“จอง เซอุน” จากไอดอลสู่ศิลปินเต็มตัว ร้อน เล่น เต้น เอนเตอร์เทนคนเดียวอยู่หมัด

“จอง เซอุน” จากไอดอลสู่ศิลปินเต็มตัว ร้อน เล่น เต้น เอนเตอร์เทนคนเดียวอยู่หมัด

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ประเทศไทยต้องรับศิลปินเกาหลีทั้งหน้าใหม่ และระดับตำนานเป็นว่าเล่น เรียกว่าแทบจะเห็นแฟนๆ K-POP ตบเท้าเดินเข้าเดินออกฮอลล์คอนเสิร์ตทั่วกรุงเทพฯ กันทุกสัปดาห์ ที่เห็นหน้ากันบ่อยเป็นพิเศษคงหนีไม่พ้นไอดอลหนุ่มจากรายการเรียลลิตี้โชว์อย่าง Produce 101 ที่แยกกันมาสร้างความสนุกสนาน และเสียงหัวเราะให้กับแฟนๆ ชาวไทยทั้งในรูปแบบของแฟนมีตติ้ง และคอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบ หนึ่งในนั้นคือหนุ่ม จอง เซอุน (JEONG SEWOON) หนุ่มมากความสามารถที่มีภาพจำกับการเป็นไอดอลหน้าตาน่าเอ็นดู สะพายกีตาร์ตัวโปรด พร้อมเสียงนุ่มๆ และฝีมือการแต่งเพลงที่เป็นที่ยอมรับของคนในวงการบันเทิงเกาหลีว่าไม่ธรรมดา จน Starship Entertainment ค่ายเพลงต้นสังกัดของหนุ่มคนนี้ป้อนงานให้เขาอย่างต่อเนื่อง ทั้งงานกลุ่มยูนิต เพลงประกอบซีรี่ส์ชื่อดัง จนมาถึงผลงานล่าสุดที่เป็นมินิอัลบั้มเดี่ยวที่มีชื่อว่า Plus Minus Zero ที่เป็นจุดเริ่มต้นของทัวร์คอนเสิร์ตในครั้งนี้ 2019 JEONG SEWOON CONCERT “ZERO” IN BANGKOK โดยได้ผู้จัด ZENITH ENTERTAINMENT จัดขึ้นเพื่อให้แฮงอุน (ชื่อแฟนคลับของ จอง เซอุน) ชาวไทยได้สนุกอย่างเต็มอิ่ม ด้วยโปรดักชั่นจัดเต็มทั้งแสง สี เสียง และวงดนตรีสด ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ  BCC Hall CentralPlaza Ladprao BANGKOK

แม้จะเป็นการกลับมาประเทศไทยเป็นครั้งที่ 3 แต่นี่คือครั้งแรกที่หนุ่ม จอง เซอุน ได้มีโอกาสแสดงคอนเสิร์ตเดี่ยวอย่างเต็มรูปแบบในต่างประเทศ เซอุน เตรียมตัวมาเป็นอย่างดีเพื่อสร้างความทรงจำดีๆ ให้แฟนๆ ทุกคน ทั้งการร้องเพลง การเล่นดนตรี การเต้น ที่สำคัญยังเอนเตอร์เทนได้เป็นอย่างดี ทำให้บรรยากาศในฮอลล์เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้มแห่งความสุข นอกจากนี้การได้ชมคอนเสิร์ตที่เป็นดนตรีสดแบบ live band เต็มรูปแบบ กลอง 2 ชุด กีตาร์ เบส คีย์บอร์ด พร้อมด้วยคอรัสอีก 2 คน ขนมาแน่นขนาดนี้ ทำให้ในทุกเพลงของคอนเสิร์ตฟังสนุกและได้อารมณ์มากกว่า backing track ตามปกติไปหลายเท่าตัว

pbk_0244

คอนเสิร์ตเปิดตัวด้วยบรรยากาศอันร้อนแรงตั้งแต่เริ่มต้น ด้วยเพลงที่กำลังฮอตฮิตล่าสุดเพลง “Feeling” ที่ท่อนที่กระซิบว่า “เนกาโชวา” หนุ่มเซอุนในชุดขาวล้วนตั้งใจร้องว่า “ฉันชอบเธอนะ” ทำเอาแฮงอุนชาวไทยกรี๊ดไปตามๆ กัน ต่อด้วยเพลง 오해는 마” (Never Mind) จากนั้น จอง เซอุน ทักทายแฮงอุนไทย ด้วยภาษาไทยที่เตรียมตัวมาเป็นอย่างดี “ขอเสียงหน่อย” “สวัสดีครับ ผมชื่อจอง เซอุนครับ” “เมืองไทยเยี่ยมที่สุด” เรียกเสียงกรี๊ดได้สนั่นฮอลล์ ก่อนที่จะชวนแฟนๆ ให้ผิวปากไปด้วยกันกับเพลง 너와 나의 거리” (Distance), “Toc, toC!” หลังจากนั้นหนุ่ม จอง เซอุน ก็หยอดคำหวานชวนแฮงอุนมาจ้องตาในเพลง “EYE 2 EYE” เล่นเอาแฮงอุนในฮอลล์ใจละลายกันเป็นแถว 

pbk_2625

pb4_0793

นั่งฟังหนุ่มเซอุนทั้งร้องทั้งเล่นจนสลัดคราบไอดอลหนุ่มไปหมดอยู่นาน จู่ๆ เมื่อตัดเข้า VTR เตรียมตัวเล่นคอนเสิร์ตของหนุ่มน้อยคนนี้อยู่แปบเดียว ได้ฟังเซอุนคัฟเวอร์เพลงเพราะๆ ในอดีต ทั้ง “Put Your Records On” (ของ Corinne Bailey Rae), “Bad Girl, Good Girl” (ของ miss A) และ “Again & Again” (ของ 2PM) จบ กลับขึ้นมาบนเวทีก็สวมชุดดำ ขนเพลงสนุกๆ อย่าง삐삐” (ของ IU), “Boy With Luv” (ของ BTS) และ “LOVE SHOT” (ของ EXO) มาออกสเต็ปแดนซ์ สร้างเซอร์ไพรส์ให้แฮงอุนได้ไม่น้อย (แม้ว่าส่วนใหญ่จะทราบเซ็ตลิสต์แล้วก็ตามที) แค่นี้ยังไม่สะใจ แต่งตัวและแดนซ์มาเต็มขนาดนี้แล้ว เมื่อแฮงอุนเรียกร้องก็จัดไปอีกชุดใหญ่ ด้วยเพลง “LaLa”, “WATERFALL” แล้วมาต่อด้วยเพลงช้า เพราะๆ ดึงอารมณ์กับเพลง 나의 바다” (My Ocean), “NO BETTER THAN THIS” และเพลง 이름을 부르면” (When You Call My Name) ที่จอง เซอุนตั้งใจนำมามอบให้แฮงอุนได้ฟังจากใจจริง ต่อด้วยเพลง “20 Something”, “IRONY”, “바다를 나는 거북이” (Slower than ever), “Baby it' U” และจอง เซอุน ยังได้ขอให้แฮงอุนในฮอลล์ยืนขึ้นร้องเพลง “White” ไปด้วยกันอย่างมีความสุข และตามมาด้วยเพลง “Just U” และ “I Wonder” พร้อมเซอร์ไพรส์โปรเจกต์จากแฮงอุนไทย “แสดงความยินดีที่เดบิวต์ครบรอบ 2 ปี” ก่อนปิดคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกในไทยด้วยความประทับใจที่จะเก็บเป็นความทรงจำที่ดี และไม่มีวันลืม 

pb4_0741

pb4_0832

ตลอดการแสดง ทำให้เราลืมไปเลยว่าหนุ่มคนนี้ประสบการณ์ในการเป็นศิลปินไม่ได้ยาวนานมากขนาดนั้น (แม้ว่าจะก้าวเข้าสู่โลกแห่งวงการเพลงเกาหลีตั้งแต่ปี 2013 ก็ตาม แต่ผลงานแรกก็เพิ่งปล่อยเมื่อปี 2017) แต่ตัวตนในการเป็นศิลปินที่จับกีตาร์แต่งเพลงออกรายการมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ทำให้ในที่สุดแล้วเขาก็มีผลงานเดี่ยวที่แสดงตัวตนที่แท้ที่จริงของเขาออกมาได้อย่างแท้จริงในที่สุด จองเซอุนที่สะพายกีตาร์ร้องเพลงป็อปบัลลาดทั้งใสทั้งนุ่ม และมีกลิ่นอายของเพลงดิสโก้ยุค ‘80s จางๆ คนนี้ ก้าวข้ามความเป็นไอดอลได้อย่างเต็มตัว และด้วยสกิลการเอนเตอร์เทน ทั้งพูดคุย หยอกล้อกับแฟนเพลงในฮอลล์อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด เล่นมุกกับแฟนเพลงตลอดเวลา ทั้งแซวว่าทุกคนรู้เซ็ตลิสต์อยู่แล้วแต่ทำเป็นไม่รู้ เห็นความเลิกลั่กของทุกคนในฮอลล์เมื่อต้องเตรียมตัวยกป้ายโปรเจกต์ หยอกล้อกับแดนเซอร์ แซวล่ามที่แปลไม่ทัน ช่วงไมค์หอนในตอนเริ่มต้นเพลง “삐삐” ที่ยังสามารถเอาโชว์อยู่แม้ว่าช่วงแรกจะขลุกขลักไปบ้าง ปัญหาไมค์สวมหูที่มีเสียงเดี๋ยวดังเดี๋ยวเบาควบคุมยาก หรือการเรียกแฟนคลับผู้ชายให้ลุกขึ้นยืนร้องเพลง ลูกเล่นเยอะขนาดนี้ บอกได้คำเดียวว่าเขาพร้อมที่จะถูกเรียกว่าเป็น “ศิลปิน” อย่างเต็มตัวได้ในไม่ช้าแน่นอน

"ผมจะยืนอยู่ในตำแหน่งของผม และร้องเพลงอยู่ตรงนี้เสมอครับ"

คำสัญญาที่หนุ่มเซอุนมอบให้แฟนเพลงทั้งฮอลล์ในวันนั้น หวังว่าเขาจะรักษาเอาไว้ให้ได้อย่างที่เขาตั้งใจ เพราะเชื่อว่าพวกเราทุกคนในค่ำคืนนั้นก็คงสัญญากับเขาเหมือนกันว่าจะคอยสนับสนุน “ศิลปิน” คนนี้อยู่ตรงนี้เสมอไปเช่นกัน

pb4_1137

___________________

Story : Jurairat N.

Photos : ZENITH Entertainment, Starship Entertainment