"ที-สเกิ๊ต" เปิดใจครั้งแรกในรอบ 20 ปี เรื่องอำลาวงการเพลง ย้อนวินาทีค่ายยุบโดยที่ไม่รู้ตัว

"ที-สเกิ๊ต" เปิดใจครั้งแรกในรอบ 20 ปี เรื่องอำลาวงการเพลง ย้อนวินาทีค่ายยุบโดยที่ไม่รู้ตัว
S! Music

สนับสนุนเนื้อหา

ถ้าย้อนหลังไปเมื่อ 25 ปีก่อน ชื่อของเกิร์ลกรุ๊ปที่โด่งดังด้วยและขึ้นแท่นนักร้องแถวหน้าของเมืองไทย ต้องยกให้กับ มาร์-อัสมา กฮาร, จอย-ดวงพร สนธิขันธ์, กิ๊ฟท์-ธิติยา นพพงษากิจ จากวง T-Skirt ที่ออกอัลบั้มมาด้วยภาพลักษณ์สดใสกับชุดสีสัน ซึ่งทั้งเพลงและเสื้อผ้าหน้าผมกลายเป็นที่จดจำมาจนทุกวันนี้ แต่โด่งดังได้เพียง 2 ปีกว่าๆ วง T-Skirt ก็ต้องแยกย้าย เพราะค่ายเพลงต้นสังกัดประกาศปิดตัวลง ซึ่งทั้ง 3 คนได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งให้แฟนๆ ได้หายคิดถึงในรายการ ต้มยำอมรินทร์ ที่ผลิตโดย CHANGE2561 และเป็นครั้งแรกในรอบ 20 กว่าปีที่พวกเธอเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

T-Skirt

โดย จอยได้เล่าความรู้สึกตอนที่ค่ายยุบว่า "มันเป็นความรู้สึกของคนทั้งค่ายกระทั่งทีมงานทุกๆคนก็ช็อกไปเหมือนกันมันเกิดอะไรขึ้น แล้วเราจะทำอะไรกันต่อ เราจะเดินไปไหนต่อ แล้วงานที่ค้างอยู่ล่ะ มันไม่มีแววเลยพี่ เพราะเราทราบกันในรถตู้ ระหว่างเดินทางไปทำงาน แต่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นเราก็ไม่ทราบ เราไม่ทราบถึงเหตุผลว่าทำไมถึงต้องปิด แต่ที่รู้ๆ ก็คือว่าทุกคนเนี่ยเจ็บ เหมือนกับว่า เฮ้ย...เราตอบตัวเองไม่ได้เลยว่าเราจะทำอะไรกันต่อไป มันเป็นอะไรที่ไวและก็จบเร็วมาก บ้านเราแตก แล้วจะทำยังไงกันต่อไป แล้วคือ ณ ตอนนั้นพวกเราเด็ก" 

จอย T-Skirt

หลังจากที่วงยุบไป มาร์ ก็ได้เล่าเกี่ยวกับการทำงานหลังจากนั้นว่า "เราก็แยกย้ายไปทำในสิ่งที่เรามองว่า อันนี้แหละน่าจะเป็นเส้นทางของเราที่เราจะต้องเดินคนเดียว ตอนนั้นมาร์จำได้ พอคีตาปิดก็มีงานละครติดต่อเข้ามาเลย แต่เป็นงานของอีกค่ายหนึ่ง ซึ่งช่วงนั้นก็ถ่ายละครทั้งสัปดาห์ สองสามเรื่องก็ถ่ายละครอย่างเดียวเลย บางทีเราก็รู้สึกว่า ถ่ายละครแล้วมันก็แบบ ถามว่าสนุกไหมมันก็สนุก แต่มันไม่สนุกเท่ากับการร้องเพลง"

มาร์ T-Skirt

ส่วน จอย เองก็ได้เสริมว่า "ตอนนั้นก็กลับไปเรียนเลยค่ะ เพราะว่าเข้ามหาวิทยาลัยปี 1 พอดี แล้วก็เลยรู้สึกว่า การเรียนเนี่ยแหละถูกปลูกฝังมาว่าการศึกษาเนี่ย มันจะช่วยเราต่อยอดได้ในอนาคต ถ้าเราไม่มีการศึกษาเราก็จะทำอะไรไม่ได้ ต้องเรียนให้จบ คิดแค่นี้ และก็ไปเรียน ระหว่างที่เรียนเลยเจอทาง เพราะว่าเราเรียนเกี่ยวกับเรื่องศิลปกรรมศาสตร์อะไรพวกนี้ มันเลยทำให้เราได้มาทำงานต่อเนื่องเกี่ยวกับเบื้องหลังบันเทิง จนถึงปัจจุบันนี้ ปัจจุบันนี้จอยเป็นแคสติ้งไดเร็คเตอร์ เป็นแอ๊คติ้งโค้ช เมื่อก่อนก็เป็นพนักงานประจำอยู่ที่บริษัท ฟีโนมิน่า ทำร่วมกับคุณ ต่อ-ธนญชัย ศรศรีวิชัย ที่เป็นผู้กำกับอันดับหนึ่งของโลก ชีวิตก็ยังอยู่ในวงการนะคะ แต่ผันตัวเองไปอยู่เบื้องหลัง ไม่กล้าอยู่เบื้องหน้าจริงๆ ไม่กล้าอยู่เบื้องหน้า ณ ตอนนั้นนะ เพราะว่าเรารู้สึกว่าไม่รู้จะไปตอบใครยังไงว่า ทำไมถึงไม่ออกอัลบั้มต่อ ทำไมค่ายถึงปิด บางทีจอยรำคาญกับการต้องมานั่งตอบคำถามอะ มันเหมือนอกหัก มันเหมือนแบบพ่อแม่เราทะเลาะกันแล้วบ้านแตกอะ แล้วก็ถ้าเกิดเราต้องมาตอบอะไรซ้ำๆ เราก็เจ็บเหมือนกัน จอยเลยแบบว่า ดัดฟันเพราะว่าสัญลักษณ์ที่ชัดเจนที่สุดคือ เรามีเขี้ยวกันทั้ง 3 คน ช่วงนั้นดัดฟันกำลังฮิตก็เลยไปดัดด้วย ก็คิดว่าคนคงจำไม่ได้ ก็ยังจำได้ มันเป็นความคิดแบบเด็กๆ วัยรุ่นอะค่ะตอนนั้น"

กิ๊ฟท์ T-Skirt

ทางด้านของ กิ๊ฟท์ น้องเล็กของวงก็ได้เล่าเกี่ยวกับเส้นทางหลังวงยุบว่า "ของกิ๊ฟท์ก็จริงๆแล้วก็ไปเล่นละครอย่างเต็มตัวค่ะ เพราะจริงๆ แล้วตัวเองเล่นละครมาตั้งแต่ 8 ขวบ แล้วก็ในระหว่างนั้นเนี่ย แม้ว่าจะออกเทปเอง ตัวเองก็เล่นละครมาตลอด เล่นละครจักรๆ วงศ์ๆ นางเอกบ้าง นางร้ายบ้างก็สลับกันไป ก็เป็นละครอย่างเต็มตัว เพราะมาทางละครตั้งแต่เด็ก"

คลิกชมการสัมภาษณ์เต็มๆ ได้ที่นี่

แม้ว่าในปัจจุบันนี้ T-Skirt  จะกลายเป็นอดีตแล้ว แต่ถ้ามีคิวว่างตรงกันทั้ง 3 คนก็ยังรวมตัวออกอีเว้นท์อยู่ตลอด โดยแฟนๆ สามารถอัปเดตชีวิตพวกเธอได้ในรายการ ต้มยำอมรินทร์ ได้ที่ช่อง YouTube AMARIN TVHD