เปิดใจทั้งดวงให้ Tiffany Young ในคอนเสิร์ต [OPEN HEARTS EVE] CONCERT IN BANGKOK

เปิดใจทั้งดวงให้ Tiffany Young ในคอนเสิร์ต [OPEN HEARTS EVE] CONCERT IN BANGKOK

“ดีใจมากที่ได้กลับมาพร้อมเพลงใหม่ตามสัญญา ยังจำหน้าหลายๆ คนในนี้ได้อยู่เลย”

 

หนึ่งในประโยคแรกๆ ที่สาวฟานี่ หรือ Tiffany Young กล่าวทักทายแฟนคลับ หรือ Young Ones ชาวไทย ในคอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบครั้งแรกของเธอกับ TIFFANY YOUNG CONCERT IN BANGKOK โดยผู้จัด บริษัท เฟโอห์ จำกัด (FeohCo.,Ltd.) ร่วมกับต้นสังกัด ทรานส์พาเรนท์ อาร์ตส (Transparent Arts) ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากเมื่อปีที่แล้วเธอให้คำสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะกับแฟนๆ เอาไว้ว่าจะกลับมาหาทุกคนให้ได้ แล้วเธอก็มายืนอยู่ตรงหน้าพวกเราจริงๆ บนฮอลล์แห่งเดิม ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี เมื่อเย็นวันที่ 17 ส.ค. 62 ที่ผ่านมา

18:00 น. ด้านหน้าเวทียังคงตกแต่งด้วยกรอบที่ตกแต่งให้ดูเหมือนโมเสกหลากสีสันเช่นเคย แต่ที่เปลี่ยนไปคือบันไดด้านหลังที่ยกเป็นสเต็ปให้ฟานี่พร้อมเหล่าแดนเซอร์สุดสวยทั้ง 4 เดินขึ้นเดินลงตลอดทั้งโชว์ และวงดนตรีแบ็คอัพที่ขนมาครบถ้วนทั้งกีตาร์ เบส คีย์บอร์ด และกลองชุด เมื่อได้เห็นวงดนตรีสดเราก็ใจชื้นว่าโชว์คราวนี้จะต้องได้อรรถรสในการชมมากขึ้นแน่ๆ ด้วยสเกลขนาดนี้เราจึงมีความคาดหวังมากขึ้นกว่าเดิมไปอีก

tiffany_bkk_tu5_0306-020

“Magnetic Moon” ชื่อซิงเกิลล่าสุดของ Tiffany Young น่าจะเป็นธีมหลักของคอนเสิร์ตในครั้งนี้ โดยเริ่มต้นโชว์กับเหล่าแดนเซอร์ถือลูกบอลดวงจันทร์เปล่งแสงออกมาคนละดวง แสง สี เสียง ประโคมความอลังการของโชว์ตั้งแต่เริ่มแรก ก่อนที่สาวฟานี่จะปรากฏกายด้วยเดรสดำสั้น (สั้นมากๆ) แล้วพาแฟนๆ ไปโยกเบาๆ กับซิงเกิลภาษาอังกฤษเพลงแรกของเธออย่าง “Over My Skin” แฟนๆ ร้องตามกันได้อย่างไม่เคอะเขิน

แต่ที่ทุกคนต้องกรี๊ดให้ตั้งแต่อินโทรขึ้น คงหนีไม่พ้นผลงานเดี่ยวภาษาเกาหลี “Heartbreak Hotel” ก่อนจะกล่าวทักทายกับแฟนๆ ขอบคุณทุกๆ คนที่ยังให้การสนับสนุนเธอ และเธอก็มอบเพลงที่สื่อถึงความหมายว่า “แฟนๆ ทุกคนคือดวงดาว เป็นแสงสว่างในความมืดของฉัน” กับเพลงคัฟเวอร์วง Coldplay อย่าง “A Sky Full of Stars” 

โชว์ตัดสลับไปมาระหว่างช่วงพูดคุย และการแสดงสด ฟานี่หยิบเอาเพลงในมินิอัลบั้มของตัวเองอย่าง “Talk” และ “Not Barbie” สลับกับการหยิบเอาเพลงของศิลปินต่างประเทศมาคัฟเวอร์เล็กๆ น้อยๆ อย่างการโชว์ร้องสดสั้นๆ ในเพลง “Unpretty” ของ TLC หนึ่งในตำนานเกิร์ลกรุ๊ปของโลกจากยุค 90s’ หรือการจับเอาเพลง “Independent Women” ของ Destiny’s Child มา mashup กับ “Teach You” และต่อด้วย “I Just Wanna Dance” ที่ mashup กับ “Don’t Stop the Music” ของ Rihanna ได้อย่างลื่นไหล ลงตัวทั้งดนตรี และอารมณ์ของเพลง รวมไปถึงโชว์พิเศษจากเพลงดีว่าของเกาหลีอย่าง อีฮโยริในเพลง “천하무적 (Invincible)” และเพลง “초대 (Invitation)” ของ ออมจองฮวา การหยิบเอาแต่ละเพลงมามิกซ์รวมกับเพลงของตัวเธอเองทำได้ดีทั้งในเรื่องของดนตรี อารมณ์ และเนื้อหาในเพลงที่เธอต้องการจะสื่อ และยังเลือกเพลงจากดีว่ายุค 90s’-2000s จากทั้งฝั่งอเมริกา และเกาหลี เพื่อสื่อถึงความเป็นตัวเธอ และแสดงในเพลงของศิลปินที่เธอเติบโตมา รู้เลยว่าฟานี่ตั้งใจเตรียมโชว์ในครั้งนี้แบบที่ทำการบ้านมาหนักจริงๆ

 tiffany_bkk_pb4_1020-010

หากแฟนๆ ยังคิดถึง “มิยอง” (ชื่อเกาหลีของฟานี่) ไม่พอ ฟานี่จัดให้หายคิดถึงด้วย “Run Devil Run” เพลงสุดเฟี๊ยซของ Girls’ Generation ต่อด้วย “Runaway” ที่แฟนๆ ทำโปรเจ็กต์ลูกโป่งหลากสีให้ ทำเอาฟานี่ปลื้มจนน้ำตาปริ่ม

ในส่วนของโชว์ว่าแน่นแล้ว การโชว์สกิลการร้องของฟานี่ก็เต็มที่ไม่แพ้กัน ฟานี่หยิบเสื้อเบลเซอร์มาสวมก่อนเริ่มร้องเพลง “City of Stars” เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง La La Land หลังจบ “Fool” และ “Lips on Lips” แล้ว ฟานี่ก็ส่ง mashup อีกเพลงมาให้แฟนๆ อีกครั้ง ในช่วงเพลงช้าที่บีบคั้นอารมณ์ตั้งแต่อินโทรเพลง “In My Blood” ของ Shawn Mendes ขึ้น โดย mashup ต่อกับเพลง “Born Again” โดยในช่วงนี้แม้ว่าจะผิดจาก setlist ที่แฟนๆ เตรียมมาว่าจะถือกุหลาบ LED ให้ในเพลง “The Flower” แต่เมื่อฟานี่ได้เห็นทะเลกุหลาบ เธอก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมากลางเพลง แต่ด้วยสปิริตทำให้เธอพยายามร้องเพลงต่อไปจนจบ นาทีนี้แฟนๆ นั่งปาดน้ำตาตามๆ กันไปเลยทีเดียว

tiffany_bkk_pb4_1425-014

ทางด้านแสง สี เสียง ยังจัดว่าอยู่ในมาตรฐานของคอนเสิร์ตศิลปินต่างประเทศ ธันเดอร์โดมยังคงรักษามาตรฐานความบวมของเบสเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น แต่ถือว่าไม่ได้มากมายอะไร แค่บวมจนกลบเสียงร้อง และเครื่องดนตรีอื่นๆ ไปในบางช่วงบางเวลา ส่วนตัวเราว่าฟานี่ร้องเพลงได้ดีเช่นเคย แต่ด้วยเทคนิคการร้องเพลงที่เธออาจจะไปฝึกเพิ่มเติมมา ทำให้สไตล์ในการร้องเพลงของเธอแปลกไปเล็กน้อย มีความดีว่าราวกับ Ariana Grande มากขึ้น แต่เมื่อกลับมาร้องเพลงเกาหลี เธอก็กลับมาใช้เทคนิคการร้องเพลงสไตล์ศิลปิน K-POP เหมือนเดิม ถือว่าเป็นศิลปินที่มีความยืดหยุ่นในการใช้เสียงได้ดีมากคนหนึ่ง อาจจะมีบางช่วงบางเพลงอย่างใน “A Sky Full of Stars” หรือ “In My Blood” ที่เสียงอาจจะต่ำไม่ค่อยถึงเพราะเดิมทีเป็นเพลงผู้ชายร้อง แต่ก็ยังถือว่าฟานี่ยังทำได้ไม่เลว

ความน่ารักอยู่ตรงที่หลังช่วง encore เมื่อฟานี่ร้อง “Magnetic Moon” จบ แฟนๆ ทำโปรเจ็กต์ถือป้าย “THANK YOU FOR BEING YOU” พร้อมกล่องไฟ “YOUNG♥” ให้อีกระลอก แถมยังมีเค้กวันเกิดส่งท้ายให้อีกด้วย บอกเลยว่าฟานี่ไม่รักแฟนๆ ชาวไทยให้มันรู้ไป และเธอก็คงจะคิดอย่างนั้นเช่นกัน เธอจึงเตรียมเพลงพิเศษมาให้อย่าง “Into the New World” และ “Sailing (0805)” ของ Girls’ Generation มาให้แบบสดๆ นอกจากนี้เธอยังเห็นว่าโปรเจกต์กุหลาบ แฟนๆ น่าจะตั้งใจมาเปิดในช่วงที่เธอเปลี่ยนเป็นเพลง “Born Again” เธอจึงร้องเพลง “The Flower” ให้แฟนๆ ชูกุหลาบ LED กันอีกครั้งด้วย ส่งท้ายจริงๆ ด้วย “Remember Me” เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Coco ที่เป็น special request จากแฟนๆ เธอก็ร้องให้ตามคำขอ ตามใจแฟนคลับขนาดนี้ ปีหน้าแฟนๆ จัดโปรเจกต์ยิ่งใหญ่กว่าเดิมอีกเท่าหนึ่งแน่นอน

tiffany_bkk_pb4_1723-019

tiffany_bkk_tony_photoaug17

ศิลปินมากประสบการณ์กว่า 12 ปีกับการทัวร์คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกในชีวิต ถือว่าประสบความสำเร็จในแง่ของการมีจุดสมดุลระหว่างโชว์ และการสื่อสารกับคนดู ที่เธอแสดงความจริงใจออกมาด้วยการขอบคุณแฟนเพลงเป็นร้อยๆ ครั้งตลอดโชว์ สลับกับการร้อง การเต้น การแสดงดนตรี กราฟิกเปลี่ยนฉากต่างๆ นับว่าเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ และพิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถของศิลปินเกาหลี-อเมริกันคนนี้ได้เป็นอย่างดี

หากปีหน้าเธอจะกลับมาพร้อมเพลงของตัวเองที่มากขึ้น รับรองว่าคอนเสิร์ตครั้งต่อไปเวทีลุกเป็นไฟกว่าเดิมแน่นอน A Star is Born !



____________________

Story : Jurairat N.

Photos : FEOH