โอลิมปิก 2020

สนทนากับ “Mark Prendergast” แห่ง “Kodaline” ว่าด้วยอัลบั้มใหม่ และเสน่ห์แห่งเพลงเศร้า

สนทนากับ “Mark Prendergast” แห่ง “Kodaline” ว่าด้วยอัลบั้มใหม่ และเสน่ห์แห่งเพลงเศร้า

หากใครเคยฟังและซึมซับถ้อยคำในบทเพลงของวงดนตรีจากไอร์แลนด์นามว่า Kodaline ก็คงจะเคยเผชิญหน้ากับความเศร้าสุดแสนดำดิ่ง หรือไม่ก็ความเบิกบานแห่งความหวัง พวกเขากลายเป็นวงดนตรีระดับท็อปที่มีชื่ออยู่บนโปสเตอร์มิวสิคเฟสติวัลทั่วโลกเพียงแค่อัลบั้มชุดแรก In a Perfect World ปล่อยออกมาในปี 2013

“All I Want”, “High Hopes”, “Love Like This”, “One Day” คือหมัดเด็ดในอัลบั้มชุดนั้น ก่อนที่ Kodaline จะต่อยอดเพลงเพราะในอัลบั้มชุดต่อมาอย่าง Coming Up for Air ในอีก 2 ปีถัดมาด้วยแทร็คอย่าง “The One” และ “Honest” รวมไปถึงเพลงบาดลึก “Brother” ในอัลบั้ม Politics of Living เมื่อปี 2018

4 สมาชิก Steve Garrigan (กีตาร์, ร้องนำ), Mark Prendergast (กีตาร์), Jason Boland (เบส) และ Vincent May (กลอง) เพิ่งจะปล่อยอัลบั้มชุดล่าสุดที่ใช้ชื่อว่า One Day at a Time ออกมา กับเพลงเด่นอย่าง “Sometimes” และ “Say Something” ที่ก้าวเข้าไปอยู่ในใจคนฟังอย่างง่ายดาย

Sanook Music ได้รับเกียรติส่งคำถามสัมภาษณ์ข้ามทวีปให้ไป Kodaline พิจารณา และมือกีตาร์โซโล่อย่าง Mark Prendergast คือผู้ที่ตอบกลับมา ทั้งเรื่องราวในอัลบั้มใหม่, การเดินทางมาเยือนประเทศไทย 2 ครั้งก่อน รวมถึงมุมมองที่มีต่อเพลงเศร้า ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Kodaline นั่นเอง

KodalineKodaline

สิ่งแรกที่อยากจะบอกพวกคุณก็คือ แฟนเพลงชาวไทยคิดถึงพวกคุณ และรักเพลงของพวกคุณมากๆ อยากทราบว่าประสบการณ์การมาแสดงสดที่เมืองไทยทั้ง 2 ครั้งเป็นอย่างไรบ้าง?

Mark Prendergast : อ่า... ขอบคุณมากๆ ครับ พวกเราพูดกันถึงคอนเสิร์ตครั้งแรกในกรุงเทพฯ เสมอ มันเป็นหนึ่งในโชว์ที่สนุกมากที่สุดที่พวกเราเคยเล่น พวกเราไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับการตอบรับขนาดนั้นจริงๆ ครับ อยากกลับไปที่เมืองไทยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

เลือกได้หรือยังว่า อาหารไทยสุดโปรด หรือกิจกรรมโปรดในประเทศไทยคืออะไร?

จำได้ว่าสิ่งแรกที่พวกเราทำเมื่อเดินทางถึงเมืองไทยก็คือไปทานดินเนอร์มื้อใหญ่ซึ่งไม่ทำให้ผิดหวัง พวกเรามีความสุขกับอาหารไทยมาทั้งชีวิต แต่การได้มาเยือนกรุงเทพฯ และสัมผัสกับประสบการณ์จริงนั้นเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์มาก

ชีวิตในช่วงโควิด-19 ของ Kodaline เป็นอย่างไรบ้าง?

จริงๆ พวกเราไม่ได้เครียดกันมากครับ ด้วยความที่พวกเราตัดสินใจว่าในปีนี้จะไม่ทำอะไรกันมากอยู่แล้ว มันก็ดีนะที่ได้ปล่อยอัลบั้มใหม่อย่าง One Day at a Time แล้วนั่งดูรีแอ็คชั่นของคนที่ได้ฟัง เพราะปกติแล้วเราจะยุ่งกันมากจนไม่ได้สังเกตเห็นฟีดแบ็กต่างๆ ทางออนไลน์ ดีครับที่ได้ชิลบ้าง

3 อัลบั้มที่ผ่านมา พวกคุณคิดว่า Kodaline ประสบความสำเร็จแล้วหรือยัง?

มันยากเหมือนกันนะที่จะวัดความสำเร็จ อย่างไรก็ตามพวกเราก็ยังทัวร์คอนเสิร์ต ทำเพลงที่อยากทำ และมีความสุขมากๆ กับมัน หากว่าสิ่งที่ผมพูดไปเมื่อครู่คือมาตรวัดความสำเร็จ ผมว่าคำตอบก็คงเป็น... ใช่ครับ

เดินทางมาสู่อัลบั้ม One Day at a Time มันมีความแตกต่างจากชุดก่อนๆ บ้างไหม?

โดยปกติแล้ว Kodaline จะเขียนเพลงที่เต็มไปด้วยความหวัง หรือไม่ก็เพลงที่เกี่ยวกับการเลิกรา มันอาจจะเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักแต่งเพลงโดยธรรมชาติมั้งครับ พวกเราไม่เคยพยายามทำคอนเซ็ปต์อัลบั้มนะ เป็นการที่ค่อยๆ ดูไปแต่ละเพลงให้มีความเป็นตัวเอง แล้วค่อยผูกเข้าด้วยกันหลังจากที่เราทำมันเสร็จหมดแล้ว

เพลงของ Kodaline ยังคงเล่าเรื่องความสัมพันธ์และความรักเช่นเคย แต่เราอยากทราบว่า มุมมองในเรื่องความรักของพวกคุณเปลี่ยนไปหรือไม่ในช่วงอายุตอนนี้?

ผมว่าทัศนคติเกี่ยวกับความรักสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอด ขึ้นอยู่กับว่าคุณกำลังมีความรักหรือไม่ พอดีผมเพิ่งเลิกกับใครบางคนมาน่ะครับ มันคงเป็นช่วงเวลาที่แปลกสักหน่อยที่จะตอบคำถามนี้

Steve Garrigan นักร้องนำวง KodalinePhoto by Matthew Horwood/Getty Images for MTV UKSteve Garrigan นักร้องนำวง Kodaline

Sometimes” เป็นเพลงที่ Steve Garrigan แต่งขึ้นในช่วงที่เดินสายทัวร์ที่ทวีปเอเชียเมื่อปีที่แล้ว กับช่วงเวลาแย่ๆ และการรับมือกับปัญหาความวิตกกังวลที่เกิดขึ้น ช่วงนั้นเกิดอะไรขึ้นกับเขา?

ผมว่าไม่ได้มีอะไรพิเศษที่ทำให้เขารู้สึกกังวลนะ บางโชว์ในบางครั้งสามารถทำให้คุณกังวลและยากที่จะสรุปว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น มันมีหลายปัจจัยที่เกิดขึ้นระหว่างโชว์ในทุกๆ ค่ำคืน มันไม่มีทางที่จะสมบูรณ์แบบเสมอไปหรอกครับ

แน่นอนว่า Kodaline มีเพลงเศร้าเยอะแยะมากมาย อยากรู้ว่า “เพลงเศร้า” มันมีเสน่ห์อย่างไรในมุมมองของพวกคุณ?

ผมว่าเพลงที่ยอดเยี่ยมนั้นมีพลังที่จะเปลี่ยนอารมณ์ของคุณไปอย่างสิ้นเชิงภายในระยะเวลาเพียง 3-4 นาที พวกเราพยายามทำเพลงที่ทำให้เรารู้สึกเช่นนั้นมาตลอด ถ้าเรารู้สึก คนฟังก็จะรู้สึกเช่นกัน

มีหลายคนร้องไห้กลางคอนเสิร์ตของ Kodaline พวกคุณรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น?

มันเป็นความรู้สึกที่น่าเหลือเชื่อ บางครั้งเราเห็นผู้คนร้องไห้จากบนเวที มันเป็นอะไรที่ท่วมท้นทางความรู้สึกและประสบการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีคนจำนวนมากที่มาอยู่ในฮอลล์เดียวกันซึ่งประสบกับโมเมนต์เดียวกัน และรู้สึกต่างกันออกไป ผมว่านั่นคือความงดงามของคอนเสิร์ตนะ

ถ้าให้เลือกเพลงของ Kodaline ที่คิดว่าจะเยียวยาหัวใจคนเศร้าได้ดีที่สุด พวกคุณจะเลือกเพลงอะไร?

ขอเลือกเป็นเพลง “Say Something” ในอัลบั้มชุดล่าสุด One Day at a Time ก็แล้วกันครับ มันเป็นเรื่องของการเปิดใจและพูดคุยเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น มันสำคัญนะที่จะพูดถึงสิ่งเหล่านี้ ปัญหาเหล่านี้ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่พวกเราทำอยู่เสมอ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับ Kodaline