Circa Waves Live in Bangkok ดีดดิ้น เดือดดาล ความพลุ่งพล่านของดนตรีร็อคที่ไม่มีวันหมด

Circa Waves Live in Bangkok ดีดดิ้น เดือดดาล ความพลุ่งพล่านของดนตรีร็อคที่ไม่มีวันหมด

หากจะบอกว่าปีนี้เป็นอีกหนึ่งปีทองที่ศิลปินต่างประเทศหลั่งไหลเข้ามาเปิดการแสดงสดที่เมืองไทยอย่างไม่ขาดสายก็คงไม่ผิดนัก จดจำได้เป็นอย่างดีว่าค่ำคืนวันที่ 13 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา หากจะเอ่ยกล่าวในภาษาสื่อมวลชนก็คงจะต้องบอกว่า “งานชนกันเละเทะ” แต่ท้ายที่สุดผู้เขียนก็ตัดสินใจนำร่างตัวเองมาอยู่ที่ Live Arena อาร์ซีเอ เพื่อมาเสพดนตรีร็อคแบบฉบับ Circa Waves

เหตุผลน่ะหรือ... อย่างแรกคงต้องบอกว่า วงอินดี้ร็อคจากเมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษวงนี้ ถือเป็นวงดนตรีรุ่นใหม่ที่ได้รับการจับตามองเป็นอย่างมาก การันตีจากการไปโผล่ในมิวสิคเฟสติวัลน้อยใหญ่มานับไม่ถ้วน อาทิ Glastonbury, Summer Sonic หรือแม้แต่ Reading + Leeds เหตุผลต่อมา Circa Waves เคยเล่นเปิดให้วงอย่าง The 1975 และ The Libertines มาแล้ว ส่วนเหตุผลท้ายสุด... อยากให้ดนตรีร็อคเยียวยาความเหน็ดเหนื่อย

Circa Waves Live in Bangkok

Circa Waves Live in Bangkok จากฝีมือการนำเข้าของผู้จัด Seen Scene Space จึงเป็นจุดหมายปลายทางของผู้เขียนอย่างง่ายดาย

แอบเสียดายเล็กๆ ที่เดินทางมาดูวงเปิดอย่าง De Flamingo ไม่ทัน นี่คือวงอินดี้ร็อคสัญชาติไทยอีกหนึ่งวงที่มีพัฒนาการทั้งเรื่องการทำเพลง รวมถึงการแสดงสดที่น่าสนใจ ไม่เป็นไร เดี๋ยวหาโอกาสรับชมงานถัดๆ ไป ซึ่งถัดมาไม่อีกกี่อึดใจ ก็ได้เวลาของไฮไลท์ของงานอย่าง Circa Waves แล้ว กับเวทีที่ว่าตั้งสูงแล้ว กลองชุดเด่นตระหง่านอยู่ด้านบนไปอีก

De Flamingo

แสงไฟสีแดงสาดส่องไปทั่วเวที 4 สมาชิก Circa Waves อย่าง Joe Falconer (กีตาร์), Colin Jones (กลอง), Sam Rourke (เบส) รวมถึง Kieran Shudall (ร้องนำ, กีตาร์) ค่อยๆ ย่างกรายขึ้นสู่เวทีกับมาดเท่ๆ สไตล์วงร็อคจากเกาะอังกฤษ อินโทรสุดเร่งเร้า ริฟฟ์กีตาร์จี๊ดๆ จากเพลง “Wake Up” ทำให้ทุกคนในฮอลล์ตื่นจากภวังค์ Circa Waves Live in Bangkok เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ และก็ไม่ปล่อยให้แฟนๆ ได้พัก พวกเขาจัดให้อีก 2 เพลงสนุกๆ ต่อเนื่องทั้ง “Fossils” และ “Movies” ที่เท้าต้องมีออกสเต็ปกันเล็กน้อยแต่พองาม พร้อมเสียงร้องตามว่า “อุ๊ อุ อู... อิ๊ อิ อี” อย่างพร้อมเพรียง

Kieran Shudall

พลังงานบนเวทีค่อยๆ ไต่ระดับความเดือดดาลขึ้นเรื่อยๆ ด้วย “Get Away” แทร็คแรกสุดจากอัลบั้มเปิดตัวอย่าง Young Chasers เมื่อราว 4 ปีก่อน แล้วจู่ๆ ก็มีการสลับหน้าที่บนเวทีกันเกิดขึ้น เพราะ Joe Falconer ข้ามฟากมาสะพายเบส ส่วน Sam Rourke โยกตนเองไปอยู่หลังคีย์บอร์ด และกดแป้นในโน้ตที่เพียงแค่แรกยินก็กรี๊ดกันสนั่นกับ “Time Won’t Change Me” อีกหนึ่งเพลงฮิตประจำวง

Sam Rourke

ถึงคิว Colin Jones หวดกลองอย่างหนักหน่วงบ้างในเพลง “Stuck” ซึ่งหนักแน่นด้วยจังหวะจะโคน แถมยังเอาเพลง “Stuck In My Teeth” มาเล่นต่อกันเสียอีก ต่อด้วย “My Love” ที่ลดจังหวะลงมาเล็กน้อย ก่อนจะเล่าเรื่องราวการร่ำลาอันร้อนระอุในเพลง “Goodbye” ที่ริฟฟ์กีตาร์โหดเอาเรื่อง และได้พักกันสักนิดสักหน่อยกับเพลงจังหวะน่ารักๆ อย่าง “Lost It”

Colin Jones

ดำเนินสู่ช่วงท้ายๆ ของโชว์ ก็ได้เวลาเหล่าเพลงฮิตออกมาแสดงฤทธิ์เดช แถมมาแบบต่อเนื่องกันทั้ง “Fire That Burns” ที่เอาทำเอาทั้งกระโดดทั้งโยกหัวในเวลาเดียวกัน จัดกันต่อด้วย “The Way We Say Goodbye” กับเวอร์ชั่นสดที่ไพเราะมากทีเดียว และ Circa Waves ก็ไม่ลืมที่จะเล่นเพลงแจ้งเกิดอย่าง “T-Shirt Weather” และทำให้ Live Arena สั่นสะเทือนเป็นการส่งท้าย

ไม่ผิดหวังที่ตัดสินใจมุ่งหน้ามายังอาร์ซีเอ เอเนอร์จี้ของทั้ง 4 หนุ่มวง Circa Waves ไม่มีหมด เสมือนมีที่ชาร์จแบตเตอรี่ติดตัวอยู่ตลอดเวลา ด้วยลุคที่เท่อยู่แล้ว การสะบัดมือกรีดกรายลงไปบนสายกีตาร์ โยกตัว โยกหัว ยกไม้กลองขึ้นเหนือหัวก่อนฟาดลงไปยิ่งทำให้พวกเขามีเสน่ห์ขึ้นไปอีกหลายเลเวล

Joe Falconer

โดยเฉพาะฟรอนท์แมนอย่าง Kieran Shudall ที่คงเอาใจสาวๆ ไปกว่าครึ่งค่อนฮอลล์จากยิ้มหวานๆ คำทักทาย และการมีปฏิสัมพันธ์กับแฟนๆ ระหว่างเล่นดนตรี เขารู้ดีว่าจังหวะใดควรเล่นกับคนดู และทำมันออกมาดีเสียด้วย... ซึ่งโดยส่วนตัวพอมองขึ้นไปเห็นมาดและท่าทางของ Shudall จู่ๆ ผู้เขียนก็นึกถึง Billie Joe Armstrong แห่งคณะ Green Day อยู่แวบๆ เหมือนกัน

เข้าใจแล้วว่าเหตุใด Circa Waves จึงเรียกตนเองว่าอินดี้ร็อค เนื่องด้วยพวกเขายืนพื้นดนตรีร็อคเอาไว้ในแต่ละบทเพลง ก่อนจะใส่กลิ่นอายของดนตรีแขนงอื่นๆ ลงไปคลุกเคล้า ที่ฟังชัดเจนที่สุดและโปรดปรานมากที่สุดคงเป็นความป็อปพังก์ที่แอบซ่อนอยู่แทบทุกเพลง บางเพลงแอบใส่ความเป็นร็อคแอนด์โรลอยู่เนืองๆ แนบความอัลเทอร์เนทีฟลงไปประปราย หรือในอัลบั้มล่าสุดอย่าง What’s It Like Over There? ก็มีเสียงสังเคราะห์เข้ามาแจม หรือแม้กระทั่งกลิ่นบัลลาดเท่ๆ ในเพลง “Time Won’t Change Me” ก็ตาม เอาเข้าจริงมันก็ทำให้เรานึกถึงหลากหลายวงดนตรี รวมไปถึงคนบ้านเดียวกันอย่าง The Vaccines ทว่าก็ไม่เหมือนเสียทีเดียว

ไลท์ติ้งตื่นเต้นเร้าใจไปตามท่วงทำนอง หากแต่ซาวด์ในช่วงแรกๆ มาจนถึงกลางโชว์อาจยังไม่ประทับใจนัก ด้วยความที่เสียงของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นมันยังค่อนข้างนัวๆ รัวๆ ปนเปกันอย่างไรบอกไม่ถูก โดยเฉพาะเบสที่ฟังโน้ตหรือคอร์ดไม่ค่อยออกสักเท่าไหร่ เอาเข้าจริงทางวงก็อาจจะอยากให้ซาวด์ออกมาดิบๆ เท่ๆ ก็ได้ใครจะรู้ แต่พอครึ่งหลังของโชว์เหมือนว่าระบบเสียงจะเร่งเครื่อง และเมื่อมาปะทะกับความพีคที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็ทำให้ 4-5 เพลงท้ายนั้นคือสุดเหวี่ยงอยู่ไม่น้อย ยิ่งเมื่อตั้งใจฟังเสียงกีตาร์ของทั้ง Shudall และ Falconer นี่ช่างเป็นเสียงแตกที่เพราะเลยล่ะ

Circa Waves

แต่ท้ายที่สุดก็แอบเสียดายที่ฮอลล์แอบโล่งไปนิด... เสียดายคนที่ไม่ได้มารับชมวงร็อครุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยความพลุ่งพล่านแบบนี้ ไม่แน่ว่าหาก Circa Waves กลับมาเยือนเมืองไทยอีก บรรยากาศตอนโชว์อาจเดือดระอุกว่าครั้งนี้สักสิบยี่สิบเท่าก็เป็นได้

Story by: Chanon B.
Photos by: Seen Scene Space

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับ Circa Waves