“Raptor Evolution” งานคืนสู่เหย้าครบรสของ “จอนนี่-หลุยส์” ผู้อยู่เหนือกาลเวลา (รอบแรก)

“Raptor Evolution” งานคืนสู่เหย้าครบรสของ “จอนนี่-หลุยส์” ผู้อยู่เหนือกาลเวลา (รอบแรก)

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า จอนนี่ อันวา และ หลุยส์ สก๊อต 2 คู่หู Raptor เป็นศิลปินยุค 90 ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง เพราะพวกเขามีผลงานเพลงป็อปที่โด่งดังมากมาย และมีอัลบั้มชุด Day Shock และ Goodbye ที่ยอดขายเกินล้านก๊อปปี้ 

Raptor

นอกจากเพลงแล้ว การแต่งกายที่เต็มไปด้วยสีสัน รวมถึงงานอดิเรกอย่างการเล่นสเก็ตบอร์ด และ โรลเลอร์เบลด ก็ทำให้พวกเขาเป็นไอดอลของวัยรุ่นในยุคนั้น ซึ่งแม้ว่า Raptor จะแยกวงหลังอัลบั้มชุดที่ 4 พวกเขาก็ยังคงเติบโตในสายงานที่เขารัก ไปพร้อมกับแฟนๆ วัยรุ่นในวันนั้นที่กลายมาเป็นผู้ใหญ่วัยทำงานที่มีความรับผิดชอบมากมายในมือ แต่ก็ยังคงคิดถึงช่วงเวลาในวัยเยาว์อยู่เสมอ จนทำให้คอนเสิร์ตใหญ่ RAPTOR 2011 The Concert ในวันที่ 1-2 ตุลาคม พ.ศ. 2554 ของวงขายบัตรหมดเกลี้ยง ซึ่งทางผู้จัดก็สานต่อความสำเร็จด้วยการจัดงาน RAPTOR 2012 Encore Concert เพื่อให้แฟนเพลงของวงได้ร่วมสนุกกับพวกเขาอีกครั้งในวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2555 ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี

ถึงแม้จะห่างหายจากการขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ไปนาน แต่ความคิดถึงของแฟนๆ ที่มีต่อ Raptor ก็ทำให้ทาง ฮ้อ-สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ประกาศจัดงานคอนเสิร์ต RAPTOR EVOLUTION 25 ปี ไม่มีเกรงใจ ที่ อิมเเพ็ค อารีน่า โดยมีทีมงานจาก COOLfahrenheit คอยดูแล ซึ่งความตื่นเต้นของแฟนๆ ก็ทำให้บัตรรอบ 19.00 น. ของวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2562 ขายหมดเกลี้ยงใน 20 นาที ในขณะที่ตั๋วรอบ 14.00 น. ก็ถูกจับจองเกือบหมดทุกที่นั่ง โดย หลุยส์ เคยกล่าวว่านี่อาจเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งสุดท้ายของวง >> "จอนนี่-หลุยส์" เผยงาน "“RAPTOR EVOLUTION 25 ปี" อาจเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งสุดท้าย

RAPTOR EVOLUTION 25 ปี ไม่มีเกรงใจ

ความน่าตื่นเต้นของงาน RAPTOR EVOLUTION 25 ปี ไม่มีเกรงใจ คือการกลับมาพร้อมธีมเกี่ยวกับวิวัฒนาการ ซึ่งอิงจากชื่อวงที่สื่อถึงสายพันธุ์ไดโนเสาร์ เพราะมันทำให้เรามองว่างานนี้เราจะได้เห็นหลุยส์ และ จอนนี่ มาพร้อมอะไรใหม่ๆ และในขณะเดียวกัน เราก็จะได้เห็นพวกเขาตีความเพลงของวง ในวันที่กลายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว จนทำให้เราตัดสินใจว่าต้องไปงานคอนเสิร์ตนี้ให้ได้ 

เมื่อแสงไฟของฮอลล์ อิมเเพ็ค อารีน่า ดับลงในเวลา 14.30 น. ก็มีเด็กสองคนที่เป็นเหมือนตัวแทนของหลุยส์ และ จอนนี่ ขึ้นมาโชว์ลีลาการเต้น ก่อนที่ทั้งสองจะปรากฏตัวพร้อมสลิงที่พาพวกเขาลอยขึ้นเหนือเวที โดย 2 หนุ่ม Raptor ได้มาพร้อมเพลงจากอัลบั้มแรกอย่าง “Super Hero”, “ลุยสิ”, “ช่วยด้วย”, “ต้องยกให้” และ “อย่าพูดว่าเลิก” ก่อนที่จะทักทายแฟนๆ พร้อมเล่นมุกเรื่องอายุกับแฟนๆ และนำเข้าสู่ช่วงเพลงช้าอย่าง “รู้สึกอย่างไร”, “รู้ตัวบ้างไหม”, “คำเดียว” และ “ปลอบเพื่อน” ที่เปลี่ยนความรู้สึกตื่นตาตื่นใจให้กลายเป็นอารมณ์อบอุ่นใจเหมือนเจอเพื่อนที่คุ้นเคย

Raptor

หลังจากที่การแสดงเพลงช้าจบ ก็ถึงพาร์ทการแสดงเดี่ยวที่ทำให้เราแปลกใจ เพราะปกติแล้วศิลปินกลุ่มมักจะนำโชว์แบบนี้ไปไว้ช่วงกลางหรือท้ายงานคอนเสิร์ต ซึ่ง จอนนี่ ก็ได้ออกมาคนแรกพร้อมร้องเพลง “Treasure” ของ Bruno Mars พร้อมโชว์การเต้น และตามด้วยเพลงเดี่ยวอย่าง “อยากให้รู้ว่ารักเธอ” กับ “อย่างน้อยก็เคยได้ชื่อว่าคนรักกัน” ที่เขาถ่ายทอดออกมาด้วยเสียงที่เป็นเอกลักษณ์และแข็งแรง จนเราแอบเสียดายที่ไม่ได้เห็นเขาปล่อยผลงานเดี่ยวออกมามากกว่านี้ 

จอนนี่ อันวา

ทางฝั่งของ หลุยส์ ที่มีผลงานด้านการแสดงเป็นจำนวนมาก ก็มาพร้อมเซอร์ไพรส์ที่แฟนๆ คาดไม่ถึง เมื่อเขาร้องเพลงประกอบละคร บุพเพสันนิวาส ที่เขาร่วมแสดงในบทของ คอนสแตนติน ฟอลคอน ซึ่งระหว่างโชว์เขาก็เปิดตัว นุ่น-รมิดา ประภาสโนบล แฟนสาวที่ออกมาร่วมเต้นลีลาศบนเวทีและร้องเพลงดังกล่าว  และ เมื่อแสดงจบ ทั้งสองก็เผยว่า โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ พระเอกละคร บุพเพสันนิวาส ก็มาร่วมชมด้วย และทำให้ทุกคนหันไปมองที่โป๊ปและกรี๊ดสนั่นฮอลล์ 

 หลุยส์ และ นุ่น รมิดา

เนื่องจากตอนนี้กระแสฮิปฮอปกำลังมาแรง ทำให้คราวนี้ทั้งสองหนุ่ม Raptor ได้พา กอล์ฟ ฟักกลิ้ง ฮีโร่ (ณัฐวุฒิ ศรีหมอก) มาโชว์เพลง “เสือสิ้นลาย” กับพวกเขาและเชิญ Twopee Southside (โต้ง-พิทวัส พฤกษกิจ) มาแร็ปเพลง “ไหวอะเปล่า เบเบ้” ก่อนที่ทั้ง 4 จะโชว์เพลงดังจากยุค 90 “ลื่นมากเชื่อยาก” และ “เท้าไฟ” ของ ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง ที่ทำเอาเวทีลุกเป็นไฟ โดยการแสดงช่วงท้ายของพาร์ทนี้ ได้มีการปรับดนตรีและเพิ่มท่อนแร็ปที่เป็นเหมือนสีสันใหม่ 

 Raptor, ฟักกลิ้ง ฮีโร่ และ Twopee

เพื่อเป็นการสานต่อความสนุก ก็ถึงคิวของแขกรับเชิญคนสุดท้ายอย่าง โดม ปกรณ์ ลัม ที่ขึ้นมาโชว์เพลง “Hey! อันตราย”, “หน้ากาก” ก่อนตามด้วยเพลง “ดีมากเลย” ที่ Raptor ขึ้นมาแจม และทั้ง 3 ก็เซอร์ไพรส์แฟนๆ ด้วยเพลง “ปรากฏการณ์” จากโปรเจกต์วงดนตรีที่จอนนี่ และ โดมเป็นสมาชิก ซึ่งเมื่อพาร์ทนี้จบ โดมก็ได้ร้องเพลงแจ้งเกิดของเขา “ยิ่งรักเธอ” ก่อนที่ จอนนี่ และ หลุยส์ จะร้องเพลงช้าของพวกเขาอย่าง “คิดถึงเธอ” และ “อย่าพูดเลย”

Raptor และ โดม ปกรณ์ ลัม

ก่อนที่คอนเสิร์ตรอบแรกจะรูดม่านปิดตัวลง ช่วงเพลงแดนซ์ก็กลับมาอีกครั้งพร้อมเพลง “เกรงใจ” ที่หลายคนรอคอยมาตั้งแต่เริ่มงาน รวมถึงเพลงเร็วอีกมากมายที่เร้าใจผู้ชม เพื่อนำเข้าสู่ช่วงสุดท้ายที่ จอนนี่ และ หลุยส์ จะร้องเพลง “แรงบันดาลใจ” และ “คำว่าเพื่อน” เพื่อแทนคำขอบคุณ ซึ่งระหว่างนั้นก็มีการโปรยกระดาษโน้ตข้อความที่ทั้ง 2 เขียนและก๊อปปี้เอาไว้เพื่อแทนคำขอบคุณ จนทำให้แฟนๆ หลายคนพยายามเก็บกระดาษดังกล่าว และก่อนที่งานจะจบทั้ง  2 หนุ่มก็ได้ลงจากเวทีเพื่อไปร้องเพลงใกล้ชิดแฟนๆ เท่าที่เป็นไปได้เพื่ออำลาทุกคน 

Raptor

นอกจากความอบอุ่นในงานที่มาพร้อมบรรยากาศเหมือนงานคืนสู่เหย้าที่ Raptor ได้พบแฟนๆ แล้ว การแสดงของทั้งสองก็เพลิดเพลินจนเราประหลาดใจ เพราะอายุที่มากขึ้นแทบไม่เป็นอุปสรรคในการให้ความบันเทิงกับผู้ชม เพราะถึงแม้พวกเขาจะมีอาการเหนื่อยอย่างเห็นได้ชัด แต่ทั้งคู่ก็เต็มที่กับการแสดง โดยเฉพาะจอนนี่ที่ร้องสดได้ดีจนเราแอบทึ่งในพลังเสียงของเขา 

อีกสิ่งที่ทำให้เราประหลาดใจเกี่ยวกับงานครั้งนี้ ก็คือการร้อยเรียงเพลง เพราะปกติแล้วคอนเสิร์ตศิลปินป็อปไทย มักมาพร้อมเเพทเทิร์นที่เริ่มด้วยเพลงเร็ว ก่อนจะสลับมาเพลงช้า และตามด้วยเพลงเร็วก่อนปิดงานด้วยเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการขอบคุณ แต่งาน RAPTOR EVOLUTION 25 ปี ไม่มีเกรงใจ ได้มีการเรียงเพลงเร็วและช้าที่สลับไปมา พร้อมทั้งนำช่วงโชว์เดี่ยวมาไว้ตอนต้นโชว์ ซึ่งหลายๆ ศิลปินกลุ่มไม่ทำแบบนี้ จนทำให้คอนเสิร์ตเต็มไปด้วยความเพลิดเพลินและคาดเดาไม่ได้  

ทางฝั่งของผู้จัดอย่าง COOLfahrenheit เองก็ทำงานออกมาได้ดี ทั้งในแง่ของซาวด์ที่ส่งเสริมการแสดง และการเรียบเรียงดนตรีของหลายๆ เพลงให้มีความร่วมสมัยพร้อมทั้งเข้ากับเสียงของ หลุยส์ และ จอนนี่ ที่เปลี่ยนไปจากตอนออกอัลบั้ม รวมถึงพาร์ทโปรดักชั่นเวทีสุดอลังการ ซึ่งทำให้แฟนๆ จะได้เห็นความเท่ในอดีต และวิวัฒนาการของ 2 หนุ่ม Raptor ที่กลายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว 

นอกเหนือจากสิ่งที่กล่าวมา อีกอย่างที่ทำให้เราประทับใจมากเกี่ยวกับคอนเสิร์ตนี้คือ การใส่ใจรายละเอียด ทั้งการตั้งรูปหลุยส์ และ จอนนี่ ทั่วงานให้แฟนๆ ได้ถ่ายรูปที่ระลึก แบบไม่ต้องรอคิวถ่ายที่แบ็คดร็อปอย่างเดียว  รวมถึงการโปรยโน้ตข้อความ และ ดาวกระดาษ แทนความรู้สึกดีๆ ของวง ซึ่งเป็นจุดเล็กๆ ที่ทำให้แฟนๆ มีความสุขเพิ่มขึ้นเมื่อได้ชมการแสดงของวงในครั้งนี้ 

 

ถึงแม้ว่าภาพรวมของงานจะออกมาดี แต่ก็มีหลายสิ่งที่เรามองว่าสามารถปรับปรุงได้ อย่างเช่นการสื่อสารระหว่างทีมเรื่องกล้องกับหน้าจอ เพราะขณะที่กล้องแพนหาโป๊ปนั้นเกิดจังหวะที่ผิดพลาด และมีช่วงที่เนื้อเพลงโผล่บนจอผิดเวลา ซึ่งนอกจากประเด็นนี้แล้ว ก็มีเรื่องช่วงคั่นพาร์ทการแสดงที่สั้นจนอาจทำให้เกิดปัญหาได้ โดยในงานครั้งนี้มีเหตุการณ์ที่จอนขึ้นเวทีเพื่อโชว์เดี่ยวขณะที่ยังติดกระดุมแขนเสื้อไม่เสร็จ เนื่องจากพาร์ทอินโทรการแสดงโซโล่ของเขาสั้นมาก หรือพาร์ทที่หลุยส์ต้องเปลี่ยนชุดเพื่อขึ้นร้องเพลง “เสือสิ้นลาย” กับจอนนี่ และ ฟักกลิ้ง ฮีโร่ แทบทันทีหลังจบโชว์ตัวเอง ซึ่งเวลาที่สั้นมากก็อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือการผิดคิวได้ 

สำหรับเราแล้ว การได้มาชมคอนเสิร์ต Raptor ครั้งนี้ได้มอบประสบการณ์ความสนุกที่ทำให้เราเข้าใจแล้วว่าทำไมทั้ง หลุยส์ และ จอนนี่ ถึงสามารถครองใจแฟนๆ มานาน แม้ว่าจะไม่ได้ทำเพลงมาหลายปี และเราก็หวังว่า นี่จะไม่ใช่คอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายของ Raptor แบบที่หลุยส์ได้กล่าวไว้ เพราะเราเชื่อว่าหลายๆ คนยังอยากที่จะเป็นส่วนหนึ่งของภาพความสุขแบบนี้อีกครั้ง 

ติดตามSanook! Music

ติดตาม Sanook! Music อัปเดตเพลงใหม่ๆ รีวิวคอนเสิร์ต และติดตามประเด็นสุดฮอตในวงการเพลงทั้งไทยและเทศได้บน www.sanook.com/music/