แบคฮยอน ซิ่วหมิน เฉิน EXO ยื่นขอยุติสัญญากับ SM หลังสงสัยรายได้-สัญญาทาส | Sanook Music

แบคฮยอน ซิ่วหมิน เฉิน EXO ยื่นขอยุติสัญญากับ SM หลังสงสัยรายได้-สัญญาทาส

แบคฮยอน ซิ่วหมิน เฉิน EXO ยื่นขอยุติสัญญากับ SM หลังสงสัยรายได้-สัญญาทาส
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

วันที่ 1 มิ.ย. สำนักงานกฎหมาย LIN ตัวแทนของ แบคฮยอน ซิ่วหมิน และ เฉิน สมาชิก 3 คนของ EXO ประกาศว่าทางบริษัทได้ยื่นขอยุติสัญญาฉบับพิเศษ (exclusive contract) ของทั้งสามคนให้กับ SM Entertainment ต้นสังกัดเรียบร้อยแล้ว

LIN ระบุว่า แบคฮยอน ซิ่วหมิน และ เฉิน EXO ยื่นข้อเรียกร้องทั้งหมด 7 ครั้ง เพื่อขอดูเอกสารที่ลงรายละเอียดของรายได้และค่าใช้จ่ายของทั้งสามคนตลอดเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมที่ผ่านมา

แบคฮยอน ซิ่วหมิน และ เฉิน ยื่นคำร้องขอต่อ SM Entertainment ในการแสดงหลักฐานการรับและการคำนวณรายได้ของบริษัทอย่างโปร่งใส ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของศิลปินในสังกัด แต่ทาง SM Entertainment อ้างว่าไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลในส่วนนี้ให้กับทางศิลปินได้

นอกจากนี้ LIN ยังระบุอีกว่า SM Entertainment บังคับให้ศิลปินเซ็นสัญญาเนื้อหายาวเหยียดที่จะต้องเป็นศิลปินในสังกัดว่า 12-13 ปี และยังขอให้ศิลปินต่อสัญญาไปอีกอย่างน้อย 17-18 ปี ศิลปินทั้งสามเชื่อว่าด้วยความเป็นบริษัทที่มีอำนาจและเป็นบริษัทใหญ่ในวงการบันเทิงของ SM การทำสัญญาแบบนี้ไม่ยุติธรรมกับศิลปิน และอาจเรียกได้ว่าเป็น “สัญญาทาส” ซึ่งละเมิดกฎหมายที่มีอยู่เกี่ยวกับสัญญาพิเศษ (exclusive contract) ในวงการบันเทิง

ดังนั้น ศิลปินทั้งสามจึงตัดสินใจดำเนินคดีตามกฏหมายกับทาง SM Entertainment ต่อ “สัญญาทาส” ในการทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้กับศิลปินอื่นๆ อีกมากมายในบริษัทที่อยู่ภายใต้สัญญาเดียวกัน


ทางด้าน SM Entertainment โพสต์คำชี้แจงอย่างเป็นทางการในเรื่องนี้ว่า 

“ในช่วงเวลาสำคัญนี้เมื่อเราพยายามเข้าสู่เฟสใหม่ของ SM Entertainment เราได้ยืนยันว่ามีกลุ่มคนจากภายนอกเข้ามาใกล้ชิดกับศิลปินในบริษัทของเรา ให้ข้อมูลเท็จ เอกสารศาลที่เป็นเท็จ และข้อเสนอที่ไม่สมเหตุสมผล เช่น การโน้มน้าวพวกเขาว่า จะไม่มีผลกระทบทางกฎหมายหากศิลปินเลือกที่จะเซ็นสัญญากับบริษัทอื่นในขณะที่ยังคงติดสัญญาอยู่กับ SM Entertainment

“แม้จะขาดวิจารญาณอันรอบคอบอย่างแท้จริงต่อศิลปิน แต่กลุ่มคนภายนอกเหล่านี้กำลังใช้ข่าวลือที่ไม่มีมูลความจริง หมิ่นประมาท ใส่ร้าย และพูดจาไพเราะเพื่อบีบบังคับศิลปินของเราให้ละเมิดสัญญาพิเศษหรือเซ็นสัญญาหลายฉบับ มีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน

“ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มคนภายนอกเหล่านี้ไม่ได้หยุดแค่การล่อลวงศิลปินหนึ่งหรือสองคนให้ละเมิดสัญญาของพวกเขา แต่ยังกำลังใช้ศิลปินที่พวกเขาติดต่อด้วยเพื่อเข้าหาศิลปินอื่นๆ ของบริษัทเรามากขึ้นอีกด้วย

“เราจะไม่ยืนเฉย และเฝ้าดูในขณะที่กลุ่มคนเหล่านั้นที่ไม่มีความสนใจในการรับประกันอนาคตของศิลปินของเรา หรือตรวจสอบสิทธิ์ทางกฎหมายที่เป็นธรรมของพวกเขา ไล่ตามความโลภในเงินของพวกเขา เราจะดำเนินการตามกฎหมายที่เป็นไปได้ทั้งหมด

“หากเราไม่ดำเนินการในตอนนี้ การกดขี่ข่มเหงของกลุ่มคนภายนอกเหล่านี้จะสร้างความเสียหายต่อแบรนด์และภาพลักษณ์ของศิลปินของเราอย่างมาก และสร้างอิทธิพลในแง่ลบต่ออนาคตที่สดใสของศิลปินของเรา”

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook