หนึ่งเดือนกว่าของการเดบิวต์สายฟ้าฟาด X1 (และมรสุมดราม่าที่ตามมา) โดย คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง

หนึ่งเดือนกว่าของการเดบิวต์สายฟ้าฟาด X1 (และมรสุมดราม่าที่ตามมา) โดย คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง

อีพีชุด Emergency: Quantum Leap ของ 11 หนุ่มวง X1 ออกจำหน่ายเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2019 นั่นก็หมายความว่าพวกเขาเดบิวต์มาได้หนึ่งเดือนกว่าๆ แล้ว ซึ่งผลงานชุดนี้ก็สร้างสถิติไว้มากมาย ทั้งยอดขายราวห้าแสนแผ่นในสัปดาห์แรก กลายเป็นอัลบั้มยอดขายวีคแรกสูงสุดอันดับสองของปีนี้ (เป็นรองเพียง Map of the Soul: Persona ของ BTS) ส่วนซิงเกิลนำอย่าง “Flash” ตอนนี้ยอดวิวก็ปาเข้าไป 50 กว่าล้านวิว แถมยังไปคว้าถ้วยรางวัลจากรายการเพลงมาสิบถ้วย

เมื่อพิจารณาดูแล้ว “Flash” ถือเป็นเพลงเปิดตัวที่ “ปัง” ใช้ได้ มีท่อนฮุกที่น่าจดจำ (“Fly high high high higher” และเสียงพูดว่า “แฟลช”) มีท่าเต้นที่ติดตา วิชวลของมิวสิกวิดีโอเลือกใช้คู่สียอดฮิตอย่างสีแดงและดำ ทำให้ตัวเอ็มวีออกมาดูแพง แต่เหนืออื่นใดคือการที่สมาชิกแต่ละคนมีพาร์ตที่ได้แสดงของเสน่ห์ของตัวเอง

จากที่เคยห่วงว่าสมาชิก X1 มีช่วงอายุค่อนข้างกว้าง (15-25 ปี) มีสมาชิกกลุ่มหนึ่งที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว กับอีกฝั่งที่ยังดูเป็นเด็กวัยรุ่น แต่ทางค่ายเหมือนจะรู้ปัญหาตรงนี้ เลยแก้เกมด้วยการทำคอนเซปต์ภาพนิ่งออกมาสองแบบเลย ทั้งแบบชุดดำมาดแมน ส่วนอีกแบบคือใส่ชุดสบายๆ ไปวิ่งเล่นในทุ่งหญ้า ถือเป็นการสร้างความบาลานซ์ที่ชาญฉลาด แต่ต้องดูกันว่าในระยะยาวคอนเซปต์นี้จะยังเวิร์กหรือเปล่า

แต่พอเป็นการแสดงสดก็มีสิ่งที่ผู้เขียนรู้สึกติดขัดอยู่บ้าง อย่างเพลง “Flash” ที่เน้นความแข็งแรงถือว่าสอบผ่านฉลุย แต่เพลงน่ารักแบ๊วๆ อย่าง “Pretty Girl” หรือ “Like Always” ดูแล้วต้องกุมขมับกับกลั้นขำไปพร้อมกัน เห็นใจสมาชิกฝั่งผู้ใหญ่ โดยเฉพาะตอนที่ลีดเดอร์ซึงอูใส่เอี๊ยมร้องเพลง “Like Always” นี่แทบทำใจไม่ได้ ถึงขั้นคิดจะเขียนจดหมายไปหาค่ายเพลงว่าอย่าให้พี่เขาต้องมาทำอะไรแบบนี้เลย

 

แต่ใช่ว่าเส้นทางการเดบิวต์ของ X1 จะโรยด้วยกลีบกุหลาบ ความโชคร้ายคือโยฮัน-เซนเตอร์ของวง-เกิดบาดเจ็บ ทำให้ตลอดเดือนกันยายนเขาต้องแสดงโชว์ด้วยการนั่งเก้าอี้ (ตอนนี้กลับมาเต้นได้ตามปกติแล้ว) ต่อมาเพลง “Flash” ถูกกล่าวหาว่าไปลอกเลียนเพลง “Helium” ของ Chris Lake เวอร์ชันที่รีมิกซ์โดย Tiesto แต่คนส่วนใหญ่ (รวมถึงผู้เขียน) ฟังแล้วไม่ได้รู้สึกว่าคล้ายกันอะไรขนาดนั้น ดราม่านี้จึงตกไป

แต่ดราม่ายิ่งใหญ่ที่สุดที่ X1 กำลังเผชิญคือการสืบสวนของตำรวจจากกรณีที่รายการ Produce X 101 ของช่อง Mnet มีการโกงคะแนน (สมาชิกของวง X1 มาจากการโหวตในรายการนี้) จนส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของ X1 มีข่าวลือว่าพวกเขาถูกล้มเลิกการว่าจ้างเป็นพรีเซนเตอร์ของฟาสต์ฟู้ด Subway ก็เพราะเรื่องฉาวนี้ นอกจากนั้น X1 ยังไม่สามารถไปร่วมรายการเพลงหลักอย่าง Music Bank, Music Core, Inkigayo ได้ แต่ถึงจะไม่ได้ไปปรากฏตัว X1 ก็คว้าคะแนนที่หนึ่งจากรายการเหล่านี้ได้

เมื่อต้นเดือนตุลาคมมีความคืบหน้าออกมาว่ามีผู้เข้าแข่งขันราว 2-3 คนที่ถูกโกงอันดับคะแนน สร้างความแตกตื่นตกใจกับแฟนคลับเป็นอย่างมาก บ้างถึงขั้นโวยวายว่า “จะขุดเรื่องนี้มาทำไม” “น้องๆ 11 คนก็เดบิวต์กันแล้วไง” “จะมาเปลี่ยนสมาชิกเอาตอนนี้เหรอ” “อย่าทำร้ายสมาชิกวง X1 เลย” ฯลฯ

ส่วนตัวผู้เขียนแล้วคิดว่าวิธีรับมือกับดราม่าประเภทนี้คือการ “ตั้งสติ” เพราะล่าสุดการสืบสวนการโกงคะแนนอาจจะย้อนหลังไปถึงรายการเก่าๆ อย่าง Idol School (2017) หรือ Produce 48 (2018) ด้วย ถ้าดราม่าไปกับทุกเรื่องคงได้ประสาทกินกันพอดี และสำหรับกรณีของ X1 ผู้เขียนเชื่อว่าแม้จะมีการแฉการโกงอย่างไร ค่ายก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ไลน์อัพของวงเปลี่ยน ประเด็นนี้น่าจะวางใจได้

แน่นอนว่าการเปิดเผยถึงการโกงล้วนทำให้ทุกฝ่ายเจ็บปวด สมาชิก X1 ฝั่งที่ได้เข้าวงอย่างไม่ถูกต้องก็คงรู้สึกผิด (อันที่จริงต้องโทษทางต้นสังกัด) ส่วนคนที่ “หลุด” จาก X1 ก็ทำได้เพียงเจ็บช้ำใจ แต่ฝ่ายที่เจ็บหนักที่สุดก็คงเป็นแฟนคลับของทุกฝ่าย ถึงกระนั้นผู้เขียนก็ไม่เห็นด้วยกับการจะทำเป็นลืมหรือปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป

บางครั้งมนุษย์เราก็ต้องกล้าเผชิญหน้ากับประวัติศาสตร์ที่เจ็บปวด เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์นั้นซ้ำรอยอีก