ ปีย์ นักร้องนำ เสียชีวิตลงจากอุบัติเหตุไฟดูดระหว่างอาบน้ำ ขณะที่ นุช มือเบสของวงก็ขอลาออกเพื่อไปศึกษาต่อ จึงทำให้วงต้องหาสมาชิกเพิ่ม ซึ่งได้ โอม- ปิยวัฒน์ อนุกูล และ วิน- รัตนพล เก่งเรียน มาเสริมทีมและร่วมทำอัลบั้ม Go On



จนกระทั่งปี 2548 พวกเขาส่งอัลบั้มชุดที่ 3 ออกมา ใช้ชื่อว่า Life และในอัลบัมนี้เองสมาชิกของวงเหลือเพียง 4 คนเท่านั้น เนื่องจาก โน้ต ขอลาออกด้วยเหตุผลขอไปดูแลครอบครัว



การลาออกของ บ๋อม ครั้งนี้จึงถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งของวง โดยสมาชิกที่เหลือของวงให้เหตุผลไว้ว่าเป็นเพราะทัศนคติในเรื่องดนตรีไม่ตรงกัน แต่จะเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่ เมื่อเจอหน้า บ๋อม อดีตมือกลองคนสำคัญ ในงานแถลงข่าวอัลบั้มใหม่ของวง ซูเปอร์ซับ ที่เขารับหน้าที่ตีกลองแบ็กอัพให้ จึงต้องคว้าตัวมาพูดคุยกันให้ละเอียด



"ตอนนี้ผมก็ตีกลองให้หลายๆ วง ผมมองว่าไม่ว่าผมจะไปเล่นดนตรีกับใคร ก็เป็นงานของผมทั้งนั้น ไม่จำเป็นต้องเล่นเป็นวงของตัวเองเสมอ อีกอย่างช่วงนี้ผมเองก็คิดเยอะไปหมด บางวันก็คิดว่าอยากตีกลองอย่างเดียวไปเรื่อยๆ บางวันก็อยากจะลุกขึ้นมาสร้างงานเพลงของตัวเอง สับสน เหนื่อย โดยเฉพาะช่วงก่อนหน้านี้ที่เจอมรสุมชีวิตหลายอย่าง ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของวงโปเตโต้อย่างเดียว



ถามว่าเหตุผลที่วงให้เหตุผลว่าทัศนคติไม่ตรงกันจริงหรือเปล่า จริงๆ แล้ว สำหรับผมคำนั้นเป็นนามธรรม จริงๆ ไม่ใช่เรื่องทัศนคติอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องที่เราไม่ดีพอมากกว่า ซึ่งคนที่ประเมินก็มีทั้งเพื่อนในวงและทีมงาน รวมถึงตัวผมเองด้วย แม้ผมจะอยู่กับวงมา 7 ปีแล้ว แต่ก็เหมือนนักมวยนั่นแหละ เป็นแชมป์มา 7 ปีก็ยังเสียแชมป์ได้เลย หากเรารักษามาตรฐานไม่ดีพอ ทุกวันนี้เด็กใหม่ๆ เก่งๆ เยอะ" บ๋อมพูดคุยถึงเรื่องราวที่ผ่านมา



บ๋อม บอกว่า วงและทีมงานไม่ได้โหวตให้ออก เพียงแต่เสนอว่าให้เขาพักงานไปฝึกฝนก่อน แต่สำหรับเขาการพักก็เหมือนนักกีฬาที่ไม่ได้ลงสนาม ซึ่งก็คงไม่ส่งผลดี และไม่ใช่ทางแก้ปัญหา จึงเลือกที่จะขอลาออกแทน



"ผมตัดสินใจอยู่ 1-2 เดือน ตัดสินใจกลับไปกลับมาหลายครั้ง ไม่ใช่เพราะว่าผมเสียดายชื่อเสียง แต่เป็นเพราะผมเสียดายที่จะไม่ได้อยู่ไปจนถึงวันที่วงตัดสินใจยุติวงร่วมกัน ก็เลยเกิดอาการเซ็งนิดหน่อย กับสมาชิกที่เหลือผมก็ยังรู้สึกดีๆ ด้วย เราใช้ชีวิตร่วมกันมาตั้ง 7 ปี ซึ่งมันก็เหมือนคนโดนเหยียบเท้า ตอนโดนมันก็เจ็บแต่ก็หายไปเร็ว"



เมื่อถามถึงเรื่องที่เขาหนีไปบวชถึง 1 เดือนเต็ม บ๋อม ตอบว่า ไม่ได้หนี และไม่เชิงว่าพอเกิดปัญหาจึงไปบวช แต่เป็นเพราะเมื่อกลายเป็นคนตกงาน จึงว่างและมีโอกาสบวชให้แม่เสียที หลังจากผลัดมานาน



"การบวชทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไปเยอะมาก วิธีคิดต่างๆ ทำให้ผมเข้าใจการมีชีวิตอยู่มากขึ้น มุมมองชีวิตเปลี่ยนไปหมด ณ วันนี้ความรู้สึกก็ดีขึ้นแล้ว แต่ที่ยังไม่คิดฟอร์มวง ทำเพลงใหม่อย่างจริงจัง เพราะยังสับสนและกลัวเหนื่อยอยู่ เนื่องจากปกติผมเป็นคนที่ทำอะไรแล้วมักทุ่มสุดตัว ส่วนเรื่องกลัวการเปรียบเทียบกับวงโปเตโต้ตอนนี้ ผมไม่กลัว รู้ดีว่าต้องโดนอยู่แล้ว



ในช่วงที่ผมออกมาใหม่ๆ ผมก็เคยเข้าไปคุยกับค่าย อาร์เอส แล้วก็อีกหลายๆ ค่าย สำหรับ อาร์เอส ผมยังประทับใจในการพูดคุยครั้งนั้น และอยากทำงานกับพี่คนหนึ่งมาก แต่นั่นแหละตอนนี้ผมยังไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะทำอะไรใหม่ๆ



ถามว่าผมเสียความมั่นใจไหมกับเรื่องที่ถูกมองว่าฝีมือไม่ถึง อย่างว่าตัวผมเองเป็นคนที่ไม่ค่อยมั่นใจในการเล่นดนตรีมาตั้งแต่เกิดแล้ว เรื่องที่มันเกิดขึ้นจึงทำให้เสียความมั่นใจไปยิ่งกว่าเดิม พอได้พักก็ทำให้เข้าใจ สิ่งที่เขาลงความเห็นกันในเรื่องเนื้องานผมก็ยอมรับ แต่นั่นแหละเรื่องค้านในใจก็มีต้องมีแน่ๆ เพียงแต่มันเหมือนการที่เลิกกับแฟน ผมก็ไม่ได้อยากรู้เหตุผลแล้วล่ะ ว่าทำไมถึงต้องเลิก มีใครใหม่บ้างหรือเปล่า"



ส่วนแฟนคลับ บ๋อม บอกว่า ก็มีบางคนที่เข้ามาพูดในทำนองไม่ดี ต่อว่าต่อขานสมาชิกคนอื่นๆ โชคดีที่มาพูดกับเขา เพราะเขาเองก็ไม่ได้รู้สึกดี หรือมีความสุขที่แฟนเพลงเข้าข้าง แต่กลับจะต้องอธิบายให้เข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลง



"บางคนบอกว่าหมดสมาชิกตัวจริงโปเตโต้ในรุ่นก่อตั้งแล้ว ผมไม่เห็นด้วยนะ ผมว่าไม่จำเป็นว่าใครเข้ามาก่อนหรือหลัง เพราะทุกคนคือสมาชิกในวงหมด ผมไม่อยากให้เอาเงื่อนไขของเวลามาเป็นตัวกำหนด แม้วันนี้ผมกับวงโปเตโต้ จะเดินไปคนละทาง" บ๋อมกล่าวทิ้งท้าย



ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก