เปิดเผยทุกอย่าง กระจ่างแบบ "Klear"

เปิดเผยทุกอย่าง กระจ่างแบบ "Klear"
+++  เนื้อหาที่ไม่มีผู้สนับสนุน  +++

สนับสนุนเนื้อหา

ระยะ 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีวงดนตรีหน้าใหม่ ฝีมือจัดจ้านแต่สัมผัสได้ว่ามีไฟเต็มเปี่ยม ทำเพลงร็อคในแบบที่พวกเขาถนัดออกมาให้เราได้ทดลองฟังกัน และสิ่งที่ชวนสะดุดตาและหูที่สุดก็คือ นักร้องนำของพวกเขา เป็นผู้หญิง

เส้นทางของวง "เคลียร์" หากเทียบกับวงดนตรีวงอื่นๆ แล้วก็คงไม่ได้แปลกแยกหรือแตกต่างกับอีกหลายๆ วงในรุ่นเดียวกันกับพวกเขา นั่นก็คือการก้าวเข้ามาในฐานะวงดนตรีประกวดของสถาบัน จากนั้นก็ได้รับการชักชวนเข้ามาทำอัลบั้มตามสเต็ปจากวงระดับใต้ดินเล็กๆ จนกระทั่งมีผลงานเข้าตาค่ายใหญ่ แล้วก็ออกอัลบั้มตามสูตร

มันน่าจะเป็นบทสรุปที่แฮปปี้เอนดิ้ง สำหรับกลุ่มคนหนุ่มสาวที่อยากจะมีวงดนตรีของตัวเอง แล้วยังมีอัลบั้มเป็นของตัวเองตามมา

แต่ในความเป็นจริง สำหรับพวกเขาแล้ว เสียงระฆังเพิ่งจะตีบอกยกแรกเท่านั้น นับจากนี้เป็นต้นไปคือการเริ่มต้นที่จริงจังในสนามรบของวงการเพลง โดยเฉพาะสนามของเพลงร็อค ที่เต็มไปด้วยบททดสอบมากมาย

"เราเริ่มประกวดดนตรีที่มหาวิทยาลัย ตอนนั้นวงเรายังขาดนักร้อง พอดีเห็นแพท (นักร้องนำ) เป็นรุ่นน้องที่คณะเดินผ่านมา เราก็สนใจ ก็เข้าไปถามว่าร้องเพลงได้มั้ย ถ้าร้องได้ก็จะชวนมาประกวดวงดนตรีด้วยกัน" เป็นปฐมบทแนะนำที่มาโดยย่อของวงดนตรีจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับการควานหาตัวนักร้องที่มีเอกลักษณ์แปลกใหม่เฉพาะตัว...เหมือนแนวเพลงที่พวกเขาเลือกเล่น

การประกวดวงดนตรีของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยถือเป็นจุดแรกของการค้นพบเส้นทางสายใหม่ของเคลียร์ โดยไม่คิดว่า จากก้าวเริ่มต้นในวันนั้น จะต่อยอดมาเป็นเส้นทางที่ท้าทายจนถึงทุกวันนี้

ทำไมถึงเลือกผู้หญิงมาเป็นนักร้อง ? เราถามแทนอีกหลายๆ คนที่อยากรู้

"เมื่อก่อนเราก็มีนักร้องนำที่เป็นผู้ชายเหมือนวงอื่นทั่วไป แต่การที่เลือกแพทเข้ามา เพราะว่าเราอยากลองเปลี่ยนแปลงอะไรดูบ้าง พอเห็นเข้าเดินผานมาปั๊บ เรารู้ทันทีเลยว่าเขาต้องร้องเพลงได้ แถมตอนนั้นที่คณะไม่ค่อยมีนักร้องหญิง ก็มีแต่คนนี้อยู่ในหัวพอมาลองซ้อมกันดู ตั้งแต่วันนั้นมันก็ลงตัวมาจนถึงวันนี้ ก็ 5 ปีแล้ว"

เมื่อถามความรู้สึกของสาว แพท- เกี้ยวเกล้า พูนชัย เมื่อต้องกลายมาเป็นดอกไม้ดอกเดียวในวง เธอก็เปิดใจให้ฟังว่า

"อยู่กับวงนี้มาตลอด 5 ปี ฝึกฝนจนเก่งขึ้นมาด้วยกัน จำได้ว่าเจอพวกนี้อยู่ที่สตูดิโอด้วยกัน เราก็เดินผ่าน เขาก็ถามว่า เฮ้ย ร้องเพลงได้หรือเปล่า (หัวเราะ) เราก็ตอบว่า ได้สิพี่ เอาเลย (หัวเราะ)

ณัฐ มือกีตาร์แกนนำของวง เล่าว่า โดยปกติการเรียนในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่จุฬาฯ ก็ถือว่าเป็นภาระที่หนักพออยู่แล้ว เวลาในการซ้อมดนตรีทั้งหมด ส่วนหนึ่งจึงต้องเบียดเบียนเวลาเรียนอยู่เนืองๆ

"เลิกเรียนปุ๊บก็ต้องรีบกลับบ้าน งานที่ทำถ้าเสร็จปุ๊บก็จะเจียดเวลามาซ้อมกันนิดนึง เป็นวงที่แบ่งเวลาเรียนดีมาก (หัวเราะ)

เมื่อเดินตามความฝันสำเร็จไปหนึ่งขั้น ขั้นต่อไปของพวกเขาจึงเลือกเวที GBOB เป็นสนามประลองที่ท้าทายขึ้นกว่าเก่าพวกเขาจะต้องเจอทั้งวงดนตรีมืออาชีพที่มีประสบการณ์โชกโชนกว่ามาท้าชิง

"ช่วงที่เรียนต้องเรียกว่าเราเป็นวงที่ผ่านการประกวดมาค่อนข้างเยอะมาก พอมาถึงเวที GBOB ก็จะเจอแมวมองเข้ามาดูอยู่ตลอด พอเริ่มมีคนชักชวนให้ทำเดโมไปเสนอค่าย ด้วยความที่เราไม่ค่อยมีประสบการณ์ เดโมของเราก็ออกมาไม่ดีเท่าไหร่ ด้วยความที่เราเล่นกันอย่างเดียว แต่ไม่มีประสบการณ์ในสตูดิโอเลย ก็ทำให้เราท้อกับการเสนองานไปให้ทางค่าย เพราะทำงานไปค่ายก็ไม่รับ"

เคลียร์ บอกว่า ช่วงคาบเกี่ยวระหว่างการประกวด GBOB กับการลุ้นให้ผลงานตัวเองเข้าตาค่ายต่างๆ ที่เอางานไปเสนอเป็นช่วงที่เหตุการณ์ต่างๆ ในวงเกิดขึ้น หลายครั้งที่กระทบความรู้สึกของพวกเขาจนคิดจะเลิกทำเพลงต่อไป ประกอบกับที่พวกเขาเรียนจบแล้ว เป้าหมายในอนาคตหลายอย่างที่นอกเหนือจากการทำในสิ่งที่รักก็กลายเป็นทางเลือกที่สำคัญ แต่จนถึงวันนี้ ผลที่ออกมาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พวกเขาตัดสินใจเลือกอะไร

"พอวงเราเริ่มเป็นรูปเป็นร่างได้ประมาณ 2 ปี ก็มาเจอกับพี่ตาร์ (พาราด็อกซ์) และเป็นพี่เขาที่ทำให้เราได้มีโอกาสมาเสนองานที่จีนี่ เรคคอร์ดส์ ครั้งนั้นที่เจอ พี่ตาร์บอกว่า ถ้ายังไม่มีค่ายไหนรับ ก็ให้มาเสนองานที่จีนี่"

เมื่อถามถึงการตัดสินใจมาร่วมงานกับจีนี่ในท้ายที่สุด พวกเขาก็บอกว่า เป็นการตัดสินใจที่รวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ

"เราทำงานอิสระมาก ทางผู้ใหญ่แทบไม่ต้องลงมาควบคุม เพราะด้วยความที่เราทำเพลงเสร็จเรียบร้อยมาแล้ว ทั้งที่ตอนแรกเรากลัวสารพัดว่าพอมาอยู่ค่ายใหญ่แล้วจะมีปัญหา แต่จีนี่ก็ให้อิสระเราในทุกขั้นตอน

เมื่องานเพลงพร้อม ก็ถึงเวลาที่พวกเขาจะออกมายืนอยู่เบื้องหน้าให้ใครต่อใครได้เห็น และเวที Save My Life Concert ของบอดี้สแลม คือเวทีที่พวกเขาใช้เปิดตัวให้เราได้รู้จักอย่างเป็นทางการ

"ตื่นเต้นมาก เพราะเป็นเวทีที่คิวทุกอย่างต้องเป๊ะ เล่นผิดนิดนึงคนดูก็ต้องรู้ และเราก็ไม่เคยเล่นบนเวทีที่ดีขนาดนี้ (หัวเราะ) วันแรกก็รู้สึกว่ายังมีกั๊กๆ มีเกร็งบ้าง แต่วันที่ 2 ก็ดีขึ้น

ตอนยังไม่ได้ขึ้นเวทีใหญ่แบบนี้ เราก็จะเอาตัวเองเป็นหลักว่าถ้าเราสนุก คนดูเขาจะสนุกตามไปกับเราเอง แต่สำหรับเวทีนี้มันไม่ใช่ เพราะคนดูเขาจะมีผลกับเรา"

จากคอนเสิร์ตวันนั้นเป็นต้นมา เราก็เริ่มต้นนับจำนวนคนที่รู้จักพวกเขาได้มากขึ้นเป็นลำดับ

"ฟีดแบ็คส่วนใหญ่ที่เราเห็นคือจากอินเทอร์เน็ต ส่วนใหญ่จะพูดคล้ายๆ กันว่า วงอะไร คุ้นๆ กับอีกกลุ่มหนึ่งจะเป็นคนฟังที่เป็นนักดนตรีด้วยกันที่รู้จักเราจากตอนประกวด ก็เป็นอะไรแบบนั้น"

แนวดนตรีกอธิค- ร็อค คือสิ่งที่พวกเขาใช้เป็นเครื่องมือเล่าเรื่องที่อาจจะแตกต่างไปจากวงอื่นๆ บวกกับน้ำเสียงมีพลังของแพท นักร้องสาว ที่เสียงของเธอสามารถสั่งให้ก้าวร้าวและเหงาได้อย่างน่าอัศจรรย์ และทำให้สมาชิกชายหนุ่มอีก 3 คน ยอมรับด้วยความทึ่ง พร้อมกับยืนยันด้วยคำพูดที่ว่า "เราโชคดีที่มีนักร้องนำคนนี้อยูในวง"

"พี่ตาร์เคยบอกว่า แพทเป็นนักร้องที่ไม่อาย จะตะโกนร้องหรือจะให้ทำอะไรก็ได้ไม่ห่วงภาพลักษณ์ ในมุมของแพทมองว่า ถ้าเพลงนี้มันสื่อถึงความโกรธ เราก้ต้องร้องให้คนฟังรู้สึกว่าเราโกรธ การจะร้องให้เสียงสวย ให้เพราะ มันเป็นเบสิคที่ทุกคนต้องทำได้อยู่แล้ว แต่บางเพลงมันต้องใช้อารมณ์ เราก็ต้องทำให้มันถึง"

หากอยากสัมผัสกับความเป็นตัวตนของเคลียร์ให้กระจ่าง พวกเขาบอกว่าซิงเกิ้ลอย่าง Stay Alive คือเพลงที่บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดของวงได้ในเพลงเดียว

"เพลงนี้เหมือนเป็นเพลงตัวแทนของวงเรา เราแต่งเพลงนี้ในช่วงที่เรากำลังตัดสินใจว่าจะมีกันต่อไปหรือจะพอแค่นั้น มันเป็นเพลงที่เราแต่งขึ้นเพื่อเล่นในการประกวด GBOB ด้วย มันก็เลยมีอะไรหลายอย่างที่เป็นเหมือนความหลังของวงเรา"