Two Door Cinema Club Live in Bangkok 2019 เดือด โหด มันยันวินาทีสุดท้าย

Two Door Cinema Club Live in Bangkok 2019 เดือด โหด มันยันวินาทีสุดท้าย

...ตื่นตา ตื่นใจ แสบหูสุดพลัง บ้าระห่ำทุกจังหวะ...

คำจำกัดความสั้นๆ ที่เรามีให้กับคอนเสิร์ต Two Door Cinema Club Live in Bangkok 2019 โดย Be Here Now ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 62 ที่ผ่านมา ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี

เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่เราได้พบกับ 3 หน่อสมาชิกวงอินดี้ร็อค/ป็อปจากไอร์แลนด์เหนือ Alex Trimble (ร้องนำ, รีทึ่มกีตาร์), Kevin Baird (เบส) และ Sam Halliday (กีตาร์หลัก) หลังจากครั้งที่แล้วระเบิดความมันเอาใจวัยรุ่นไทยบนเวทีกลางแจ้ง กลับมาครั้งนี้ได้เล่นในฮอลล์ที่ร่มอย่างธันเดอร์โดม เราไม่ได้คาดหวังก็ซาวด์มากนักว่ามันจะดีเลิศใสกิ๊ง เพราะขึ้นชื่อว่าธันเดอร์โดม เสียงก้องเสียงเบสบวมยังคงเป็นปัญหาที่เราเจออยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นศิลปินระดับโลกแค่ไหนก็ตาม ดังจะเห็นได้จากวงเปิดจากไทยแลนด์อย่าง getsunova และ Slot Machine ที่เพอร์ฟอร์แมนซ์เต็มที่ แต่เรื่องเสียงยังคงเป็นปัญหาอย่างที่เราคาดการณ์เอาไว้ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราเสียดายทุกครั้งเมื่อได้เห็นประกาศคอนเสิร์ตจากศิลปินดีๆ มาลงที่ธันเดอร์โดม โดยเฉพาะวงที่เป็น live band จะกระทบหนักสุด

 nc1_2987nc1_3191

หลังจากทีมงานจัดเพลย์ลิสต์ยุค 90s’-2000s สนุกๆ อย่างเพลงขอบ Justin Timberlake, Kanye West, Will Smith มาให้เราได้ฟังกันเพลินๆ ช่วงเตรียมอุปกรณ์อยู่บนเวที เวลา 21.20 น. โดยประมาณเหล่าสมาชิก Two Door Cinema Club และนักดนตรีแบ็คอัพ Benjamin Thompson (กลอง) และ Jacob Berry (กีตาร์รีทึ่ม, คีย์บอร์ด, ซินธิไซเซอร์) ก้าวขึ้นมาบนเวที ภาพด้านหลังขนาดใหญ่เต็มพื้นที่ทุกตารางนิ้วปรากฏภาพโทรโข่งสลับสีแดง น้ำเงิน ขาว พร้อมอินโทรเพลง “Talk” ซิงเกิลแรกจากอัลบั้มล่าสุด False Alarm ปลุกพลังให้แฟนๆ ลุกขึ้นโยกกันได้เบาๆ ก่อนจะมันแบบนอนสต็อปในแบบที่เราไม่คาดคิดด้วยเซ็ตเพลงเก่าสุดคุ้นหู ทั้ง “Undercover Martyn”, “I Can Talk”, “Are We Ready? (Wreck)” ทั้งกีตาร์ ซินธ์ เบส กลอง สาดใส่กันไม่ยั้ง ใครยืนดูอยู่เฉยๆ คือใจแข็งมากๆ ก่อนจะลดจังหวะลงมาเล็กน้อยกับ “This Is the Life”

ยังไม่ทันหายเหนื่อย สามหนุ่มอัดพวกเราต่อด้วย “Cigarettes in the Theatre” และ “Next Year” ที่แค่อินโทรแฟนๆ ก็ร้องตามกันสนั่นฮอลล์ จากนั้นจึงกลับมาที่เพลงเก่าที่วงน่าจะชอบเป็นพิเศษเพราะร้องอยู่บ่อยๆ อย่าง “Do You Want It All?” ความพิเศษอยู่ที่ท่อนประสานเสียงที่ทำได้น่าประทับใจเช่นเคย

nc2_0376

nc2_0365

nc1_3074

แม้ว่าจะเป็นทัวร์โปรโมตอัลบั้มใหม่ แต่จากเซ็ตลิสต์ทั้งหมดพบว่ามีเพลงจากอัลบั้มใหม่เพียง 4 เพลง ได้แก่ “Talk”, “Once”, “Dirty Air” และ “Satellite” เท่านั้น ดังนั้นที่เหลืออีกกว่า 16 เพลงล้วนแล้วแต่เพลงเก่าคุ้นหูแฟนๆ ชาวไทยทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น “Bad Decisions”, “Lavender” เพลงจังหวะที่น่าจะเบาที่สุดในค่ำคืนนี้ “Changing of the Seasons” เพลงสนุกปลุกขาให้ขยับตามจังหวะได้ง่ายๆ “What You Know” เพลงชาติของวงที่ทุกคนร้องตามกันได้อย่างพร้อมเพรียง “Sleep Alone”, “Eat That Up, It's Good for You” และ “Someday” ที่แต่ละเพลงสมาชิกแต่ละคนใส่ไม่ยั้ง 

นอกจากทักทายแฟนเพลงกันพอหอมปากหอมคอกันคนละครั้งแล้ว แต่ละคนก็ทั้งเล่นทั้งร้องยาวๆ ติดกันอย่างเต็มที่ แปลกดีที่กับคอนเสิร์ตนี้เราไม่ได้รู้สึกว่าการที่พวกเขาไม่ค่อยได้ทักทายคนดูจะทำให้บรรยากาศดูแห้งเกินไป แต่กลับรู้สึกชอบที่ได้ชม และฟังการแสดงสดของแต่ละเพลงเรียงร้อยต่อกันได้อย่างลื่นไหล

เผลอแปบเดียวมองนาฬิกา คาดว่าน่าจะใกล้ถึงเวลาร่ำลากันแล้ว แต่ยังไม่มีสัญญาณใดๆ บอกว่าพวกเขาจะลาเวทีเพื่อให้เราได้อังกอร์ แต่เมื่อเพลงดังอย่าง “Something Good Can Work” เล่นขึ้นมา เราก็เริ่มเข้าใจได้เองอัตโนมัติว่า โชว์ครั้งนี้ไม่มีอังกอร์แน่ๆ จนกระทั่ง Alex กล่าวร่ำลาแฟนเพลงสั้นๆ ด้วยการส่งท้ายด้วยเพลง “Sun” จบเพลงพวกเขาออกมาขอบคุณแฟนเพลง โยนไม้กลอง และกลับเข้าหลังเวทีไปอย่างเรียบง่าย แม้ว่าจะไม่มีอังกอร์ แต่เราก็รู้สึกว่าเราได้ชมโชว์ที่แสดงได้เต็มที่ทุกเม็ดจนเราไม่ต้องการอะไรเพิ่มเติมแล้ว แม้ว่าจะยังมีบางเพลงอย่าง “Come Back Home” ที่เราแอบเสียดายที่พวกเขาไม่ได้เล่นให้ฟังในค่ำคืนนั้น แต่ก็ไม่ได้ขัดใจเรามากมายแต่อย่างใด การเดินออกจากฮอลล์พร้อมกับฮัมเพลง “Drive” ของ Incubus ที่ทีมงานเปิดให้ก็ถือเป็นโบนัส!

nc2_0428

สิ่งที่เราชมไว้ตั้งแต่ย่อหน้าแรก คือระบบเสียงที่ทำได้ดีเกินคาดมากๆ เกือบจะทำลาอาถรรพ์ของธันเดอร์โดมได้เลยทีเดียว มีเพียงบางช่วงที่เสียงเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นอาจจะใส่กันเต็มที่มากจนกลบเสียงกีตาร์ไปบ้าง หรือจะเป็นไมค์หอนเบาๆ ในช่วง หรือช่วง “Bad Decisions” ที่การร้องโทนเสียงสูงราวกับ Bee Gees ทำให้เราอึดอัดเล็กน้อย แต่โดยรวมถือว่าเป็นโชว์ที่ทำได้ดีแบบครบเครื่องทั้งแสง สี เสียง ที่ไฟ และกราฟิกช่วยเพิ่มอรรถรสในการชมคอนเสิร์ตในครั้งนี้ได้หลายเท่าเช่นเดียวกัน

จากการวาดท่าทางลวดลายในการร้องเพลงของ Alex การเล่นกีตาร์สุดเท่ของ Sam การดึงเบสอย่างมีชั้นเชิงของ Kevin รวมถึงเสียงซินธ์ชัดเจนของ Jacob  และการหวดกลองแบบไม่คิดชีวิตของ Benjamin (ที่หวดจนมือท่วมไปด้วยเลือด) ทำให้เราสัมผัสได้ถึงการเติบโตไปอีกหลายขั้นของ Two Door Cinema Club การแสดงสดของพวกเขายังคงยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าพวกเขาเป็นหนึ่งในวงดนตรีที่ควรดูก่อนตายจริงๆ

… แต่เรายังตายไม่ได้ เพราะเรายังอยากดูโชว์ของพวกเขาอีก ไม่ว่าจะเป็นครั้งที่ 3, 4 หรือ 5 ก็ตาม และเราเชื่อว่ามันจะต้องดีขึ้นเรื่อยๆ แน่นอน



___________________

Story : Jurairat N.

Photos : Be Here Now