ไฮโซช่วงวิทย์ แจ้งความจับอดีตผจก.ส่วนตัวฐานยักยอกทรัพย์

ไฮโซช่วงวิทย์ แจ้งความจับอดีตผจก.ส่วนตัวฐานยักยอกทรัพย์
+++  เนื้อหาที่ไม่มีผู้สนับสนุน  +++

สนับสนุนเนื้อหา



ลูกทุ่งไฮโซ ช่วงวิทย์ ดอดแจ้งความข้อหายักยอกทรัพย์อดีตผจก.ส่วนตัว เผยโดนโกง 5 แสนบาท ปมเหตุจากความปากมากไม่หยุดนินทาเลยอยากดัดนิสัย ลั่นไม่ยอมความ แต่ถ้าอีกฝ่ายสำนึกผิดยอมขอโทษต่อหน้าสื่อ จะยอมยุติเรื่องทั้งหมด

ไฮโซชื่อดัง ช่วงวิทย์ รัตนชำนอง (ณ นคร) เจ้าของอัลบั้ม กว่าจะเป็นดาว สุดจะทน วิ่งโร่เข้าแจ้งความจับอดีตผจก.ส่วนตัว และอดีตหัวหน้ากองบ.ก.นิตยสาร TV Gossip หนุ่ย-พีรญา สนเจริญ ในข้อหายักยอกทรัพย์ที่สน.โชคชัย วานนี้ (29 ม.ค.) โดยเขาได้หอบหลักฐานส่วนหนึ่งมาแจ้งความ พร้อมกับเผยรายละเอียดในภายหลังว่า "วันนี้มาแจ้งความเรื่องผู้จัดการส่วนตัวคุณ พีรญา สนเจริญ ที่จะดูแลเรื่องการทำพีอาร์อัลบั้ม กว่าจะเป็นดาว ให้ เขาก็เซ็ทงบขึ้นมาวันงานเปิดตัวทั้งหมด 1 ล้าน 3 แสนบาท

หลังจากนั้นผมก็สังเกตุพฤติกรรมเขาหลายอย่าง เขาชอบไปบอกคนโน้นคนนี้ว่า คุณช่วงวิทย์ไม่มีเงินแล้วนะ ซึ่งผมเป็นคนจ่ายเงินสดตลอด ไม่ใช้เช็คหรือบัตรเครดิตเลย แล้วระยะหลังๆ พฤติกรรมยิ่งส่อว่าเขาไม่ได้ซื่อตรงกับเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินทอง หรือกิริยามารยาท ผมก็เลยเช็คส่วนที่ให้เขาไปแล้ว ซึ่งปกติส่วนที่ให้ไปแล้วจะไม่เคยเอาคืน แต่มีอยู่ชิ้นหนึ่งเป็นเครื่องประดับที่รักมาก เป็นหินโบราณหุ้มทองราคา 4 หมื่นบาท เขาบอกว่ามันจะขาดแล้ว จะเอาไปซ่อมให้ เขาก็เอาไปซ่อมจนบัดนี้ยังไม่ได้คืน ผมก็ให้เลขาฯ ทวงถามไปหลายครั้ง จนเช้าวันนี้เขาเพิ่งโทรมาบอกว่าจะส่งมาให้ทางไปรษณีย์ ผมก็คิดว่าของมีมูลค่าแบบนั้น จะส่งมาทางไปรษณีย์ได้อย่างไร"

"หลังจากนั้นผมก็ไปเช็คค่าใช้จ่ายวันงานเปิดตัวอัลบั้ม ซึ่งค่าตัวดาราทั้งหมดผมก็ไม่รู้ว่าเขาได้รับจริงหรือเปล่า และเขาเขียนมาว่ามีค่าตัวดารา 15 คน+บอดี้การ์ด+รถตู้รับส่ง รวมทั้งหมด 3 หมื่น 5 พันบาท ซึ่งพอผมไปดูวีดีโอ และรูปในวันงาน ดารารับเชิญมันไม่ถึง 15 คน แล้วงบตรงส่วนนี้ไปไหน อีกอย่างคืองบสำหรับเชิญนักข่าวทั้งหมด ผมให้ไปทั้งหมด 4 หมื่นบาท แต่เขาเอาไปน้องที่ดูแลตรงนี้แค่ 2 หมื่นบาท และบังคับให้น้องเขาเซ็นรับเป็น 4 หมื่นบาท ซึ่งผมมองว่าไม่ถูกต้อง"

"นอกจากนั้นพฤติกรรมต่างๆ โดยส่วนตัวมันสุดจะทนแล้ว เขาพูดกับคนอื่นเสมอว่าผมคือผู้มีพระคุณ ผมช่วยเขาหมดตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า แต่เขาเอาผมไปพูดกับคนอื่นว่า เป็นไฮโซแต่อยู่บ้านหลังเล็ก แต่บ้านหลังเล็กของผมเท่ากับ 10 หลังของเขาอีก นอกจากนี้เขายังพูดว่าคนอื่นด้วย และมีเรื่องพัวพันไปถึงบริษัทที่เขาทำงานอยู่ จนเขาต้องออก แต่เขากลับไปให้ข่าวข้างนอกว่าผมกับน้องๆ นักข่าวไปหักหลังแทงข้างหลังเขา และไปพูดให้ผมกับทางบริษัทเขาเสียหาย ผมเลยให้เลขาฯโทรไปบอกเขาว่า ให้หยุดโกหกตอแหลสร้างภาพหลอกคนอื่นซะที แล้วผมจะไม่เอาเรื่อง แต่เขาก็ไม่หยุด เขายังกลั่นแกล้งพอเห็นว่าจะไม่ได้อะไรจากเราแล้ว เขาก็ทำซุบซิบแบบคนไร้สติปัญญาอ่อน"

"ส่วนอื่นๆ ที่เขาได้จากผมไปมันมากกว่า 5 แสนบาท แต่ส่วนนี้มันคือน้ำใจและจิตใจ ผมเลยมาแจ้งความตามที่มีหลักฐานอยู่ ส่วนในข้อหาไม่ปรารถนาดีต่อกัน คิดคดทรยศต่างๆ เราไปแจ้งศาลไหนไม่ได้ แต่ผมเชื่อว่าเวรกรรมและบาปกรรมมีจริง"

สรุปตัวเงินที่โดนยักยอกไป?..."ก็คือที่เขาโกหกว่าจ่ายไป 4 หมื่นเป็นค่ารถและเบี้ยเลี้ยงนักข่าวตั้งแต่วันเปิดตัว แต่ให้จริงไม่ถึงแล้วบังคับให้เขาเซ็นรับเป็น 4 หมื่น กับอีกส่วนหนึ่งที่เขาไปทำสัญญา ซึ่งถ้าได้รับเงินมันจะมีมูลค่ากว่า 3 แสนบาท โดยที่ผมไม่มีส่วนรับผิดชอบตรงนี้เลย จริงๆ มันต้องมีชื่อผมเป็นคนเซ็นมอบอำนาจ แต่เขาจะเป็นคนเซ็นรับไว้เองเลย ซึ่งถ้าอีก 3 เดือนข้างหน้าเทปขายหมด ผมจะรับเงินได้ยังไง ก็ต้องเป็นคุณ พีรญา เป็นคนรับ ซึ่งตัวนี้มันยังไม่เกิด ทางตำรวจเลยแนะนำให้ลงบันทึกประจำวันไว้ก่อน และอีกส่วนหนึ่งคือเครื่องประดับที่ยังไม่ได้รับคืน ทั้งหมดรวมมูลค่าแล้วประมาณ 5 แสนกว่าบาท"

"แล้วมีอีกส่วนหนึ่งที่เขาโกงเงินบริษัทเขา อันนั้นเป็นค่าโฆษณา และสปอนเซอร์ มูลค่ากว่านับแสน ซึ่งผมก็ไปแจ้งกับทางนั้นไว้แล้ว เขาก็จัดการให้ออกไปแล้ว คือเขารับเงินจากผมไป เพราะผมซื้อโฆษณาไว้เต็มหน้า แต่เขาไม่เอาไปจ่ายที่บริษัท แล้วทางบริษัทมาทวงกับผม ผมเลยไปเคลียร์กับที่นั่น พอตรวจสอบแล้วมันไม่ตรงกัน เงินยังไม่ถึงเขาเลยมาทวงกับผม  ซึ่งจำนวนก็ทั้งหมดประมาณ 2 แสนบาท ที่ไม่แจ้งความเพราะคิดว่าเสียไปแล้ว และคิดว่าจะจบแล้ว เพราะเขาก็ออกมาแล้ว และแค่ที่แจ้งนี่ก็ถือว่าเป็นคดีอาญาแล้ว เป็นข้อหายักยอกทรัพย์ อีกอย่างเราไม่อยากทำร้ายจนถึงขั้นไม่มีที่อยู่ไปเลย เราทำเพื่อต้องการเตือนแค่นั้นว่า ทุกคนหยุดแล้ว ตัวเขาก็ควรจะหยุดเหมือนกัน"

มีโอกาสได้คุยและเคลียร์กับเขาบ้างมั้ย?... "ผมไม่คุยเลย วันที่ผมเข้าไปที่บริษัทเขา เรานั่งประชุมกันอยู่ผู้ใหญ่ก็เรียกพีรญาเข้าไปถึง 2 ครั้ง แต่เขาไม่เข้า พอลับหลังออกจากบริษัทไปแล้ว กลับเอาไปพูดว่าไม่เห็นมีใครมาเรียกเขาเลย ซึ่งตรงนี้ผู้ใหญ่ทุกคนเป็นพยานได้"

"ก่อนหน้านี้ผมเคยเตือนเรื่องพฤติกรรมเขาหลายอย่างแล้ว คุยกับเขาเป็นชั่วโมง แต่เขายังไม่หยุดไง เขายังโทรไปปั่นหัวคนของผมหมด แต่งเรื่องขึ้นมาเป็นเรื่องเป็นราวเยอะมาก ที่ผมมาแจ้งความเพื่อต้องการเตือนให้เขาหยุดพูด แต่ผมเอาเรื่องจริงๆ นะ นิสัยผมคืออะไรให้ก็คือให้ แต่อะไรที่ฉ้อโกงไปก็ต้องเอาเรื่องกัน บางคนบอกว่าทำไม ช่วงวิทย์ มาฟ้องกับเงินแค่นี้ มันเหลือทนแล้ว เราเตือนไป 3 ครั้งแล้วแต่เขาไม่หยุด ผมเลยต้องมาแจ้งความวันนี้"

เป็นไปได้มั้ยที่มีการเจรจาเคลียร์กัน?..."มันคงเป็นไปไม่ได้แล้ว เพราะเขาทำเจ็บแสบมาก เอาไปเขียนว่าใน hi5 เขาคงคิดว่าเราไม่รู้ แต่เรารู้กันหมด ผู้ใหญ่ก็เปิดอ่านกันหมดเลย เขาออกไปแล้วและมาเขียนว่าจะแบนสื่อ.....สื่อไหน ซึ่งตัวเองก็หากินมากับสื่อ ทำไมไม่ให้เกียรติจรรยาบรรณของสื่อด้วยกัน แต่ถ้าเขาจะมาขอโทษ ก็ให้เขาขอโทษต่อหน้าสื่อมวลชน เขาไม่ต้องมาสารภาพทั้งหมด เพราะผมไม่ต้องการให้ใครมาแฉตัวเองเหมือนกัน เราก็มีมนุษยธรรม แต่อยากให้เขามายอมรับว่าผมไม่ผิด ผู้ใหญ่ไม่ผิด แต่ตัวเองผิดเท่านั้นเอง ผมก็จะหยุดเรื่องคดี เพราะเงินแค่นี้ไม่ได้มีความหมายกับผมหรอก"

สนับสนุนเนื้อหาข่าวโดย