เปิดใจ "เฮง บุรินทร์ธร" ผู้จัดคอนเสิร์ตมือเก๋าที่คร่ำหวอดในวงการมา 23 ปี
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
เปิดใจ "เฮง บุรินทร์ธร" ผู้จัดคอนเสิร์ตมือเก๋าที่คร่ำหวอดในวงการมา 23 ปี ใช้ดนตรีเป็น "Soft Power" ในการขับเคลื่อนสร้างความสุข และความยั่งยืนให้ชุมชน
หากจะพูดถึงฟันเฟืองสำคัญในวงการผู้จัดคอนเสิร์ตและมิวสิคเฟสติวัลไทย ชื่อของ "เฮง โคตรอินดี้" หรือ "เฮง บุรินทร์ธร แซ่ล้อ" ที่คร่ำหวอดในการเป็นผู้จัดคอนเสิร์ตมากว่า 23 ปี ถือว่าเป็น "Man of Music" อันดับต้นๆ ของเมืองไทยที่น่าค้นหาอย่างมาก เพราะปัจจุบัน "เฮง บุรินทร์ธร" หนึ่งในทีมหลักของ Heavy Organizer (เฮฟวี่ ออร์แกไนเซอร์) ไม่ใช่แค่เป็นผู้จัดงานเท่านั้น แต่เป็นผู้ใช้ความรัก และความหลงใหลในเสียงดนตรีทุกแนวตั้งแต่อินดี้ ร็อก สุนทราภรณ์ เร็กเก้ มาเป็นผู้นำพาแรงบันดาลใจไปสู่การเชื่อมโยง ผสมผสาน ในการสร้างพื้นที่ทางดนตรีให้สามารถตอบโจทย์ทุกกลุ่มคน ให้ได้รับความสุขกลับไปในแต่ละเทศกาลดนตรี ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาได้อย่างครบรส และทุกแนวไม่เหมือนใคร
จนชื่อของ "เฮง" ไม่ได้ถูกจดจำในฐานะ "ผู้จัดงาน" เพียงอย่างเดียว แต่ถูกพูดถึงในฐานะผู้สร้างพื้นที่ดนตรี ให้ผู้ฟังสามารถเชื่อมโยงความรู้สึกของตนเอง ไปสู่การฟังเพลงที่ตนเองชื่นชอบ หลงใหลในแต่ละแนวได้อย่างแท้จริง
ซึ่ง "เฮง" นิยามตัวเองว่าเป็น "สายล่อฟ้าแห่งวงการ" (ผู้จัดคอนเสิร์ต)ไม่ใช่เพราะต้องการท้าทายใคร แต่เป็นการที่ "เฮง" ขอท้าทายสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เช่น ที่ไหนที่เงียบเหงา ที่ไหนที่ดูเป็นไปไม่ได้ "เฮง" จะเป็นผู้นำเอาความสุขเข้าไปใส่ด้วยตัวเอง ผ่านการมองมากกว่าการเป็นผู้จัดคอนเสิร์ตทั่วไป แต่เขาจะเป็นผู้หล่อหลอม "วัฒนธรรม" ที่ประกอบด้วย ดนตรี ศิลปะ อาหาร แฟชั่น และความเป็นชุมชนเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างให้เกิดเป็นรายได้กระจายเข้าไปอยู่ในกลุ่มธุรกิจ SME ของแต่ละพื้นที่ที่เข้าไปจัดงานคอนเสิร์ตนั้นๆ เพราะสิ่งเหล่านี้ถึงจะเรียกว่า การสร้างความสุขที่เกิดขึ้นจริงภายในจิตใจอย่างแท้จริง และยั่งยืนมากกว่า

แม้ว่าที่ผ่านมา เส้นทางของ "เฮง" จะเริ่มต้นจากความรักในดนตรีที่เต็มไปด้วยความสุข แต่ก็ยังมีความมุทะลุ กล้าคิด กล้าทำ และกล้าเสี่ยง ผ่านแนวคิดของการได้สร้าง "โคตรอินดี้" ขึ้นมา เพื่อให้เป็นพื้นที่สำหรับใช้ปลดปล่อยพลังของคนนอกกระแส ภายใต้แนวคิดที่ว่าศิลปินทุกช่วงวัย ควรมีพื้นที่ หรือ เวที ที่เท่าเทียมกันในแสดงออกทางด้านดนตรี จนทำให้ "โคตรอินดี้" กลายเป็นธุรกิจหนึ่งที่ประสบความสำเร็จ และสร้างชื่อเสียงให้คนรู้จัก "เฮง" มากขึ้น
และจากสิ่งที่ทำ "โคตรอินดี้" วันนั้นจนถึงวันนี้ ทำให้ "เฮง" ได้มีโอกาสก้าวสู่การเป็น Heavy Organizer ผู้จัดคอนเสิร์ต และมิวสิคเฟสติวัลไทย ที่มีโอกาสบริหารจัดการงานสเกลใหญ่ระดับประเทศ แต่กระนั้นสิ่งที่ขับเคลื่อนเขามาตลอด ยังคงเรื่องของการสร้างความสุขให้กับผู้คน มากกว่าตัวเลขกำไร เรียกได้ว่าเป็นรากฐานทุกงานที่เขามีส่วนร่วม โดยเฉพาะการจัดงานคอนเสิร์ต เขามองว่า นี่คืองานที่ต้อง "เสียสละ" เพื่อแลกกับความสุข ทั้งความสุขของตัวเองที่ได้เห็นชิ้นงานสำเร็จ และความสุขของผู้ชม ซึ่งความสุขเหล่านี้จะส่งผลกระทบไปสู่วงกว้าง (Ripple Effect) ให้สามาถไปถึงชุมชน คนรอบข้าง ได้อย่างแท้จริง
จึงไม่แปลกใจ ที่ผลงานของ Heavy Organizer ปัจจุบันครอบคลุมไปถึงเทศกาลดนตรีขนาดใหญ่ งานที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ ความทรงจำ และวัฒนธรรมดนตรี ซึ่งแต่ละงานมีความท้าทาย และมีเสน่ห์ให้หลงรักต่างกัน อาทิ งานฉลองวันแห่งความรักกับเทศกาลวาเลนไทน์มันส์กัน "ริมผา 14 กุมภา กูเลิฟมึงว่ะ" ท่ามกลางพื้นที่ธรรมชาติสุดอลังการ 420 ไร่ กับวิวภูเขา 360 องศา สวยจนลืมหายใจที่ WILD CALLING FARM PARK เขาใหญ่ ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ในราคาโปรฯ "รักเดียว" 990 บาท ราคาเต็ม 1,800 บาท กดบัตรได้ที่ m.me/RIMPHAMUSICFESTIVAL

งานนี้จะได้พบกับ ศิลปินสุดเลิฟ 3 เวที 33 ศิลปิน NONT TANONT, BOWKYLION, THE TOYS SLOT MACHINE, SILLY FOOLS, 4EVE TATTOO COLOUR, พงษ์สิทธิ์ คำภีร์, พี สะเดิด F.HERO, POLYCAT, SCRUBB, GREASY CAFE, สิงโต นำโชค, SAFEPLANET, MUSKETEERS, MIRR, JSPKK, แหลม สมพล, INDIGO, DEPT, BLACKBEANS, PURPEECH, MANUTSAWEE, คณะขวัญใจ, MOCCA GARDEN, จ๊ะ นงผณี, อาภาพร นครสวรรค์, ตั๊ก ศิริพร, สุ สุนารี, ยิ่งยง ยอดบัวงาม, กวาง จิรพรรณ
นอกจากนี้ยังมีงานเล่นกลางเมือง 4 Culture Lifestyle Festival เทศกาลรวมคนเฟี้ยวๆ ของภาคใต้ ที่เฟี้ยวสุดๆ ในแบบของตัวเอง เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง 111 ปี สุราษฎร์ธานี CELEBRATE 111 YEARS OF SURAT THANI ในเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2569 ณ ลานกิจกรรมสนามวังใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นำขบวนโดย ศิลปินสุดเฟี้ยว Greasy Cafe, พงษ์สิทธิ์ คำภีร์, ธีร์ ไชยเดช, พราว Pause, T-Bone aRootstic, AYLA’s, คณะขวัญใจ, Moving and Cut, DJ Stage, DJ TANJAI, DJ MATIN, DJ PISTACHIO ซึ่งจะนำเสนอเสียงเพลงที่จะพาเราย้อนเวลา และพาเราเดินไปข้างหน้าพร้อมกัน
โดยภายในงานจะเนรมิตพื้นที่ให้เป็นแหล่งนำทุกพลังสร้างสรรค์ของเมืองมาเชื่อมโยงกันทั้งวัฒนธรรมด้านดนตรี ศิลปะ แฟชั่น หัตถกรรม อาหาร เครื่องดื่ม การรักษาสิ่งแวดล้อม ไลฟ์สไตล์ มิตรภาพ มาเชื่อมโยงเพื่อให้เกิดการเดินเคียงคู่กันไปแบบยั่งยืน และสามารถผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างมีความหมาย ขณะที่เดือนพฤษภาคม ปี 2569 ก็จะเป็นงานเทศกาลดนตรีเร็กเก้สกานานาชาติ ในเมืองไทย SUNSET BEACH ยังอยู่กับเราตลอดไป
ตามมาด้วย "วันปล่อยเสือ" เทศกาลดนตรีในสไตล์ค่ายลูกเสือที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ปีนี้ภูมิใจนำเสนอความมันส์สุดยิ่งใหญ่อีกครั้งกับ "LEO presents วันปล่อยเสือ ปี 5 ตอน จงมันส์ดี" จัดเต็ม 2 วัน 5 เวทีธรรมชาติ กับทัพศิลปินไทยกว่า 70 ชีวิต พร้อมกับ 20 วัฒนธรรมร่วมสมัยและ 10 ฐานกิจกรรมสุดมันส์ ในวันที่ 24 ถึง 25 ตุลาคม 2569 นี้ ณ กลางผืนป่ากว่า 720 ไร่ ค่ายลูกเสือภูริทัต อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี
แม้เป็นงานที่จัดขึ้นมาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้แตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะนอกจากเป็นเวทีใหญ่ และมีศิลปินขนทัพร่วมเสิร์ฟความสนุก ความมันส์ มากกว่า 82 ชีวิต ยังเป็นครั้งแรกที่คอนเสิร์ตที่ให้ความจริงจัง กับเรื่องของการเป็น Eco Friendly Festival หรือ Green Festival ในทุกมิติ ตั้งแต่เรื่องทำแคมเปญ 1,200 ฝาแลกบัตรเข้างาน การชวนคนมาคัดแยกขยะ และนำขยะทุกชิ้นมาชั่งน้ำหนัก บันทึกข้อมูล โดยร่วมมือกับสมาคมซาเล้ง เยาวชนอาสา และทีมงาน "สระบุรีแซนด์บ็อกซ์" เพื่อผลักดันให้เป็นพื้นที่ต้นแบบของการเป็นเมือง Low Carbon
โดยหลังจากมีการเปิดตัวงานนี้ไป ก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากชาวเสือขาประจำของงานวันปล่อยเสือ และเหล่าพาร์ตเนอร์สาย Green ที่รอคอยการมาถึงของความมันส์แบบยั่งยืน กับงาน วันปล่อยเสือปีที่ 5 นี้
ไม่เพียงแค่นี้ มากกว่า "อีเวนต์" คือการเปิดประตูสู่ Heavy Green วันนี้ Heavy Organizer ไม่ได้หยุดอยู่แค่เวทีคอนเสิร์ต แต่กำลังขยายกิ่งก้านไปสู่การสร้างประโยชน์ให้สังคมในรูปแบบต่างๆ ในชื่อที่เรียกว่า Heavy Green เพื่อเป็นเส้นทางของการก้าวเข้าสู่งานสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และธรรมชาติที่ไม่จำกัดแค่เสียงเพลง เช่น เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569 ที่ผ่านมาได้จัดงานร่วมสำรวจนก (Bird Walk) ยามเย็น ณ ผืนทุ่งสามร้อยยอด พร้อมเรียนรู้ระบบนิเวศของพื้นที่ชุ่มน้ำทุ่งสามร้อยยอด แหล่งอาศัยของนกท้องถิ่น และนกอพยพหลากหลายชนิด เป็นต้น ซึ่งในอนาคตข้างหน้า ก็จะมีงานที่เป็น Green Festival หรือ Sustainability ที่ขับเคลื่อนภายใต้การจัดงานของ Heavy Green มากขึ้น
โดยเรื่องราวทั้งหมดนี้ ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของเสียงสะท้อนถึงตัวตนที่แท้จริงของ "เฮง โคตรอินดี้" หรือ "เฮง บุรินทร์ธร แซ่ล้อ" ในการใช้ "Soft Power" ด้านดนตรีที่เกิดจากความรัก ความทรงจำ มาเป็นตัวนำพาขับเคลื่อนจนมาสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่า นั่นคือ "การสร้างความสุขและความยั่งยืนให้ชุมชน" ที่ออกมาจากจิตวิญญาณอย่างแท้จริง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)

