จมดิ่งในคอนเสิร์ตใหญ่ Zweed n’ Roll บทพิสูจน์ความสำเร็จของวงดนตรีไร้สังกัด

จมดิ่งในคอนเสิร์ตใหญ่ Zweed n’ Roll บทพิสูจน์ความสำเร็จของวงดนตรีไร้สังกัด

ในช่วงนี้สถานการณ์โรคโควิด-19 ส่งผลกระทบในวงกว้าง แม้แต่วงการดนตรีที่งานคอนเสิร์ตทั้งไทยและเทศเลื่อนกันกระหน่ำ ช่วงที่เหงาๆ แบบนี้นึกย้อนกลับไปในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ก็มีคอนเสิร์ตหนึ่งที่ยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำ จนอยากจะเขียนถึงในวันอันแสนวุ่นวาย กับคอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบครั้งแรกของวงดนตรี Zweed n’ Roll ในชื่อ Be Hear Now Presents Zweed n’ Roll The First Full Concert นั่นเอง

จำได้ว่าในช่วงนั้นการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังไม่หนักหน่วงเท่าตอนนี้ แต่สิ่งที่น่าชื่นชมคือการมีจุดคัดกรองตั้งแต่บริเวณหน้างาน วัดไข้ แจกหน้ากากอนามัย รวมถึงตั้งเจลแอลกอฮอล์ไว้ทั่วบริเวณงาน รวมไปถึงบรรยากาศภายในฮอลล์ก่อนที่โชว์จะเริ่ม ด้วยเสียงแอมเบียนต์ประหลาดๆ คล้ายกับว่าเรากำลังจมดิ่งลงสู่มหาสมุทร หายใจได้ไม่ทั่วท้องนัก แสงสีน้ำเงินส่งต่อบรรยากาศความเหงาและเศร้าสร้อยได้เป็นทวีคูณ

รูดม่านเปิดฉากความด่ำดิ่งด้วยภาพที่อลังการไม่น้อย เพราะนอกจาก 5 สมาชิกของวง Zweed n’ Roll อย่าง พัด-สุทธิภัทร สุทธิวาณิช (กีตาร์, ร้องนำ), มิน-ณัฐกร ศิลวัฒน์ (กีตาร์), ปูน-ณัฐพัชร์ สมิตนุกูลกิจ (กีตาร์), ทัน-ธรรม์ ดำรงรัตน์ (กลอง) และ นิว-นิติ นิตยารมย์ (เบส) แล้ว ก็ยังมีแบ็กอัพในตำแหน่งมือคีย์บอร์ด, ประสานเสียง และเครื่องสายกลุ่มใหญ่ที่ขอซัดเพลง “Blow Over” เวอร์ชั่นใหม่ เนรมิต Interlude ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนฟังสกอร์หนังบล็อกบัสเตอร์อยู่สักเรื่อง

Zweed n’ Roll สะกดผู้ชมให้นิ่งงันตั้งแต่เพลงแรกอย่าง “ธันวาคม” ในเวอร์ชั่นเครื่องสายเต็มสตรีม ก่อนจะต่อด้วย “อยู่” และ “ทุกวัน” ที่เพิ่มความคึกคักในจังหวะดนตรีได้ดีทีเดียว ก่อนที่เราในฐานะสื่อมวลชนต้องออกไปคืนบัตรห้อยคอและแลกริสต์แบนด์เข้ามาในงานอีกรอบ เข้ามาอีกทีก็เจอ ตุล ไวฑูรเกียรติ ฟรอนต์แมนแห่งวงอพาร์ตเมนต์คุณป้า ที่มาแจมในเพลงพิเศษอย่าง “ฉันเชื่อในการจากลา ฉันจึงมาหาหนทางของเรา” ที่ทำขึ้นประกอบนิทรรศการศิลปะของ ตุล ก่อนที่เขาจะร่ายบทกวีพร้อมเสียงประสานในรูปแบบกอสเปล นี่คอนเสิร์ตหรือละครเวทีเนี่ย...

หลังจากนั้น Zweed n’ Roll ก็ไล่เรียงเพลงจากอัลบั้ม I’m 20 ให้ฟังกันแบบยาวๆ ไม่ว่าจะเป็น “Another Dimension”, “Restless”, “Linger”, “Lies” หนักแน่นด้วยพลังแห่งอัลเทอร์เนทีฟมาหลายเพลง ก็ขอเบรกด้วย “Diary” ที่มีเพียงเสียงของ พัด กีตาร์โปร่ง และเสียงร้องตามของคนดู ปิดท้ายด้วย “ช่วงเวลา” ที่แฟนๆ ร้องตามกันกระหึ่มไม่แพ้กัน

ดูเหมือนว่าจะมีช่วงอังกอร์ แต่ไม่รู้เหตุใดเซตกันนานไปสักนิด คำตอบก็คือ Zweed n’ Roll เปลี่ยนเวทีคอนเสิร์ตให้กลายเป็นห้องนั่งเล่น กับเซสชั่นอะคูสติกที่เป็นกันเองสุดๆ สองเพลงใหม่ที่พวกเขาขอมานำเสนอ รวมถึงเพลง “ช่วงเวลา” อีกครั้งกับแขกรับเชิญพิเศษอีกหนี่งคนอย่าง เอ้-กุลจิรา คงทอง ปิดท้าย Be Hear Now Presents Zweed n’ Roll The First Full Concert ไปแบบเต็มอิ่ม

ความรู้สึกแรกซึ่งเกิดขึ้นระหว่างที่กำลังรับชมอยู่และเกิดขึ้นในหัวเรื่อยๆ ก็คือ คอนเสิร์ตนี้ควรไปจัดแสดงในโรงละคร เพราะงานภาพและเสียงที่เกิดขึ้นบนเวทีนั้นเหมาะเหลือเกินที่จะไปอยู่ตรงนั้น โดยเฉพาะระบบแสงที่ถูกตีความและจัดวางให้สอดคล้องกับอารมณ์ของแต่ละแทร็ค การเล่นกับจังหวะ ตำแหน่งของดวงไฟ ที่วนไปตามความโดดเด่นของแต่ละสมาชิกของ Zweed n’ Roll ในบางเพลง นี่คือศิลปะที่เต็มไปด้วยความตั้งใจ น่ายกย่อง และน่าปรบมือให้

ซาวด์โดยรวมถือว่าฟังดูดี ไม่ถึงกับแย่ และไม่ได้ดีจนน่าทึ่ง ทว่าสิ่งที่น่าเสียดายมากที่สุดก็คือกลุ่มเครื่องสายที่ใช้ประโยชน์ของเสียงเหล่านั้นน้อยไปสักหน่อย โดยเฉพาะเมื่อเล่นพร้อมกับเครื่องไฟฟ้าทั้งหลาย เราแทบไม่ได้ยินเสียงเครื่องสายสักชิ้น ทั้งๆ ที่หากดันบทบาทของเหล่าเครื่องสายขึ้นมาเป็นพระเอกในบางเพลง จะสามารถเปลี่ยนมิติของเพลงๆ นั้นให้พิเศษและแตกต่างจากที่ฟังสตูดิโอเวอร์ชั่นไปอย่างสิ้นเชิง จุดนี้น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งที่อดฟังการเรียบเรียงใหม่ในพาร์ตนี้ที่น่าฟังเสียเหลือเกิน

ส่วนในพาร์ตการที่สื่อมวลชนต้องออกไปคืนบัตรห้อยคอ ฝากกล้อง และเปลี่ยนเป็นริสต์แบนด์เพื่อเข้างานอีกครั้งก็แอบเสียดายเล็กน้อยที่เราต้องพลาดบางช่วงของโชว์ไป เนื่องจากสื่อมวลชนบางสำนักก็ไม่ได้มีกล้อง เดินทางเพื่อไปเก็บบรรยากาศและนำกลับมาเขียนเพียงอย่างเดียว ซึ่งในครั้งต่อๆ ไปผู้จัดก็อาจจะมีแนวทางที่ดีกว่านี้ เพื่อไม่ให้สื่อมวลชนพลาดจุดสำคัญจุดใดของโชว์ไป

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับ Be Hear Now Presents Zweed n’ Roll The First Full Concert อีกหนึ่งประการก็คือ การที่วงที่ไร้ต้นสังกัด ทำงานอย่างอิสระ ประสบความสำเร็จในการมีคอนเสิร์ตใหญ่ของตัวเองอีกวง เพราะหากยังจำกันได้ ปีที่แล้ว Safeplanet คือวงดนตรีไม่มีค่ายที่สามารถจัดคอนเสิร์ตใหญ่ได้อย่างสง่างาม Zweed n’ Roll ก็เช่นเดียวกัน เพราะหากนับจำนวนปีในวงการที่เดินทางเข้าสู่เลข 8, การมุ่งหน้าสู่มิวสิคเฟสติวัลน้อยใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงจำนวนแฟนเพลงที่เข้ามาให้กำลังใจวงดนตรีที่พวกเขารักอย่างล้นหลาม นี่คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์สำคัญของวงดนตรีที่ไม่ได้อยู่ในระบบค่าย ซึ่งสามารถก้าวไปสู่ความสำเร็จในขั้นแรกได้อย่างเต็มภาคภูมิ เราเชื่อเช่นนั้น

และเราก็เชื่อว่า ก้าวต่อไปของ Zweed n’ Roll ก็จะยิ่งน่าจับตามากกว่าเดิม และแฟนเพลงทุกคนก็พร้อมจะจมดิ่งไปในมหาสมุทรแห่งท่วงทำนองของพวกเขาต่อไปเรื่อยๆ อย่างแน่นอน